หลักการข้อที่สามคือ  ความรู้สึกทุกชนิด  ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกที่ดีหรือไม่ก็ตามจะมีด้านที่เป็นประโยชน์อยู่ด้วยเสมอ  ความเจ็บปวดจะดึงเรามาสู่สถานการณ์ในปัจจุบัน ความรู้สึกผิดจะทำให้เราหันมาพิจารณาตัวเอง   ความวิตกกังวลทำให้เราต้องมีการเตรียมพร้อมต่อสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่สำหรับบางคนความรู้สึกเหล่านี้อาจทำให้ยิ่งแย่ไปกันใหญ่     อย่างไรก็ตาม การตระหนักว่า เราสามารถใช้ประโยชน์จากความรู้สึกที่มักจะคิดกันว่าไม่ดีได้  ทำให้เราหันมาใส่ใจต่อความรู้สึกที่เกิดขึ้นว่าบ่งถึงอะไร จะแก้ไขอย่างไร  หาทางเรียนรู้จากความรู้สึกที่เกิดขึ้นแทนที่จะหลีกเลี่ยงไม่ยอมรับ     

หลักการข้อที่สี่คือ  ความรู้สึกทุกชนิดจะเบาบางลงเมื่อเวลาผ่านไป   นอกจากจะถูกกระตุ้นซ้ำอีก   นี่เป็นสิ่งที่เห็นกันโดยทั่ว ๆ ไปอยู่แล้ว  เมื่อคนที่เรารักจากไปจะรู้สึกโศกเศร้าสูญเสีย อยากให้เขากลับมา ไม่สามารถมีความสัมพันธ์กับใครได้เหมือนแต่ก่อน  แต่พอเวลาผ่านไปความรู้สึกเหล่านี้จะค่อย ๆ ลดลง เราจะเริ่มมีสัมพันธภาพกับผู้คนได้มากขึ้น  ผู้ที่มีอารมณ์เศร้า มีความรู้สึกหดหู่หมดหวัง ขอให้แน่ใจได้ว่าความรู้สึกที่มีมากนี้ จะลดลงเมื่อเวลาผ่านไป 

ความจริงอีกอย่างหนึ่งที่เราต้องยอมรับก็คือ   ความรู้สึกที่เบาบางลงตามเวลานี้ยังรวมไปถึงความรู้สึกที่ดีด้วยเหมือนกัน   ความรู้สึกเบิกบานใจ ความสุขสดชื่น จะค่อย ๆ ลดลง นอกจากจะได้รับการกระตุ้นอีก  

อะไรที่ทำให้ความรู้สึกที่เบาบางลงแล้วนี้กลับมามีมากขึ้นอีก     เหตุการณ์ที่มากระตุ้นความรู้สึกนี้ เป็นเหตุการณ์ที่เราพบในชีวิตประจำวัน  ซึ่งจะมีความหมายต่อแต่ละบุคคลแตกต่างกันไป การทะเลาะถกเถียงกันทำให้ความโกรธขุ่นเคืองซึ่งหายไปนานแล้วถูกกระตุ้นขึ้นมาอีก  การดูหนังบางเรื่องอาจกระตุ้นให้เรานึกถึงความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมี    อย่างไรก็ตาม การที่จะมัวรอให้เหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นแล้วจึงจะรู้สึกนั้น ดูจะเป็นการฝากชีวิตไว้กับโชคชะตาเกินไป   ในความเป็นจริงแล้วเราสามารถที่จะปฏิบัติตนเพื่อให้ส่งผลต่อความรู้สึกของเราอีกทอดหนึ่งได้         

ความรู้สึกและการกระทำ 3
ความรู้สึกและการกระทำ 1