วันที่ 2 กรกฎาคม 2550
วันนี้เป็นวันจันทร์สัปดาห์ที่ 9 แล้วครับ เมื่อคืนเป็นคืนแรกที่นอนที่ห้องพักใหม่ใน Little India สวรรค์ได้ทดสอบผมอีกครั้งหนึ่ง ห้องพักใหม่ไม่มีแอร์ มีเฉพาะพัดลม ลองหลับตานึกภาพดูนะครับ สองเดือนที่ผ่านมาที่พักที่ SIC ผมพักร่วมห้องกับน้องชาวเกาหลี เธอเปิดแอร์เย็นเฉียบ เล่นเอาผมขาชาเกือบทุกคืนที่นั่งห้อยขาทำงาน จนหลังๆต้องนอนคลุมโปงทำงาน แต่เมื่อคืนอากาศอบอุ่น นอนไม่หลับ อาจจะเป็นเพราะเปลี่ยนที่ทางหรือว่าอุณหภูมิของห้องก็ไม่ทราบได้ นอนตากพัดลม คิดๆไปพาให้คิดว่านอนอยู่ชายทะเลก็สบายใจไปอีกแบบ เสียแต่ว่าไม่มีเสียงทะเลก็แค่นั้น <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> เมื่อคืนได้นอนดูทีวีด้วย หลังจากห่างหายไปนาน ทุกคืนอยู่กับจอคอมพิวเตอร์ ส่วนมากอ่าน G2K แต่เมื่อคืนนอนดูทีวี สบายใจอีกข้อหนึ่ง ที่ห้องไม่มี LAN สำหรับ internet ไม่มี Wi Fi ของ Qmax ที่ผมสมัครไว้ (ไปที่ www.qmax.com.sg แล้วสมัครตามขั้นตอน เมื่อได้รับการตอบรับแล้ว เขามีของที่ระลึกให้ไปรับด้วย นั่นก็คือกล้อง webcam ผมยังไม่ได้ไปรับเลย เท้งไปรับมาแล้ว ค่อนข้างดี เดี๋ยวสัปดาห์หน้าจะไปเอา อยู่ที่ถนน Orchard เอง) คือว่าที่สิงคโปร์นี่เขาจะมีสัญญาณให้ใช้ internet ฟรี แต่ต้องสมัคร สัญญาณมีค่อนข้างทั่วไป กระทั่งในโรงพยาบาลก็ยังมีสัญญาณของ Qmax แต่ที่ห้องพักใหม่ไม่มีสัญญาณของ Qmax แต่มีสัญญาณลึกลับให้ใช้ แปลกดีครับ ใช้ได้ด้วย เรียกว่าลักลอบใช้นั่นแหละ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> เมื่อวานเป็นวันแรกที่รัฐบาลสิงคโปร์ประกาศเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม (GST) จาก 5% เป็น 7% หลายคนบ่นอุบ คนสิงคโปร์นี่เขาเชื่อฟังรัฐบาลของเขามาก บอกให้ทำอะไรก็ต้องทำ แต่เขาก็ไม่พอใจเหมือนกันนะครับ บ่นว่ารัฐบาลรวย นายกรวย (เงินเดือนสูงที่สุดในโลก: น่าจะได้รับการบันทึกใน world record) แต่พลเมืองไม่รวย ยากจนลงทุกวัน เสียภาษีแพง (เพื่อให้รัฐบาลเอาเงินมาซื้อหุ้นชินวัตร) ทุกอย่างต้องเสียเงินทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นค่าถนน ค่าจอดรถ ค่ารักษาพยาบาล เพราะถึงแม้ว่าเขาจะอยู่ใน S class เขาก็ยังต้องจ่ายเงินราวๆ 30% แต่เชื่อไหมครับ ข่าวทางทีวีทำข่าวออกมา โอ้โหดูดีไปหมด ไปสัมภาษณ์คนซื้อของก็บอกว่า ไม่มีปัญหา ราคาก็เพิ่มไม่มากหรอก ไม่กี่เซ็นต์เอง นี่เป็นสิ่งที่ได้พบที่นี่ เคยได้ยินมาว่ารัฐบาลควบคุมสื่อตลอด ข่าวที่ออกมาจึงเป็นข่าวที่สนับสนุนรัฐบาลเท่านั้น