ถึงแม้จะบอกว่ามันเป็นหมู....แต่จริงๆ แล้วมันไม่หมูสมชื่อเลยเสียจริงๆ เพราะมันเป็นอาชีพที่ทำให้คนช้ำอกช้ำใจมานักต่อนักแล้ว...แต่จะทำอย่างไรจึงจะทำให้อาชีพการเลี้ยงหมูสามารถดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืนในชุมชน

หมู...นับเป็นอาหารอันโอชะที่มีมาคู่กับพี่น้องเกษตรกรอันยาวนาน....หมูมันเป็นอาชีพที่สร้างทั้งรายได้ และน้ำตาให้กับพี่น้องเกษตรกรมาทุกยุคทุกสมัย แม้กระทั่งในช่วงต้นปี 2550 ก็นับเป็นอีกวิกฤติหนึ่งที่สร้างน้ำตาให้กับพี่น้องเกษตรกร เนื่องจากเจอกับสภาวการณ์ราคาหมูตกต่ำ ทำให้พี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะรายย่อยต้องประสบกับภาวะที่ขาดทุน จึงเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจจริงๆ กับสภาวะที่เกิดขึ้นเสมือนเป็นวัฎจักรด้านราคาที่เกิดขึ้นเป็นช่วงๆ จึงทำให้พี่น้องเกษตรกรต้องอยู่ในสภาวะที่เสี่ยงเสมือนยืนอยู่ข้างถนน“นี่แหละครับอาชีพเกษตรของจริง”

นักวิจัยหมูชุมชน "ชนกับ"คนเลี้ยงหมูชุมชน

ดีใจครับวันนี้...ที่ได้มาพบกับคุณสุกิจ   ใจมั่นตรง เกษตรกรรุ่นใหม่ไฟแรง แห่งตำบลนาดี อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์  บัณฑิตหนุ่มผู้ซึ่งไม่เคยฝันว่าจะได้มาเป็นคนเลี้ยงหมูมาก่อน ปัจจุบันคุณสุกิจ มีฟาร์มหมูเป็นของตนเองระดับกลางในชุมชน มีพ่อแม่พันธุ์ สำหรับผลิตลูกหมูเอง นอกจากนั้นคุณสุกิจยังบริการผสมเทียม ทำคลอด และรักษาหมูให้กับพี่น้องเกษตรกรโดยทั่วไปอีกด้วย และที่สำคัญกว่านั้นก็คือว่า "ใครไม่มีตังค์บริการฟรี" 

คุณสุกิจเล่าให้ฟังว่า...เดิมทีเดียวไม่เคยคิดว่าจะเลี้ยงหมูเลย แต่เมื่ออยู่ไปอยู่ไปก็พบว่าชาวบ้านเขตละแวกที่ตนเองอยู่นั้น ชาวบ้านมักจะชอบกินหมูกัน เวลาจัดงานที ก็เป็นอาหารหมู และเวลาซื้อก็ต้องไปซื้อหมู่บ้านอื่น หรือที่ตลาดซึ่งค่อนข้างไกล ประกอบกับที่ตนเองก็อยากจะมีอาชีพอยู่ที่บ้าน เพราะอาชีพเดิมมันค่อนข้างเหนื่อย และต้องเสี่ยงกับการเดินทาง จึงคิดว่าอาชีพการเลี้ยงหมูน่าจะเป็นหนึ่งในอาชีพทางเลือกที่จะสามารถเลี้ยงครอบครัวได้

 เริ่มหาข้อมูล...ก่อนการตัดสินใจคุณสุกิจเล่าให้ฟังว่า...คิดมากครับ...เพราะว่าตนเองไม่มีความรู้เรื่องหมูมาก่อน จึงตัดสินใจในการสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับหมู หาหนังสือวาสารเรื่องหมูมาอ่าน อ่านไปคิดไป วิเคราะห์ไป เพื่อดูความเป็นไปได้

