เสียเวลา แต่ได้สาระ

        ได้เข้าร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงโคขุน  อำเภอพุนพิน  จังหวัดสุราษฎร์ธานี  หลังจากในภาคเช้ามีการประชุมเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานเคหกิจเกษตรระดับจังหวัดเสร็จ  ภาคบ่ายก็ลงพื้นที่เพื่อร่วมเสวนากับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงโคขุน  อำเภอพุนพิน  มีตัวแทนจากกลุ่มผู้เลี้ยงโคเข้าร่วม  เสวนา  7  กลุ่ม  ปศุสัตว์อำเภอพุนพินและทีมงาน KM  จาก  จังหวัด  3  คน  คือคุณวิไลพร  กู้เมือง  ผู้รับผิดชอบงานวิสากิจชุมชน  คุณสาธิต  ดาราฤกษ์  และผมนายชัยพร  นุภักดิ์  

         สถานที่เสวนา  ใช้ห้องประชุมของห้องสมุดอำเภอพุนพิน  ประสานงานโดยพี่ปุ้ย  เกษตรอำเภอและน้องแอน  ผู้รับผิดชอบงานวิสาหกิจชุมชน  เห็นว่าเกษตรกรมีไม่มากนักจึงได้จัดเก้าอี้เป็นรูปวงกลม  จะได้เห็นหน้ากันทุกคน  เริ่มระดมความคิด  และวันนี้ตกลงกันว่าจะคุยเรื่อง (KV)  การพัฒนาสายพันธุ์โคขุน  ในหัวข้อสิ่งที่ต้องการแลกเปลี่ยน  คืออะไร  ใช้เวลาประมาณ  10  นาที  สรุปได้ว่าจะแลกเปลี่ยนกันเรื่อง สายพันธุ์  อาหาร  การสุขาภิบาล  คุณภาพโคและตลาด

         เนื่องจากครั้งนี้เป็นครั้งแรกของการเสวนา  ผู้เข้าร่วมเสวนายังไม่ค่อยแสดงความคิดเห็น  ทีมงานจึงต้องตั้งคำถามนำไปก่อน  แต่พอได้สักระยะหนึ่ง  เครื่องเริ่มร้อน ทุกคนก็อยากจะแสดงความคิดเห็น  แลกเปลี่ยนให้ข้อมูล  ทยอยกันปล่อยออกมาเป็นชุด ๆ  ซึ่งบางเรื่องเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรเราไม่เคยรู้ข้อมูลเหล่านี้ก็มี

           อย่างพี่สุวรรณ  ศรีเรือง  ทำงานอยู่ที่สถานีรถไฟพุนพิน  เลี้ยงโคเป็นอาชีพเสริม จะมีความรู้เรื่องสายพันธุ์โคอย่างมาก  พี่เขาบอกว่าพันธุ์โคเนื้อที่เลี้ยงอยู่มี  2  สายพันธุ์  คือ

-          พันธุ์ชาโรเล่  ตลาดต้องการราคาดี  โตเร็ว  แต่ไม่ค่อยทนต่อสภาพแวดล้อมบ้านเรา  ต้องดูแลอย่างดี
-          พันธุ์รามัน  ทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดี  ตัวโต  แต่จะโตช้า  ต้องเลี้ยงนาน  ไม่ต้องดูแลรักษามากนักในระหว่างการเสวนา  พี่สมหมายปศุสัตว์อำเภอพุนพิน  ให้ข้อคิดเห็นต่าง ๆเสริมเป็นระยะ
การเลี้ยงโคขุนต้องเป็นโคลูกผสม  และต้องศึกษาเปอร์เซ็นต์สายเลือดให้ดีและเหมาะสมกับบริบทของตัวผู้เลี้ยงด้วย  

        บางคนที่เป็นเมืองใหม่  เริ่มเลี้ยงเป็นครั้งแรก  ลองจดบันทึกข้อมูลต่าง ๆ  ไว้ตลอด  เมื่อสรุปผลแล้ว  ขายได้ไม่คุ้มกับทุน  คิดจะถอดใจเลิกเลี้ยงไปเลยก็มี  แต่เมื่อได้มีโอกาสมาแลกเปลี่ยนกันก็จะลองเลี้ยงต่อไปอีก  เพาะการเลี้ยงโคต้องมีปัจจัยประกอบหลายอย่าง เช่นพันธุ์  อาหาร  การจัดการ  การป้องกันโรค  และการตลาด  ซึ่งจะเชื่อมโยงกันหมด  ช่วงนี้จะมีปัญหาเรื่องการตลาด  มีการนำเนื้อจากนอกพื้นที่ทำให้ราคาโคในพื้นที่ลดต่ำลง  เกษตรกรผู้เลี้ยงโคซึ่งต้องปรับตัวให้ทันกับเหตุการณ์

       คุยกันจนถึง  4  โมงครึ่ง  ก็เห็นว่าเวลาพอประมาณจึงได้สรุปผลการจัดเวทีและประเมินผล  โดยการให้แต่ละคนเสนอแนะสรุปได้ว่า

    รูปแบบการเสวนาดีแล้ว
    -  การส่งข่าวนัดแนะการเสวนาให้แจ้งให้ทันกำหนด
    -  ให้เชิญนักวิชาการหรือผู้มีประสบการณ์มาร่วมแลกเปลี่ยน  หรือเชิญปราชญ์  เข้าร่วมด้วย
    -  สรุปสุดท้าย  เสียเวลา  แต่ได้สาระ เป็นการเริ่มที่ทุกคนพอใจ
    -  ครั้งต่อไป  จะไปแลกเปลี่ยนกันที่ฟาร์มของกลุ่มเลี้ยงโคอ่างทอง  

      ทีมงานวันนี้  :  วิไลพร  กู้เมือง  ,  สาธิต  ดาราฤกษ์  ,  ชัยพร  นุภักดิ์  , กัมปนาท  สุวารักษ์เกษตรอำเภอพุนพิน  และมยุเรศ  ทองสุข  เคหกิจอำเภอพุนพิน

บันทึกมาเพื่อ ลปรร.ครับ

นายชัยพร  นุภักดิ์