ตอนที่ 5

การสร้างเครื่องมือและเกณฑ์การประเมิน
         
จุดประสงค์

            ผู้ศึกษาสามารถสร้างเครื่องมือและเกณฑ์การประเมินผลการเรียนรู้ได้

  เนื้อหา

1.         การสร้างเครื่องมือวัดผลประเมินผลการเรียนรู้

2.         การสร้างเกณฑ์การประเมิน

                    
การสร้างเครื่องมือวัดผลประเมินผลการเรียนรู้

การสร้างเครื่องมือเพื่อใช้วัดผลประเมินผลการเรียนรู้ในชั้นเรียน ครูจะต้องศึกษาหาความรู้ และพิจารณาเลือกนำมาใช้ให้สอดคล้อง เหมาะสมกับลักษณะการสอนและกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน

            เครื่องมือการวัดผลประเมินผลมี 2 ลักษณะคือ เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล และ เครื่องมือบันทึกผลข้อมูล เช่น  ภาระงานที่กำหนดให้ปฏิบัติ คือ การเขียนเรื่องจากภาพ  ดังนั้น

            เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล     ได้แก่   ภาพ    บัตรงาน      เกณฑ์การประเมินผล

            เครื่องมือที่ใช้ในการบันทึกข้อมูล  ได้แก่ แบบบันทึกคะแนนตรวจผลงาน การตอบคำถาม  แบบสังเกตพฤติกรรม    แบบสังเกตพฤติกรรมขณะที่เขียนเรื่อง

  การสร้างเกณฑ์การประเมิน  

เกณฑ์การประเมิน (Rubric Assessment)

ความหมาย   คำว่า      Rubric”  หมายถึงกฎ  หรือกติกา (Rule ) ส่วนคำว่า Rubric Assessment  หมายถึงแนวทางการให้คะแนนซึ่งสามารถแยกแยะระดับต่างๆของความสำเร็จในการเรียน หรือการปฎิบัติของนักเรียนได้อย่างชัดเจน

การกำหนดเกณฑ์การประเมิน

            ครูและนักเรียนควรจะกำหนดเกณฑ์การประเมิน ด้วยกัน ซึ่งควรจะทำให้เสร็จก่อนที่นักเรียนจะ  ลงมือปฎิบัติงานชิ้นนั้น   เกณฑ์การประเมินนั้น นอกจากจะใช้เป็นเครื่องมือในการประเมินแล้ว ยังสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการสอนอีกด้วย เพราะเกณฑ์การประเมินนั้น เปรียบเสมือนเป้าหมายในการเรียนที่     นักเรียนจะต้องเรียนรู้ และทำให้ครู ผู้ปกครองและบุคคลอื่นๆ รู้ว่านักเรียนทำอะไรได้บ้าง ?  และรู้อะไรบ้าง?

ประโยชน์ของการกำหนดเกณฑ์การประเมิน

1.       มีความชัดเจนในการประเมิน

2.       ทำให้รู้ว่านักเรียนเรียนรู้และทำอะไรได้บ้าง

3.       กระตุ้นให้นักเรียนเรียนรู้ได้ตามเป้าหมาย

   

รูปแบบของเกณฑ์การประเมิน จำแนกออกเป็น   2 ประเภท

1.  เกณฑ์การประเมิน ในภาพรวม (Holistic Rubric)

     คือแนวการให้คะแนนโดยพิจารณาจากภาพรวมของชิ้นงาน โดยมีคำอธิบายลักษณะของงาน

แต่ละระดับไว้อย่างชัดเจน จึงเหมาะที่จะใช้ประเมินทักษะที่มีความต่อเนื่อง เช่น  งานเขียน

ตัวอย่าง

ระดับคะแนน

ลักษณะของงาน

3(ดี)

-         เขียนได้ตรงประเด็นตามที่กำหนดไว้ ไม่วกวน

-         มีการจัดระบบงานเขียน เช่น มีคำนำ เนื้อหา และบทสรุปอย่างชัดเจน -         ภาษาที่ใช้ถูกต้องมีตัวสะกดและไวยากรณ์มีความถูกต้องสมบูรณ์ ทำให้ผู้อ่านเข้าใจง่าย -         ใช้คำศัพท์ที่เหมาะสม สื่อความหมายได้

2 (ผ่าน)

ขาด 1 ประเด็น

1(ต้องปรับปรุง)

ขาด 2 ประเด็นขึ้นไป

0

ไม่มีผลงาน

           

เกณฑ์การประเมินในภาพรวมส่วนใหญ่จะใช้  3-6 ระดับ แต่ที่นิยมใช้กันมาก คือเกณฑ์การประเมิน 3 ระดับ  เนื่องจากง่ายต่อการกำหนดรายละเอียดซึ่งจะยึดเกณฑ์ค่าเฉลี่ย     สูงกว่าค่าเฉลี่ย  และ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย  ซึ่งง่ายต่อการตรวจให้คะแนน เนื่องจากงานมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