ข้อมูลไม่อิ่ม...หลังจากที่อ่านไปแล้วก็ยังพบว่าการเลี้ยงหมูยังเป็นรูปธรรมสูง ยังไม่อิ่มด้านข้อมูลจึงออกไปดู ขอข้อมูลจากฟาร์มต่างๆ ที่เลี้ยงหมูตั้งแต่ฟาร์มระดับเล็ก กลาง ใหญ่ แต่ก็ยังพบว่าได้ข้อมูลมาไม่ค่อยตรงกัน คิดว่าเขาคงบอกไม่ทั้งหมด เพราะดูเหมือนว่ามีอะไรปิดบังอยู่ จึงต้องหาข้อมูลเพิ่มเติม และช่องทางสุดท้ายที่คิดว่าน่าจะได้ข้อมูลที่เป็นวิชาการหน่อยก็คงจะเป็นหน่วยงานราชการ <div style="text-align: center"></div>

</span></font><p>สมดั่งใจ และเต็มอิ่ม...ครั้นเมื่อคุณสุกิจ คิดว่าต้องไปหาข้อมูลหมูจากหน่วยงานราชการ จึงคิดต่อครับว่าจะไปไหนดี แล้วจึงได้ทบทวนว่า เอ...เคยเห็นทีไหน จึงร้องอ๋อ ขึ้นมาทันที เพราะว่าล่องกรุงเทพฯ เป็นประจำ และจำได้ว่าตรงอำเภอปากช่องมีรูปปั้นหมูตัวเบ่อเร่อเลยทีเดียว (ศูนย์วิจัยพันธุ์สุกรปากช่อง)  จึงคิดว่าตรงนั้นแหละน่าจะเป็นแหล่งข้อมูลให้กับเราได้เป็นอย่างดี และแล้วก็ประทับใจ และสมดั่งใจเลยทีเดียวเมื่อได้ไปพบกับอาจารย์วิศาล  ซึ่งเป็นนักวิชาการประจำศูนย์ อาจารย์เขาแนะนำ และให้คำปรึกษาได้ดีมาก จนกระทั่งผมสามารถทำฟาร์มหมูเพื่อชุมชนยืนหยัดมาได้กว่า 5 ปี แล้วครับ ถึงแม้จะหมูราคาตกก็ไม่กระทบกระเทือนมากนัก และคิดว่าอยู่ได้ครับ แต่เราก็ต้องยืนอยู่ ณ จุดที่ไม่ประมาท และเรียนรู้สิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมกับพยากรณ์ล่วงหน้าตลอดเวลาครับ</p> <div style="text-align: center"></div>ความสำเร็จที่น่าเรียนรู้...จากกรณีของคุณสุกิจก็นับได้ว่าเป็นบุคคลที่น่าศึกษาเรียนรู้อีกท่านหนึ่ง โดยเฉพาะในกระบวนคิดในการทำฟาร์มนั้น คุณสุกิจเป็นคนที่มีความรอบคอบ ต้องเรียนรู้ในสิ่งที่ตนเองจะทำ เรียนรู้ให้จริงพร้อมกับฝึกฝนอยู่ตลอดเวลา ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้พี่น้องเกษตรกรเราส่วนใหญ่มักจะขาดในเรื่องต่างๆ เหล่านี้ รวมทั้งพี่น้องที่ทำเกษตรกรรมแบบประณีตก็เช่นกัน ซึ่งผมคิดว่าในการที่เราจะทำเกษตรประณีตนั้นหากเราได้นำกระบวนการคิดของคุณสุกิจมาร่วมในการวางแผนก็คงจะเป็นสิ่งที่ดี น่าจะส่งผลสำเร็จได้ในเร็ววัน...ใช่ไหมครับ... <p>ขอบคุณครับ</p></span></font></span><p>อุทัย   อันพิมพ์ </p><p>3 ก.ค. 2550</p>