ผลที่ได้รับจากการใช้ KM ในโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นคืออะไร
ผลที่ได้รับจากการใช้ KM ในโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นคืออะไร

1. ได้หลักสูตรท้องถิ่นท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก จำนวน  5  หลักสูตร ดังนี้  เรารักวังจันทน์ (โรงเรียนจ่านกร้อง) อาสานำเที่ยววัดอรุณวนาราม (โรงเรียนวัดท่าหมื่นราม) วัดใหญ่ : สายสัมพันธ์กับคนเมืองสองแคว (โรงเรียนพุทธชินราชพิทยา)  สานศิลป์มังคละวัฒนธรรมเมืองพรหม (โรงเรียนวังมะด่านพิทยาคม) ภูหินร่องกล้าเมืองตำนานอุทยานแห่งการท่องเที่ยว (โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 23)                 2. ได้ทีมทำงานพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นที่เข้มแข็งในโรงเรียน จำนวน 5 ทีมให้กับ 5 โรงเรียนดังนี้  โรงเรียนจ่านกร้อง โรงเรียนวัดท่าหมื่นราม  โรงเรียนพุทธชินราชพิทยา โรงเรียนวังมะด่านพิทยาคม  และ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 23                3. ได้ความร่วมมือจากบุคคล และ หน่วยงานที่ไม่ใช่โรงเรียนมาช่วยงานการศึกษาของจังหวัดพิษณุโลก  หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเขต 1  ป่าไม้ที่ภูหินร่องกล้า  องค์การบริหารส่วนตำบลท่าหมื่นราม มหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลย์สงคราม ฯลฯ และในส่วนของบุคคล ได้แก่ ผู้รู้ท้องถิ่นเรื่องมังคละ เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม มัคคุเทศก์ท้องถิ่น นักโบราณคดีที่วังจันทน์  พระครูใบฎีกาธีระพงษ์ สุทโธ ผู้ทำหน้าที่ดูแลวัดใหญ่ ไวยาวัจกรวัดใหญ่ แม่ค้าที่ขายของอยู่ทีวัดใหญ่ หัวหน้าป่าไม้ที่ภูหินร่องกล้า ผู้สูงอายุที่มาปฏิบัติธรรมที่วัดอรุณราชวราราม  ฯลฯ             4.  ได้เรียนรู้เกี่ยวกับความสำเร็จของการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นท่องเที่ยวในโรงเรียนว่าองค์ประกอบแห่งความสำเร็จสรุปได้สามส่วน ( ผู้ที่เกี่ยวข้อง การจัดการ และแหล่งทรัพยากรในท้องถิ่น ) จำนวน 12 ข้อ ดังรายละเอียดต่อไปนี้                ด้านผู้ที่เกี่ยวข้องในโรงเรียน มี 3 ฝ่ายได้แก่ ผู้บริหาร ครู และนักเรียน  1. ผู้บริหาร เห็นความสำคัญของการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นในโรงเรียน ให้การสนับสนุนทั้งในด้านวัสดุอุปกรณ์ เวลา และความสนใจไถ่ถาม 2. ครูที่ร่วมในการพัฒนาหลักสูตร มีความรักในงานที่ทำ มีทีมงานที่เข้มแข็ง ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่มีความพร้อมในการร่วมคิดร่วมทำตลอดเวลา3. นักเรียน มีความสนใจที่จะร่วมคิดและปฏิบัติในกิจกรรมต่างๆตามที่กำหนด และด้วยสื่อการเรียนการสอน และสื่อเทคโนโลยี่แต่ละโรงเรียนจะใช้ที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ในกลุ่มนักเรียนได้ดี รวมทั้งนักเรียนจะต้องมีหัวใจให้บริการ (service mind) เป็นทุนเดิม                   ด้านการจัดการ  มี 6  ประการ ดังนี้ 1. มีการบริหารจัดการที่เป็นระบบและมีประสิทธิภาพ โดยมีทีมงานที่แข็งขันในโรงเรียน  2. มีงบประมาณสนับสนุนที่เพียงพอ 3. มีการประสานงานอย่างต่อเนื่องทั้งจากภายในและภายนอกโรงเรียน 4. ชุมชนและองค์กรท้องถิ่นให้ความร่วมมือสนับสนุน 5. มีการติดตามผลการทำงานอย่างต่อเนื่องอย่างไม่เป็นทางการ 6. มีการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับหลักสูตรที่กำลังดำเนินการภายในโรงเรียนเพื่อความร่วมมือจากทุกฝ่าย                   ด้านแหล่งทรัพยากร ได้แก่  1. ในชุมชนมีแหล่งทรัพยากรท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักแพร่หลายเป็นทุนเดิม  