               
2.       เกณฑ์การประเมินแบบแยกส่วน (Analytic Rubric ) เป็นการประเมินผลงานโดยจำแนกออกเป็นด้านๆว่ามีรายการประเมินอะไรบ้างและกำหนดวิธีการให้คะแนนอย่างไร   การประเมินในลักษณะนี้ ต้องกำหนดแนวทางการให้คะแนนที่อธิบายระดับการปฏิบัติผลงานนั้นๆ  ไว้อย่างชัดเจน 

ตัวอย่าง  เกณฑ์การประเมินงานเขียนเรียงความ

     ระดับคะแนน ประเด็น 4 3 2 1 0
1. รูปแบบ องค์ประกอบครบ - มีคำนำ เนื้อเรื่อง สรุปครบและสมบูรณ์

องค์ประกอบ      ไม่ครบ

- มีเนื้อเรื่อง ขาด คำนำ หรือสรุป
องค์ประกอบ      ไม่ครบ - มีแต่เนื้อเรื่อง      ที่สมบูรณ์    ขาดคำนำและสรุป องค์ประกอบ    ไม่ครบ เนื้อเรื่องไม่สมบูรณ์ ไม่มีผลงาน
2. เนื้อเรื่อง - เขียนเรื่องได้ตรงกับชื่อเรื่อง - เรียงลำดับ       เหตุการณ์ได้อย่างต่อเนื่องชัดเจน - สอดแทรกแนวคิด ที่เป็นประโยชน์ในเชิงสร้างสรรค์ - เขียนเรื่องได้ตรงกับชื่อเรื่อง -เรียงลำดับ        เหตุการณ์ได้อย่างต่อเนื่อง -สอดแทรกแนวคิดที่เป็นประโยชน์ -เขียนเรื่องได้ตรงกับชื่อเรื่อง -เรียงลำดับ        เหตุการณ์วกวนบางตอน - ไม่มีการสอดแทรกแนวคิดที่เป็นประโยชน์  -เขียนเรื่อง      ไม่ตรงกับชื่อเรื่อง -เรียงลำดับเหตุการณ์       วกวนหลายตอน - ไม่มีการสอดแทรกแนวคิดที่เป็นประโยชน์ ไม่เขียนหรือเขียนไม่ได้ใจความ
3.การใช้ภาษา -เขียนสะกดคำ    ถูกต้อง - ใช้สำนวน ถ้อยคำถูกต้องเหมาะสมสละสลวยงดงามเชื่อมโยงภาษาได้ดี - สื่อความหมายได้ชัดเจน -เขียนสะกดผิดไม่เกิน 5 คำ - ใช้สำนวนถ้อยคำถูกต้องเหมาะสม - สื่อความหมายได้ - เขียนสะกดคำผิดไม่เกิน 10 คำ -ใช้ถ้อยคำ ไม่เหมาะสมบางแห่ง - สื่อความหมายไม่ชัดเจนบางตอน - เขียนสะกดคำผิดเกินกว่า10 แห่ง -ใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสมหลายแห่ง - สื่อความหมายได้ไม่ชัดเจน ไม่มีผลงานหรือ เขียนผิดมาก   สับสน อ่านไม่ได้ใจความ
4.นิสัยที่ดี    ในการเขียน -สะอาดเรียบร้อย -ตัวหนังสืออ่านง่าย   สวยงาม -ทันเวลา -สะอาดเรียบร้อยแต่มีรอยลบ ขูดฆ่าไม่เกิน 3 แห่ง -ตัวหนังสืออ่านง่าย -มีรอยลบ ขีดฆ่า ไม่เกิน 5 แห่ง -ตัวหนังสืออ่านยาก -มีรอยขีดฆ่า   มากกว่า 5 แห่ง -ตัวหนังสือ    อ่านยาก ไม่มีผลงาน / งานสกปรกตัวหนังสืออ่านยากมาก
    ขั้นตอนการสร้างเกณฑ์การประเมิน 1.       กำหนดมิติ หรือองค์ประกอบต่างๆของพฤติกรรม หรือคุณลักษณะที่คาดหวังว่านักเรียนพึงมี หรือพึงกระทำ

2.       พิจารณาตัวอย่างชิ้นงานของนักเรียน เพื่อตรวจสอบว่า มิติ หรือองค์ประกอบที่กำหนดไว้

ครบถ้วนหรือไม่

3.       เขียนนิยามของมิติหรือองค์ประกอบ ให้ชัดเจนกำหนดเป็นพฤติกรรมหรือคุณลักษณะงาน

ที่สามารถสังเกตได้

4.       กำหนดระดับของการประเมิน โดยนำพฤติกรรมหรือคุณลักษณะมากำหนดในแต่ละระดับ และแต่ละระดับการประเมินที่แตกต่างกัน จะต้องสะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างของนักเรียนอย่างชัดเจน

5.       นำเกณฑ์ไปทดลองใช้ประเมินชิ้นงานนักเรียน

6.       ปรับปรุงแก้ไขแล้วนำไปทดลองใช้ประเมินอีกครั้งหนึ่ง

7.       นำเกณฑ์การประเมินแจ้งนักเรียน / ผู้ปกครองรับทราบ

เทคนิคการเขียนเกณฑ์การประเมิน

1.       กำหนดรายละเอียดขั้นต่ำไว้ที่ ระดับ 1 แล้วเพิ่มลักษณะที่สำคัญสูงขึ้นมาที่ละ ระดับ

