สืบเนื่องจากสำนักงานการอาชีวศึกษาได้จัดสรรงบประมาณให้แก่วิทยาลัยการอาชีพปัตตานีเป็นวงเงิน 10,000 บาท     โดยวงเงินดังกล่าว  แบ่งออกเป็น 2 ส่วน  ได้แก่  การจัดทำป้าย "แก้ไขปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน"  (งานนี้ค่อนข้างเป็นสูตรสากลที่มักจะเริ่มต้นด้วยการทำป้ายก่อน-ธวัช)   ส่วนที่สองเป็นค่าดำเนินงาน

ฝ่ายวิชาการได้รับมอบหมายจากวิทยาลัยฯ จึงเชิญหัวหน้าคณะวิชาทั้ง 6 คณะมาปรึกษาหารือ   ว่าจะเข้าไปช่วยเหลือกลุ่มชาวบ้านได้อย่างไร?  ที่ไหน?  เมื่อใด? และเพื่ออะไร?    ที่ประชุมถกประเด็นอาชีพต่างๆของกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดปัตตานีหลายอาชีพ   เช่น  กลุ่มอาชีพทำข้าวเกรียบ   กลุ่มอาชีพทำปลาลิบิ  กลุ่มอาชีพทอเสื่อกระจูด  กลุ่มอาชีพสาหร่ายผมนาง  เป็นต้น     ซึงที่ประชุมมีมติในเบื้องต้นว่า  กลุ่มอาชีพสาหร่ายผมนางน่าจะได้รับการพัฒนามากที่สุด

หลังจากนั้น  ได้นัดหมายกับผู้นำชุมชน  ผู้นำอาชีพและสมาชิกผู้ทำสาหร่ายผมนางของตำบลบางปู  อำเภอยะหริ่ง  จ.ปัตตานี  เพื่อพบปะพูดคุยกับคณะทีมงานของวิทยาลัยฯ    ผลพวงในวันนั้นทำให้รู้ได้ว่าก่อนหน้านี้ราวๆ 4 ปีที่ผ่านมา   มีมหาวิทยาลัยก็เคยนำสาหร่ายผมนางไปวิจัยได้แล้วถึงการแปรรูปพัฒนาสาหร่ายผมนางเป็นวุ้นผง   แต่ไม่เคยนำผลขององค์ความรู้ไปเผยแพร่เพิ่มมูลค่าสาหร่ายให้แก่ชาวบ้านเลย 

ปกติสาหร่ายผมนางชาวประมงต้องไปเก็บมาจากทะเล  นำมาตากแห้งแล้วขายให้แก่พ่อค้า    พ่อค้านำไปขายให้แก่ผู้เลี้ยงหอยเป๋าฮื้อและโรงงานแปรรูป    ส่วนหนึ่งตั้งขายทั่วไปในราคากิโลกรัมละ 40-50 บาท   ซึ่งผู้ซื้อคือประชาชนทั่วไป   โดยนำไปทำอาหารประเภทยำ   สาหร่ายดังกล่าวมีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก

จากการประชุมกลุ่มชาวบ้านและคณะทีมงานจากวิทยาลัยฯ เกิดความพึงพอใจทั้งสองฝ่ายที่จะร่วมมือกัน  โดยมีเป้าหมายเดียวกันที่จะพัฒนาสาหร่ายผมนางให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น     หลังจากนั้นฝ่ายวิชาการได้มอบหมายให้คณะวิชาสามัญ  แผนกวิทยาศาสตร์ทำการวิจัยเพื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์     ผลจากการคิดค้นของอาจารย์แผนกวิทยาศาสตร์และนักศึกษาของวิทยาลัยฯ จำนวน 12 คน  โดยใช้กระบวนการทดลองทางวิทยาศาสตร์ทำให้พบองค์ความรู้การสกัดสาหร่ายผมนางเป็นวุ้นเปียกได้สำเร็จ   นำออกมาให้ได้ชิมเป็นระยะๆ  และมีการปรับปรุงความใสของวุ้น  และรสกลิ่น  จนได้วุ้นเปียกที่อยู่ในระดับที่พึงพอใจของทีมวิจัย   จากนั้นได้นำเสนอเสนอผลงานต่อฝ่ายวิชาการและคระวิชาต่างๆ  และต่อมาได้พัฒนาเป็นวุ้นแห้ง  ซึ่งเป็นที่น่าพอใจมาก    ผลพวงจากการวิจัยโดยสรุปพบว่าการสกัดสาหร่ายผมนาง 100 กิโลกรัมสามารถผลิตวุ้นแห้งได้ 1 กิโลกรัม   มีความคุ้มค่าทางการลงทุนในเชิงอุตสาหกรรม    หลังจากนั้นคณะทีมงานจากวิทยาลัยฯ ได้นัดผู้นำชุมชนและผู้นำกลุ่มอาชีพของ ตำบลบางปู  อ.ยะหริ่งมาแถลงผลงานวิจัยให้ชาวบ้านทราบ   ชาวบ้านพึงพอใจมาก  แต่การดำเนินงานในเชิงอุตสาหกรรมจำเป็นต้องใช้เงินทุนมาก    แต่นายกองค์กรบริหารส่วนตำบลบางปูยินดีจะของบประมาณจากผู้ว่า CEO มาสร้างโรงงานเป็นอุตสาหกรรมขนาดเล็กในระยะแรก       ขณะที่รอโครงการเพื่อขอการสนับสนุนคณะทีมงานจากวิทยาลัยฯต้องการให้ชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องรอโรงงานเกิดขึ้น    จึงให้คณะทีมงานวิจัยไปคิดวิธีการแปรรูปวุ้นเปียกว่าสามารถเอานำไปทำเป็นผลิตภัณฑ์อะไรได้บ้าง   พบว่าทำเป็น  "เยลลี่" เป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ  และคนนิยมบริโภค   ขณะนี้อยู่ในระยะการพัฒนา   ซึ่งวิทยาลัยจะขยายผลงานวิจัยสู่ชุมชนต่อไป

เรื่องเล่าจาก    อ.ไชยสิทธิ์  กิจค้า