2. ในชุมชนมีวัฒนธรรมท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์3. ในชุมชนมีแหล่งเรียนรู้ที่เป็นบุคคล (ผู้รู้ท้องถิ่น) และสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมที่ยังหลงเหลืออยู่             5. ได้นิสิตระดับบัณฑิตศึกษา 6 คนในสาขาหลักสูตรและการสอนที่ร่วมเรียนรู้กี่ยวกับหลักสูตรท้องถิ่น และการจัดการความรู้ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาโจทย์วิจัยในงานวิทยานิพนธ์ของตนเอง  เป็นนิสิตในระดับปริญญาเอกจำนวน  2 คน และปริญญาโท จำนวน  4 คน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก ระยะที 1 ได้เสร็จสิ้นลงเมื่อเดือนมิถุนายน 2549  รวมเวลาในการปฏิบัติการ  9 เดือน ความสำเร็จของครูที่พบคือได้สร้าง ใช้ และประเมินหลักสูตรท้องถิ่นได้ด้วยตนเอง ครูได้ทีมงานพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นที่เข้มแข็งในโรงเรียน ครูได้เรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการจัดการความรู้ควบคู่ไปกับการปฏิบัติงานพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นในโรงเรียน และครูได้เรียนรู้เกี่ยวกับการขอความร่วมมือจากบุคคลและหน่วยงานอื่นนอกโรงเรียน สำหรับระยะที่ 2 ชื่อโครงการวิจัยการสร้างเครือข่ายพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นด้วยกระบวนการจัดการความรู้ : กรณีศึกษาโรงเรียนในเขตพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก  เพื่อขยายความรู้และประสบการณ์การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นของทีมครูใน        5 โรงเรียนไปยังโรงเรียนใกล้เคียง  ซึ่งได้เริ่มดำเนินการแล้ว ตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน 2550  ที่ผ่านมา โดยทีมครู 5 โรงเรียนในระยะที่ 1 จะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับโรงเรียนและครูที่สนใจจะพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลกรุ่นใหม่อีกไม่ต่ำกว่า 25 โรงเรียน  สำหรับระยะที่สองนี้นอกจากวิธีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แบบ F2F ที่ได้พบปะพูดคุยกันโดยตรงแล้ว  ยังได้มีการเพิ่มช่องทางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อีก 1 ช่องทางคือ   B2B ซึ่งดิฉันได้เปิดแพลนเน็ตชื่อเครือข่ายหลักสูตรท้องถิ่นท่องเที่ยวพิษณุโลก   ส่วน blog ของดิฉันชื่อ โครงการวิจัยหลักสูตรท้องถิ่นจังหวัดพิษณุโลก เมื่อ 22 มิถุนายน 2550 ที่ผ่านมา ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องหลักสูตรท้องถิ่นร่วมกันได้นะคะ   ดิฉันยังมีเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังการทำวิจัยเพื่อพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นอีกมากที่ไม่สามารถจะเล่าได้ในเนื้อที่จำกัดที่ได้รับมาเท่านี้ ปัญหาและอุปสรรคต่อความสำเร็จของการพัฒนาหลักสูตรที่อยากเล่าก็ยังมีอีก เช่น มีจำนวนโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการวิจัยในครั้งแรก 6 โรงเรียน แต่ผลออกมาสุดท้ายมีหลักสูตรท้องถิ่นออกมาได้ 5 หลักสูตร เพราะอะไร เป็นต้น   หากท่านใดสนใจอยากจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ก็สามารถไต่ถามผ่านทาง Blog  ได้ค่ะ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">                                                                   อมรรัตน์   วัฒนาธร</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">                                                                          7  ก.ค. 50</p>