ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ

     ทุกคนเป็นเหมือนดิฉันไหมค่ะ รู้สึกว่าตนเองไม่กระปรี้กระเปร่า ไม่สดชื่นเลยค่ะ หน้าตาก็หมองคล้ำ สาเหตุของปัญหาทั้งปวงดิฉันคิดว่ามาจากการนอนดึกและไม่ได้ออกกำลังกาย  ก่อนหน้านี้สักประมาณ 1 เดือน ดิฉันเป็นคนที่ชอบออกกำลังกายด้วยการไปเต้นแอโรบิคและก็แถมท้ายด้วยการไปเดินรอบอ่างค่ะ  ตอนนั้นยังอาศัยอยู่ที่หอพักแถวมอ.ค่ะ แต่ตอนนี้กลับมาอยู่ที่บ้านแล้ว ก็เลยมีข้ออ้างให้กับตัวเองว่าไม่มีที่ออกกำลังกาย ไม่มีเวลา สารพัดข้ออ้างที่มาสนับสนุนความขี้เกียจของตนเอง แต่ตอนนี้เริ่มอ้างกับตัวเองไม่ไหวแล้ว เนื่องจากตอนนี้น้ำหนักเพิ่มขึ้นประมาณ 4 กิโลกรัม บวกกับใบหน้าอันอวบอิ่มของดิฉันแล้วทำให้ดิฉันต้องลดน้ำหนักของตัวเองเป็นการด่วนแล้ว ไม่อยากเป็น "สาวอวบ" ระยะสุดท้าย +ด้วยโรคาอันไม่น่าพิสมัยค่ะ ก็เลยคิดว่าจะหาวิธีออกกำลังกายยังไงขณะทีอยู่ที่ทำงาน  การทำงานของดิฉันวันๆก็จะอยู่ที่โต๊ะทำงาน นั่งหน้าคอมพิวเตอร์ อ่านเอกสาร กดโทรศัพท์ ปวดหลังเมื่อยเอว  แรก ๆ ไม่ค่อยรู้สึกอะไรมากนัก แต่พอนานๆชักรู้สึกว่าตัวเองไม่ไหวแล้ว จึงลองหาวิธีที่จะช่วยให้เราใช้สถานที่ และเวลาไม่นานในการออกกำลังกายมาฝากค่ะ 

ท่าที่ 1

ท่านี้เหมาะสำหรับคนที่นั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือนั่งโต๊ะนานค่ะ 

วิธีปฎิบัติขั้นตอนที่ 1 นั่งบนเก้าอี้  หลังตรง ตามองตรงไปข้างหน้า

                               2.จากนั้นประสานฝ่ามือไว้ด้านหลัง แล้วเหยียดออกไป ทำให้แผ่นหลังบริเวณหัวไหล่ถูกดึงเข้าหากัน และค้างไว้ท่านี้ประมาณ 10 -30 วินาที แล้วค่อยกลับสู่สภาพเดิมค่ะ

ท่าที่ 2

ท่านี้เหมาะสำหรับผู้ที่เมื่อยต้นคอ เนื่องจากก้มหน้าอ่านหรือดูเอกสารตลอดเวลา

วิธีปฏิบัติขั้นตอนที่ 1 นั่งหลังตรง  ยืดคอตรง ผ่อนคลายหัวไหล่ เอียงหูด้านขวาเข้าหาหัวไหล่ขวา โดยรักษาระดับช่วงหัวไหล่ทั้งสองข้างให้เท่ากันเสมอ

                               2.ยกมือขวาอ้อมด้านบนศีรษะข้ามมาแตะใบหูข้างซ้าย แล้วค่อยๆ กดศีรษะลงไปทางขวาเบา ๆ จะรู้สึกตึงบริเวณด้านข้างของคอ จากนั้นเพิ่มความตึงให้มากขึ้น โดยรักษาท่าเดิมเอาไว้ และให้ทิศทางของศีรษะโน้มเข้าหารักแร้ ทำซ้ำเช่นเดิมเอาไว้ โดยสลับไปทำอีกข้าง แต่ละข้างใช้เวลา 10 -30 นาที

         ข้อมูลนี้ดิฉันเปิดอ่านเจอจากเว็บไซด์ www.balavi.com ค่ะ เห็นว่าเป็นท่าง่าย ๆ และสามารถทำที่ทำงานได้ และคงจะเป็นประโยชน์กับทุกคนที่ไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกายค่ะหรือเพื่อนๆ บางคนอาจจะใช้วิธีนี้แล้วก็ได้ ส่วนดิฉันเองเพิ่งเริ่มทำได้ 2 วันค่ะ ยังไม่ค่อยรู้สึกอะไร แต่คิดว่ามันจะช่วยให้ดิฉันรู้สึกดีขึ้น และจะดีขึ้นเรื่อยๆ การออกกำลังกายเราไม่ควรทำแบบหักโหม หรือทำตามกระแส ทำเป็นพักๆ เพราะจะไม่เห็นผล แต่ให้ทำแบบ "ใจรัก"ที่จะทำเพราะมันจะเกิดผลมากกว่า  สุดท้ายดิฉันคิดว่าความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐจริงๆค่ะ