เช่น งานเขียน มีประเด็นที่จะต้องประเมินคือ เนื้อหา การกำหนดรายละเอียด ถ้าแบ่งเป็น 4 ระดับ ควรกำหนดลักษณะย่อย หรือตัวแปรย่อยที่สำคัญให้ได้  4 ลักษณะ เช่น

            เนื้อหา     ระดับ 1     สอดคล้องกับเนื้อเรื่อง

                           ระดับ 2     ลำดับเนื้อเรื่องชัดเจน

                           ระดับ 3     เรื่องน่าสนใจ

                           ระดับ 4     มีจินตนาการ

เมื่อกำหนดลักษณะย่อยได้แล้วนำมาเขียนรายละเอียดต่างๆโดยนำลักษณะย่อยมาจัดลำดับความสำคัญแล้วเขียนบรรยายให้ชัดเจนจากความสำคัญต่ำที่สุดและเพิ่มตัวแปรถัดไปทีละ ระดับ ดังนี้

ระดับ 1      เนื้อหาที่เขียนสอดคล้องกับเนื้อเรื่อง

ระดับ 2     เนื้อหาที่เขียนสอดคล้องกับเนื้อเรื่อง และลำดับเรื่องได้ชัดเจนไม่วกวน

ระดับ 3     เนื้อหาที่เขียนสอดคล้องกับเนื้อเรื่อง  ลำดับเรื่องได้ชัดเจน  ไม่วกวน

     สอดแทรกสาระบางอย่างทำให้เรื่องน่าสนใจ

ระดับ 4    เนื้อหาที่เขียนสอดคล้องกับเนื้อเรื่อง  ลำดับเรื่องได้ชัดเจนไม่วกวน สอดแทรก     สาระบางอย่างทำให้เรื่องน่าสนใจ อ่านแล้วเกิดจินตนาการ

2.       กำหนดจุดอ่อนระดับต่ำสุดไว้ที่ระดับ 1  แล้วเพิ่มความถูกต้องขึ้นทีละระดับ

เช่น งานเขียน  ประเด็นที่ต้องการประเมิน ด้านการใช้ภาษาสามารถเขียน รายละเอียดได้ทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ เช่น

r    เชิงคุณภาพ

            การใช้ภาษา       ระดับ 1   ภาษาผิดพลาดมากแต่ยังสื่อความหมายได้

                                    ระดับ 2   ภาษาถูกต้องส่วนมาก และสื่อความหมายได้

                                    ระดับ 3   ความผิดพลาดน้อย เชื่อมโยงภาษาได้ดี

                                    ระดับ 4    ภาษาถูกต้องเกือบทั้งหมดและใช้ภาษาได้สละสลวย

r    เชิงปริมาณ

             การใช้ภาษา     ระดับ 1    ภาษาผิดพลาดไม่เกินร้อยละ  50  แต่ยังสื่อความหมายได้                                                  ระดับ 2    ภาษาถูกต้องร้อยละ  50-70  และสื่อความหมายได้

                                    ระดับ 3    ภาษาถูกต้องร้อยละ  70-90  และเชื่อมโยงภาษาได้ดี

                                    ระดับ 4    ภาษาถูกต้องร้อยละ  90-100 และใช้ภาษาได้สละสลวย

3. การกำหนดตัวแปรย่อยที่มีน้ำหนักเท่ากันทุกตัวแล้วระบุว่าตัวแปรหายไปเท่าไร ระดับคะแนนก็ลดหลั่นตามมา เช่น การประเมินการจัดทำรายงาน โดยกำหนดลักษณะย่อย   ดังนี้ ปก  คำนำ สารบัญ การอ้างอิง บรรณานุกรม  สามารถเขียนรายละเอียดได้ดังนี้

องค์ประกอบของรายงาน

ระดับ 4   มีครบ คือ ปก คำนำ สารบัญ การอ้างอิง บรรณานุกรม 

                                    ระดับ 3   ขาด 1 ลักษณะ

                                    ระดับ 2   ขาด 2 ลักษณะ

ระดับ 1   ขาด 3 ลักษณะ
4. การสร้างเกณฑ์โดยใช้วิธีแยกประเด็นย่อย  แล้วทำตารางพิจารณาความถูกต้องกำหนดระดับของคะแนนตามจำนวนที่ปฏิบัติได้ถูกต้องในแต่ละประเด็น   

            ตัวอย่าง   กำหนดให้นักเรียนศึกษาว่ากระดาษทิชชู 3 ยี่ห้อ  ยี่ห้อไหนจะซับน้ำได้ดีที่สุด โดยให้อุปกรณ์การทดลองประกอบด้วย หลอดแก้ว ถาด หลอดหยด และตาชั่ง

    เกณฑ์การประเมิน  
ระดับ วิธีการ การทำให้อิ่มตัว การพิจารณาผล การชั่ง ผล
4

ถูก

ถูก

ถูก