การค้าอัญมณีและเครื่องประดับระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีนนั้น แม้ว่าจะมีส่วนแบ่งการส่งออกเพียงเล็กน้อยตามสถิติการส่งออก แต่ตลาดจีนก็เป็นตลาดที่น่าสนใจ เพราะเศรษฐกิจจีนเติบโตยังคงอย่างต่อเนื่องและผู้บริโภคมีรายได้ที่สูงขึ้น ทำให้มีกำลังซื้ออัญมณีและเครื่องประดับมากขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะในสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่ไทยมีศักยภาพในการผลิตสูงอยู่แล้วคือ พลอยสี อันได้แก่ทับทิมและแซฟไฟต์ เครื่องประดับแท้โดยเฉพาะเครื่องประดับเงิน และเครื่องประดับทองที่มีพลอยสีเป็นองค์ประกอบการส่งออกพลอยสีของไทยไปจีนส่วนใหญ่เป็นทับทิมและแซฟไฟต์ โดยประเทศไทยขึ้นชื่อว่าเป็นที่หนึ่งในตลาดโลกสำหรับการปรับปรุงคุณภาพ การเพิ่มมูลค่า และการเจียระไนพลอย
แต่เป็นที่น่าสังเกตว่ามูลค่าการส่งออกไปยังประเทศจีนยังมีน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับการส่งออกพลอยสีโดยรวมไปตลาดโลก สาเหตุเนื่องมาจากพลอยสีส่วนใหญ่ที่ส่งออกไปตลาดจีนเป็นพลอยสีคุณภาพต่ำ ทั้งนี้เพราะคนจีนนิยมการใช้เพชรมากกว่า พลอยสีจึงรุกได้เฉพาะตลาดล่างเท่านั้น สำหรับอัตราภาษีศุลกากรที่จีนผูกพันไว้กับองค์กรการค้าโลกไม่มีการเปลี่ยนแปลงเพราะจีนมีการเก็บภาษีนำเข้าเดิมที่ในอัตราต่ำกว่าที่ผูกพันไว้กับองค์กรการค้าโลกอยู่แล้ว ดังนั้น โอกาสที่ไทยจะได้รับประโยชน์จากผลกระทบทางด้านราคาจึงไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่อย่างไรก็ตามหากไทยส่งสินค้าที่มีมูลค่าสูงขึ้นและมีคุณภาพที่ดีขึ้น ควบคู่ไปกับการประชาสัมพันธ์ถึงคุณค่าและความงดงามของทับทิมและไพลิน ผลจากรายได้ของชาวจีนที่เพิ่มสูงขึ้นก็น่าจะมีแนวโน้มทำให้การส่งออกทับทิมและแซฟไฟต์มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นด้วยได้ในส่วนของเครื่องประดับแท้นั้นประกอบไปด้วยเครื่องประดับทองและเครื่องประดับเงินที่ไทยส่งออกไปจีนมีมูลค่าน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของไทยไปตลาดโลก ทั้งนี้สินค้าที่ไทยส่งออกไปจีนเกือบทั้งสิ้นเป็นเครื่องประดับเงิน ซึ่งหากพิจารณาในตลาดระดับโลกแล้วไทยมีศักยภาพสูงมากในการผลิตและส่งออกเครื่องประดับเงิน เพราะเครื่องประดับเงินของไทยที่ส่งออกเป็นลักษณะของ Gems Set ที่มีพลอยสีเป็นองค์ประกอบ ประกอบกับเครื่องประดับเงินมีมูลค่าไม่สูงมากนัก จึงได้รับความนิยมในหมู่ผู้บริโภคที่มีรายได้ปานกลางหรือรายได้น้อย อย่างไรก็ตาม เครื่องประดับเงินก็ยังได้รับความนิยมจากผู้มีรายได้สูงด้วย เพราะสามารถซื้อเครื่องประดับเงินมาใช้และเปลี่ยนเครื่องประดับตามแฟชั่นในแต่ฤดูกาล โดยมีต้นทุนของการทันตามแฟชั่นไม่สูงมากนัก
ประเทศไทยน่าจะได้รับโอกาสทั้งจากผลกระทบทางด้านราคาที่มีการลดระดับอัตราภาษีศุลกากร และน่าจะได้รับประโยชน์จากผลกระทบทางรายได้ ซึ่งประเทศไทยน่าจะได้รับประโยชน์จากการที่จีนเข้าเป็นสมาชิกขององค์กรการค้าโลกในอุตสาหกรรมเครื่องประดับเงินมากกว่าผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในหมวดสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ สำหรับเครื่องประดับทองนั้นยังไม่ได้รับความนิยมในจีนมากนัก เนื่องจากจีนเองก็มีอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องประดับทองที่หลากหลายและมีการลงทุนจากทั้งฮ่องกงและไต้หวันมาทำการผลิตและขายเครื่องประดับทองในจีน อีกทั้งปัจจุบันผู้ผลิตจีนเริ่มมีความสามารถมากขึ้น และเริ่มเป็นผู้ค้าขายใหญ่ในจีน ในขณะที่ฮ่องกงและไต้หวันมุ่งไปผลิตเพื่อส่งออกไปยังประเทศที่สามมากกว่า