เมื่อวานเซี้ยงเล่าให้ฟังว่า ใน youtube เขามีการต่อต้านรัฐบาลสิงคโปร์กันบ้างเหมือนกัน มีการแต่งเพลงล้อเลียนนักการเมืองเชิงกระทบกระเทียบ ตลกมาก แต่ผมไม่ได้เปิดดูหรอกครับ เพราะว่าเกลียด web นี้มาก <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>ผมออกจากบ้านราว 7 โมง ฟ้าเริ่มสว่างแล้ว (แว่วเสียงสกุณา ฉันเพิ่งตื่นนิทรา ลืมตาได้ไม่นาน) บรรยากาศที่ Little India ต่างจากบริเวณที่พักเก่าราวฟ้ากับดิน ที่เก่าบริเวณสะอาด เป็นแถบบ้านพักคนรวย บ้านเป็นหลังๆปลูกอยู่บนดิน ที่ใหม่มีแต่แฟลต (HDB) มีแต่คนเงินน้อย คนนอนตามฟุตบาทมากมาย ส่วนมากเป็นคนอินเดีย มีขยะเกลื่อนกลาด บางที่มีร่องรอยของการดื่มสุราทิ้งไว้เมื่อคืน ขวดเบียร์ยังวางอยู่ ไม่มีคนมาเก็บกวาด ร้านรวงยังปิดเสียเป็นส่วนมาก <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p>ผมใช้เวลาเดินทอดน่องสบายๆประมาณ 20 นาทีก็ถึงโรงพยาบาล เหงื่อเริ่มซึมพอดี ระยะทางก็กะว่าประมาณบ้านพักที่ม.อ.ไปถึงโรงพยาบาลม.อ.นั่นแหละ ประมาณ 2 กิโลเมตร<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> เดือนนี้ผมยัง round อยู่ชั้นเดิม คือชั้น 4 ซึ่งเป็นชั้นที่ผู้ป่วยส่วนมากเป็นคนเงินน้อย (subsidized class: ยังรู้สึกปวดใจทุกครั้งที่เรียกเขาว่าอย่างนี้ แต่ที่นี่กลับเห็นเป็นเรื่องธรรมดา) และยังอยู่ร่วมกับหมออาร์ลีนเหมือนเดิม เพียงแต่เปลี่ยนหัวหน้าไปเป็นอาร์เธอ วันนี้อาร์ลีนยังไม่กลับจากฟิลิปปินส์ ผมเลยดูคนไข้คนเดียวจนเสร็จ ไม่นานอาร์เธอก็มาสมทบ ผมก็ทำตัวเป็น fellow ที่ดีรายงานผู้ป่วยให้เขาทราบเสมือนหนึ่งเขาเป็นอาจารย์ของผม ก็เป็นจริงๆนี่นา (วันนี้ได้อ่านจดหมายจากภาควิชาที่ม.อ. เรื่องงานเลี้ยงแพทย์ใช้ทุนที่สอบบอร์ดผ่านหมดทุกคน พี่จันทิมาเขียนเรียก fellow ว่า แพทย์ต่อยอด ฟังดูแล้วน่ารักดี) การ round ก็ผ่านไปอย่างราบรื่น ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมอาร์ลีนจึงไม่สามารถ round กับอาร์เธอได้เมื่อ 2 เดือนก่อน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> วันนี้ช่วงเช้าผมอยู่ห้องยูโรพลศาสตร์ ช่วยป้าเตียวตรวจ urodynamic เหมือนเคย <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ประมาณเที่ยง ครูหาญสั่งให้ผมเข้าห้องผ่าตัดเพื่อไปช่วยคุณหมอเรจินา registra สาวสวย เธอเป็นเจ้าของไข้ หรือเรียกง่ายๆว่าเป็นคนไข้ฝากพิเศษของเธอนั่นเอง ที่นี่เป็นอย่างนี้แหละครับ คุณหมอที่กำลังเรียนต่อสามารถมีคนไข้พิเศษได้ เพียงแต่เขาจะเชิญ consultant มาช่วยผ่าตัดเท่านั้น เงินส่วนใหญ่ได้เจ้าของไข้ครับ แบ่งกันกินแบ่งกันใช้ เกื้อกูลกันดีจริงๆ คนไข้น่วม วันนี้เป็นวันแรกที่ได้คุยกับเธอ หลังจากที่เคยเจอกันครั้งหนึ่งในเคส เธอเพิ่งฝึกผ่าตัดกระมัง วันนี้ผมเลยเป็นครูสอนการผ่าตัดมดลูกทางช่องคลอดให้เธอโดยปริยาย สุกี้เคยบอกว่า นี่เป็นกลยุทธของครูหาญที่เขาไว้ใจให้เรามาช่วยผ่าตัดนั่นเอง เมื่อมดลูกหลุดท่านก็เข้ามาพอดี (เพื่อสอดตาข่ายแบบพิเศษ (total prolift) เพื่อป้องกันช่องคลอดหย่อนซ้ำ)แบบว่าเธอแม่นเรื่องเวลามาก หากมดลูกยังไม่หลุดมีหวังโดนด่า กว่าจะเสร็จก็สองโมง ต้องรีบไปที่คลินิก เพราะว่าเป็นตารางของผม ใจหนึ่งก็อยากไปกินข้าวก่อน แต่ไม่น่าจะทันเลยตรงรี่ไปที่คลินิกเลย ปรากฏว่าครูหาญมาถึงก่อนแล้ว แต่กำลังถ่ายหนังกันอยู่ สงสัยได้ออกทีวีอีกแล้วครูผม งานนี้ตรวจคนไข้เสียงดังก็ไม่ได้ ผมเลยวิ่งไปซื้อไมโลมาดูดก่อนทำงาน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> บ่ายวันนี้ตั้งแต่ 14.30-18.00 น. ตรวจคนไข้ตลอด มีนักศึกษาแพทย์ปี 4 มานั่งดูผมตรวจด้วยคนหนึ่ง รู้สึกว่าจะเคยเล่าไปแล้วว่านักศึกษาแพทย์ที่นี่ เขาไม่มีโอกาสได้แตะคนไข้จนกว่าจะจบปี 5 ครับ วันนี้ที่คลินิกเหลือผมกับครูหาญ 2 คน เพราะว่าหมออาร์ลีนกลับบ้าน ไม่นานนักดันดีเดินผ่านมา ครูหาญจึงออกปากขอความช่วยเหลือ (หรือสั่งก็ไม่รู้) คุณหมอชินสวนก็ไม่รู้หายไปไหน เป็นอันว่า 3 หนุ่มก็ช่วยกันทำงาน พักใหญ่ๆครูหาญก็เดินมาห้องผม แล้วพูดขึ้นว่า ผมสามารถจัดการคลินิกได้แล้ว very good และอนุญาตว่า ต่อไปให้ผมด่าอาร์ลีนได้เลย เพราะว่าวันนี้เธอไม่ได้มา เราจึงเหนื่อยกัน ว่าเข้าไปนั่น <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> เริ่มออกจากโรงพยาบาลตอน 1 ทุ่ม อากาศกำลังดี สังเกตว่าความสะอาดเปลี่ยนไป บริเวณ little India ดูสะอาดเอี่ยมอ่อง คนเก็บขยะที่นี่ทำงานเจ๋งจริงๆ กลับถึงบ้านก็จัดแจงซักผ้าเอง เสื้อถูกปั้นจนยับยู่ยี่ ไม่เหมือนเครื่องซักผ้าที่บ้านเลย ไหนจะต้องรีดอีก คิดถึงคนที่บ้านจังเลย จิ๋มทำทุกอย่างให้ผมเสมอ ตั้งแต่เราร่วมชีวิตกันมา 10 ปีในเดือนพฤศจิกายนนี้ ภรรยาของผมคนนี้ดูแลเรื่องเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของผมมาตลอด น่าอิจฉาผมไหมครับ
สวัสดีค่ะคุณหมอ อ่านเรื่องเล่าสนุกนะคะ ยังกะไปอยู่เองเลย
และโชคดีที่มีศรีภรรยาชั้นหนึ่งค่ะ ทีนี้ก็รู้แล้วว่าการต้องทำอะไรต่ออะไรเอง มันยุ่งแค่ไหน...ฮิๆๆ
นึกว่าคุณหมอจะต้องเป็นชายสี่โบสถ์ซะแล้ว...
