รัสเซียแม้จะเป็นตลาดใหม่ที่มีขนาดใหญ่และมีโอกาสช่องทางการตลาด แต่ปัจจุบันตลาดยังคงมีความซับซ้อน การเข้าตลาดจะต้องมีกลยุทธ์ที่เหมาะสมและมีข้อควรพิจารณา เป็น “Rules of Play” ดังนี้<br>  1.	ผู้ประกอบการต้องทราบว่าระบบราชการของรัสเซียที่จำเป็นต่อติดต่อด้วย  เหมือนกับระบบราชการทั่วไป ที่มักมีความยุ่งยากซับซ้อน ล่าช้า และมีค่าใช้จ่าย หากนักธุรกิจต่างชาติประสงค์จะดำเนินการด้วยตนเอง มักจะประสบปัญหายุ่งยาก ดังนั้น ในการปฏิบัตินักธุรกิจมักจะมีผู้บริหารรัสเซียหรือให้ชาวพื้นเมืองที่รู้ช่องทาง “การติดต่อ” เป็นผู้ดำเนินการ<br>  2. การดำเนินธุรกิจในรัสเซียแรกเริ่มไม่ควรลงทุนในขนาดใหญ่ (Large Scale) ควรจะเริ่มทดลองตลาดจากธุรกิจขนาดเล็กก่อน การดำเนินการจะสามารถเรียนรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์เพื่อธุรกิจใหญ่ได้ในอนาคตระบบธุรกิจในรัสเซียมีปัจจัยต่างๆ ที่ต้องศึกษาอีกมาก การศึกษาตลาดด้วยตนเองจะเป็นประโยชน์ฯอย่างยิ่ง เนื่องจากทางปฏิบัติไม่อาจค้นคว้าได้จากตำราหรือสถาบันบริหารธุรกิจใดๆ ได้ การเรียนรู้ศึกษาตลอดจนประสบการณ์จะมีส่วนช่วยต่อผลสำเร็จของธุรกิจ อาทิ<br> 	 - การศึกษาตลาดโดยเข้าร่วมงานแสดงสินค้าสำคัญ หรือ เข้าเยี่ยมชมงานแสดงสินค้าของรัสเซีย ผู้ประกอบการควรหาโอกาสพบปะนักธุรกิจทั้งรายเล็กและรายใหญ่ ควรจะหาโอกาสประชาสัมพันธ์สินค้าของตนในเอกสารประชาสัมพันธ์ของงานแสดงสินค้านั้นๆ <br>  - ผู้ประกอบการควรต้องศึกษานโยบายของรัฐในด้านเศรษฐกิจการค้าประกอบ กับกำหนดกลยุทธ์ในการเข้าสู่ตลาด อาทิ อัตราภาษี นโยบายการกีดกันการค้าอุตสาหกรรมที่รัฐให้การสนับสนุน ฯลฯ ซึ่งล้วนมีผลต่อธุรกิจการค้า<br>  - รัสเซียเป็นตลาดใหม่ที่มีลักษณะเฉพาะ การดำเนินการด้านการตลาด (Marketing) ก่อนการเข้าตลาดที่สำคัญประการหนึ่ง คือ การวิจัยตลาด (Market research) หรืออย่างน้อยหากไม่อาจจ้างบริษัทดำเนินการวิจัยตลาด ผู้ประกอบการก็ควรต้องศึกษาตลาด ศึกษาเอกสารผลการวิจัยด้านการตลาดของสินค้านั้นๆ ด้วยตัวเองก่อน  แหล่งข้อมูลสามารถหาซื้อผลการวิจัยตลาดจากสำนักต่างๆ   หรือหาอ่านจากหนังสือพิมพ์เศรษฐกิจการค้าของ รัสเซีย ซึ่งจะได้ทราบข้อมูลกละเห็นแนวทางด้านการตลาด<br>  - ควรหาหุ้นส่วนทางธุรกิจรัสเซียที่มีความสามารถและไว้วางใจได้ ซึ่งจะช่วยในการติดต่อและช่วยดำเนินการด้านธุรกิจในพื้นที่ นอกจากนั้น การพิจารณาตั้งบริษัทร่วมทุน เพื่อเป็นตัวแทนดำเนินธุรกิจและดูแลผลประโยชน์ในรัสเซียเป็นสิ่งที่จำเป็น ซึ่งจะได้ประสิทธิผล กว่าการค้าทางไกลเพียงอย่างเดียว<br>  - กิจกรรมการประชาสัมพันธ์เผยแพร่สินค้าของบริษัท ยังเป็นสิ่งจำเป็นในรัสเซีย ในอดีตที่ผ่านมา ผู้บริโภคถูกปิดกั้นเสรีภาพในการเลือกซื้อสินค้าและการรับข้อมูลเกี่ยวกับตัวสินค้ามากว่า 70 ปี เมื่อรัสเซียเป็นตลาดเสรี ผู้บริโภคจึง Sensitive ต่อการรับรู้ข่าวสารและการโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าในเชิงธุรกิจ การโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลสูงต่อธุรกิจในปัจจุบัน ตัวอย่างสัดส่วนการโฆษณาประชาสัมพันธ์ในสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ ในรัสเซีย<br>  โทรทัศน์	    ร้อยละ  55 		สื่อสิ่งพิมพ์		ร้อยละ 20 		ป้ายโฆษณาภายนอก	ร้อยละ 15  		วิทยุ			ร้อยละ	 5 		อื่นๆ  ร้อยละ	 5 - ผู้ประกอบการควรต้องสร้างความสัมพันธ์กับภาคธุรกิจเอกชนท้องถิ่น หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง หอการค้าต่างๆ สมาคมการค้า และองค์กรสากลต่างชาติที่ให้ความช่วยเหลือทางด้านธุรกิจ เพื่อประโยชน์สำหรับการดำเนินธุรกิจ<br>   รสนิยม ความต้องการสินค้า พฤติกรรมผู้บริโภคทั่วไป จากสถิติเป็นทางการของรัสเซียรายงานว่า ประชากรจำนวน 116 ล้านคนหรือประมาณร้อยละ 79.5 มีรายได้เฉลี่ยขั้นต่ำเดือนละประมาณ 200 เหรียญสหรัฐ อีก 23 ล้านคน มีรายได้เฉลี่ยขั้นต่ำ 350 เหรียญสหรัฐ ที่เหลืออีก 7 ล้านคน มีรายได้เฉลี่ยขั้นต่ำประมาณ 400 – 1,000 เหรียญสหรัฐ ปัจจุบันในขณะที่ค่าเงินรูเบิลอ่อนตัวและมีค่าลดลงนี้ รายได้ของครัวเรือนไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพของค่าเงิน จึงทำให้รายได้คงที่แต่ราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้น ประชาชนผู้มีรายได้น้อยจำเป็นต้องพึ่งพาสินค้าที่ผลิตได้ในประเทศ หรือสินค้าที่นำเข้าจากประเทศแถบเอเซียซึ่งมีราคาถูกถึงแม้จะมีคุณภาพที่ไม่ทัดเทียมกับสินค้าที่นำเข้ามาจากกลุ่มประเทศแถบยุโรป จึงทำให้เห็นว่าพฤติกรรมการบริโภคสินค้าของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปโดยมีปัจจัยสำคัญจากสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ<br>  	 สินค้านำเข้าจากรัสเซียมีช่องทางจัดจำหน่าย  ดังนี้<br>  1.	ผู้นำเข้า (Importers) <br>  -	บริษัทผู้นำเข้าขนาดใหญ่ ส่วนมากยังคงเป็นบริษัทการค้าต่างประเทศที่เป็น วิสาหกิจของรัฐ สัดส่วนประมาณ ร้อยละ 8 – 9 <br>  -	บริษัทจำกัดภายใต้การควบคุมของกระทรวงการค้า (Ministry of Trade เดิม ปัจจุบันเป็น Ministry of Foreign Economic Relations) สัดส่วนร้อยละ 3 <br>  -	บริษัทจำกัดเอกชน บริษัทจากการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ สัดส่วนร้อยละ 60<br>  -	บริษัทลงทุนจากต่างชาติ สัดส่วนร้อยละ 28<br>  2.	ผู้ค้าส่ง (Wholesalers)<br>  -	บริษัทวิสาหกิจของรัฐ (Sate Enterprises) มักเป็นผู้ผลิตและผู้ค้าส่งรายใหญ่อาทิ Russian Federal Committee of Trade( นม เนื้อ น้ำตาล) Ministry of Agriculture &amp; Foodstuffs of Russian Federal (ไข่ มันฝรั่ง พืชผัก พืชน้ำมัน) และ Russian Federation Fishing Committee (ปลา)<br>  3.	เอเย่นต์/นายหน้า (Agent)<br>   เป็นตัวแทนคนกลางในการดำเนินการติดต่อธุรกิจระหว่างผู้ผลิตและผู้ขาย(คิดค่าคอมมิสชัน ร้อยละ 1 – 5)<br>  สินค้าที่อุตสาหกรรมไทยมีศักยภาพในการขยายตลาด<br>  1)	สินค้าในหมวดเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ<br>  -     เครื่องปรับอากาศ<br>  -	ตู้เย็น ตู้แช่และอุปกรณ์<br>  -	เครื่องซักผ้า<br>  -	เครื่องคอมพิวเตอร์ ส่วนประกอบและอุปกรณ์<br>  -	เครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมเบารายย่อย<br>  2)	สินค้าในหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องอิเลคทรอนิคส์<br>  -	หม้อแปลงไฟฟ้า<br>  -	เครื่องทำน้ำร้อน<br>  -	เครื่องอุปกรณ์โทรศัพท์<br>  -	ไมโครโฟนและลำโพง<br>  -	เครื่องเล่นวีดีโอ กล้องถ่ายวิดีโอและแผ่นทึกเทป<br>  -	เครื่องรับโทรทัศน์ และส่วนประกอบ หลอดภาพ<br>  -	วงจรรวมอิเลคทรอนิคส์<br>  3)	สินค้าวัตถุดิบ/ขั้นปฐมภูมิและสินค้ากึ่งสำเร็จรูปสำหรับอุตสาหกรรมต่อเนื่อง<br>  -	เส้นใยประดิษฐ์สำหรับสิ่งทอ ( man–made fibres )<br>  -	ยางธรรมชาติและน้ำยางลาเท็กซ์<br>  -	ใบยาสูบ<br>  -	ผลิตภัณฑ์พลาสติกต้นน้ำ/กลางน้ำ/ปลายน้ำ และสินค้าสำเร็จ<br>  -	ชิ้นส่วนอุปกรณ์ยานยนต์<br>  4) สินค้าเครื่องอุปโภคบริโภคและผลิตภัณฑ์อาหาร