ทำให้โอกาสที่ไทยจะเข้าไปรุกตลาดจีนเกือบจะไม่มี ยกเว้นแต่มีการขายเครื่องประดับทองที่ประดับด้วยทับทิมหรือแซฟไฟต์ที่มีคุณภาพสูงเพิ่มเข้าไปเท่านั้นความก้าวหน้าหนึ่งของจีนที่ไทยต้องจับตามองคือ การที่จีนมีการพัฒนาการออกแบบอัญมณีและเครื่องประดับที่รุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว พิจารณาได้จากการที่จีนได้รับรางวัลการออกแบบเครื่องประดับระดับโลกหลายรางวัล อันเป็นสัญญาณที่สะท้อนถึงความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการเรียนรู้จากการลงทุนของประเทศที่มีความชำนาญมากในจีน เช่น ฮ่องกงและไต้หวัน เป็นต้น
นอกจากการพัฒนาทางด้านการออกแบบแล้ว จีนยังได้เรียนรู้การบริหารงานและการตลาดจากผู้ลงทุนที่มาจากประเทศดังกล่าวอีกด้วยสำหรับการจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีนนั้น ภาษีนำเข้าระหว่างจีนและอาเซียนจะลดลงเหลือศูนย์ และมาตรการที่มิใช่ภาษีจะถูกขจัดออกไปทั้งหมด ผลกระทบของการจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียนและจีนดังกล่าวจึงน่าจะทำให้สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของไทยบางรายการที่มีศักยภาพสูงในประเทศจีนอยู่แล้วสามารถส่งออกได้มากยิ่งขึ้น อาทิเช่น พลอยเนื้อแข็ง ทั้งทับทิมและไพลิน และเครื่องประดับเงินที่ประดับด้วยพลอยสี และถ้าเขตการค้าเสรีอาเซียนและจีนอำนวยความสะดวกทางด้านการลงทุนระหว่างประเทศก็จะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนชาวไทยเข้าไปค้นหาแหล่งวัตถุดิบรัตนชาติใหม่ๆ เนื่องจากจีนมีแหล่งรัตนชาติหลายแห่งที่ยังมิได้ถูกสำรวจในเชิงพาณิชย์ ในขณะที่จีนมีศักยภาพสูงมากที่สุดในโลกในการผลิตมุกน้ำจืด ทำให้เป็นโอกาสที่ดีของจีนที่จะเข้ามารุกตลาดของอาเซียน ซึ่งปัจจุบันเครื่องประดับเทียมของจีนก็ได้รุกตลาดอาเซียนอยู่แล้วก่อนที่จีนจะเข้าเป็นสมาชิก องค์กรการค้าโลก การมีเขตการค้าเสรีจะยิ่งทำให้จีนเข้าสู่ตลาดอาเซียนได้ง่ายมากขึ้น
ประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆ นั้นยังไม่มีศักยภาพในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับสูงเช่นประเทศไทย จึงทำให้โอกาสที่ประเทศสมาชิกอาเซียนไม่เป็นคู่แข่งที่สำคัญของไทยในตลาดจีนข้อเสนอแนะของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ ได้ทำการจัดกลุ่มตามกิจกรรมหลักบนห่วงโซ่แห่งคุณค่า โดยรายการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนมาก ได้แก่ การสรรหาแหล่งวัตถุดิบใหม่การจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบมาตรฐานอัญมณีและเครื่องประดับ การปกป้องเทคโนโลยีจากภูมิปัญญาชาวบ้าน และการปรับโครงสร้างภาษีภายในประเทศ โดยเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อสนับสนุนให้เกิดกิจกรรมของอุตสาหกรรมอัญมณี ในขณะที่ภาครัฐควรเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเจรจาทางการค้าเพื่อประสานความร่วมมือระหว่างไทยและจีน โดยทำการเจรจาในด้านการหาแหล่งวัตถุดิบในจีน ด้านการยอมรับมาตรฐานการจัดทำการประเมินคุณภาพพลอยสีของไทย และด้านการอำนวยความสะดวกในการลงทุนระหว่างประเทศ รวมทั้งควรสนับสนุนการวางยุทธศาสตร์การผลิตอัญมณีและเครื่องประดับในลักษณะการเป็นพันธมิตรร่วมกับจีน
อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับในประเทศจีน
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
aa · 1 ก.ค. 2550
อรทัย · 1 ก.ค. 2550
ส่าหรี · 1 ก.ค. 2550
นาย ปิ่นนเรศ กาศอุดม · 1 ก.ค. 2550
ส่าหรี · 1 ก.ค. 2550