เริ่มจากเรื่องที่พักต่อไปถึงโรงพยาบาลสุดท้ายจบที่คิดถึงภรรยา ดีครับอ่านแล้วเพลินดี...
ขอบคุณมากครับ...
อ่านถึงตรง "ฟ้าเริ่มสว่างแล้ว (แว่วเสียงสกุณา ฉันเพิ่งตื่นนิทรา ลืมตาได้ไม่นาน)" เกือบเผลอร้องตามแน่ะค่ะ คุณหมอแป๊ะคุยได้สนุกดีจังค่ะ อ่านเพลิดเพลิน แต่อีตอนมดลูกหลุดนี่ฟังดูน่ากลัวจัง มันหลุดจากอะไรคะ อธิบายเพิ่มเติมเป็นวิทยาทานหน่อยได้ไหมคะ ฟังดูมันไม่ค่อยไปด้วยกันกับ "เพื่อป้องกันช่องคลอดหย่อนซ้ำ" เลยน่ะค่ะ
สวัสดีครับคุณ
ทราบแน่นอนครับ ว่าการต้องทำอะไรทุกอย่างนี่มันยุ่งจริงๆ และผมก็ไม่เคยลืมเลยว่า ภรรยาเธอช่วยผมได้มากแค่ไหน และก็ไม่เคยลืมเลยที่จะสรรเสริญเธอให้คนอื่นๆ หรือเพื่อนร่วมงานของผมให้ทราบ
สวัสดีครับคุณ
ขอบคุณครับที่รู้สึกเพลิน ความรู้สึกนี้ก็เกิดขึ้นเมื่อผมได้อ่านเรื่องราวที่คุณ direct เขียนเช่นเดียวกัน เสียซะแต่ว่าไม่สามารถแต่งกลอนได้เก่งเท่าคุณครับ ฝากไว้ก่อน เมื่อไหร่วิทยายุทธแก่กล้า จะมาร่วมประชัน
ป้า
ครับ
เวลาเราตัดมดลูกนั้น เราสามารถทำได้สองทาง
๑. ตัดทางหน้าท้อง
๒. ตัดทางช่องคลอด วิธีหลังนั้นนับว่าดีที่สุด เพราะว่าไม่มีแผลที่หน้าท้องเลย ฟื้นตัวเร็วกว่า เจ็บน้อยกว่ามาก
ที่ว่ามดลูกหลุดนั้น ก็คือผลสุดท้ายของการตัดมดลูกไงครับ
การตัดมดลูก จะนำไปซึ่งความเสี่ยงของการเกิดช่องคลอดหย่อนซ้ำได้เสมอครับ เราเรียกว่า prolapse vaginal vault ครับ ดังนั้นถ้าประเมินว่าคนไข้จะมีความเสี่ยงสูงๆ เราจะเย็บยอดช่องคลอดไว้กับเส้นเอ็นด้านในครับ อยู่ลึกทีเดียว ทำค่อนข้างยาก และก็เป็นสาเหตุที่ผมต้องมาที่นี่อีกเช่นเดียวกัน