ถึงแม้ว่าพอเราโตและเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ด้วยกรอบความรับผิดชอบ ด้วยเหตุผลต่างๆ ทั้งปวงที่มีผลทำให้เราต้องจำกัดจินตนาการและความคิดที่สร้างสรรค์.. แต่ขอให้คุณอย่าเป็นส่วนหนึ่งในการจำกัดความคิดและจินตนาการของเด็กๆ ด้วยกรอบความคิดของตัวคุณ....
เห็นชื่อบันทึกนี้แล้ว.. หลายคนถ้ายังจำวัยเด็กของตัวเองได้น่าจะกำลังอมยิ้มนึกถึงจินตนาการสมัยก่อน (คนทุกวัยคิดถึงอดีตสมัยที่เด็กว่าปัจจุบันได้นะค่ะ.. อย่าเพิ่งคิดว่าต้องคนอายุมากแล้วเท่านั้นจึงจะคิดถึงวัยเด็กได้) ดิฉันจำได้ว่าพ่อแม่ชอบซื่อนิทานอีสปมาให้อ่าน เป็นชุดๆ .. ดิฉันและน้องอีก ๒ คนจะชอบเล่านิทานให้กันฟังแต่เป็นนิทานที่แต่งเอง.. มีอยู่เรื่องหนึ่งจำได้ว่ามีครั้งหนึ่งซึ่งนอนเล่นกันอยู่ ๓ คนแล้วผลัดกันเล่านิทานคนละเรื่อง เจี๊ยบ น้องสาวคนเล็ก (ตอนนั้นเจี๊ยบน่าจะอายุ ๖-๗ ขวบ) ไม่รู้จะเล่าเรื่องอะไรแต่พอเหลือบเห็นพัดลมบนเพดานก็เลยแต่งนิทานและเล่าสดๆ ตอนนั้นเลย.. นิทานเรื่องพัดลมพูดได้... เนื้อหาสาระคงไม่ได้แปลกหรือแหวกแนวอะไรมากมายเป็นแค่พัดลมสามารถพูดจาแสดงความคิดเห็นได้เหมือนคนซึ่งก็มีการ์ตูนอื่นๆ ที่แต่งขึ้นโดยให้ เครื่องมือ เครืองใช้ สัตว์ หรือสิ่งมีชีวิตต่างๆ สามารถพูดได้ เดินได้เหมือนคน.. ซึ่งมันเป็นจินตนาการหนึ่งของเด็กๆ หรือ คนที่ยังมีจินตนาการของเด็กอยู่ในตัว (คนเขียนการ์ตูนเด็กสร้างสรรค์ที่เรายังเห็นผลงานกันอยู่) ..
ทำไมเด็กๆ จึงมีจินตนาการมากกว่าผู้ใหญ่ ดิฉันคิดว่าอาจเป็นเพราะเด็กๆ อยากคิดอะไรก็คิดโดยไม่สนใจว่าความคิดนั้นจะผิดหรือถูก จะเป็นไปได้หรือไม่ได้ แต่คิดแล้วมีความสุข.... ในขณะที่พอเราโตขึ้นเรามักตีกรอบความคิดเอาไว้ เช่น กลัวว่าคิดถูกหรือคิดผิด กลัวว่าถ้าคิดแหวกแนวแล้วคนอื่นจะหาว่าเพ้อเจ้อ สติไม่สมประกอบ บ้าไปแล้ว กลัวสายตาและความคิดของคนอื่นที่มองเรา ความกลัวมันทำให้เราไม่กล้าคิด....
ดิฉันจำได้ตอนนั้นอยู่ ป.๓ คุณครูสอนศิลปะ ให้วาดรูปอะไรก็ได้ที่อยากวาดแล้วระบายสี ดิฉันวาดรูปภูเขา มีต้นไม้ และมีเมฆ.. ดิฉันระบายสีเมฆเป็นสีชมพูเพราะคิดว่าเมฆสีขาวไม่สวย.. แล้วก็เอารูปไปส่งครู.. พอดีตอนนั้นมีครูวิชาอื่นเดินเข้ามาเห็นรูปที่ดิฉันถืออยู่ก็พูดว่า เมฆอะไรสีชมพูแล้วก็หัวเราะ.. ตอนนั้นดิฉันคิดว่าทำไมเมฆเป็นสีชมพูไม่ได้เหรอ คงต้องวาดใหม่แล้ว.. ทันใดนั้นเอง คุณครูที่สอนศิลปะก็บอกว่า ทำไมเมฆจะเป็นสีชมพูไม่ได้หล่ะ สีชมพูสวยออก สวยกว่าสีขาวอีกเห็นไหม.. ได้ยินแค่นั้นดิฉันก็ยิ้มออกแล้วก็ส่งงานด้วยความภูมิใจและคิดว่า "เห็นไหมเมฆสีชมพู.. สวยกว่าสีขาวจริงๆ ด้วย"
ถึงแม้ว่าพอเราโตและเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ด้วยกรอบความรับผิดชอบ ด้วยเหตุผลต่างๆ ทั้งปวงที่มีผลทำให้เราต้องจำกัดจินตนาการและความคิดที่สร้างสรรค์.. แต่ขอให้คุณอย่าเป็นส่วนหนึ่งในการจำกัดความคิดและจินตนาการของเด็กๆ ด้วยกรอบความคิดของตัวคุณ....
"อดีตหุ่นยนต์โดราเอมอนสีฟ้าพูดได้..ผู้ใหญ่หลายคนคิดว่าเป็นไปไม่ได้มีแค่ในการ์ตูนเด็กๆ.. ปัจจุบันก็มีหุ่นยนต์อาซิโม่ (ASIMO) ถึงแม้จะยังไม่เก่งเท่าแมวสีฟ้าตัวนี้..
แต่อนาคตใครจะรู้"
"เมฆสีชมพูทำไมจะไม่มี.. คุณเคยมองท้องฟ้าเวลาเย็นๆ ตอนที่พระอาทิตย์กำลังตกหรือไม่.. ในแต่ละวันแสงสะท้อนทำให้เมฆและท้องฟ้ามีสีไม่ซ้ำกัน"
uraiMan.
ขอพื้นที่เล็กๆ ให้ฉันเป็นเด็กไปนานๆ ^^
อยากกลับไปเป็นเด็กอีกจัง..