ตลาดสินค้าเครื่องใช้ในครัวเรือนและของตกแต่งบ้านในประเทศญี่ปุ่น


 เป็นตลาดใหญ่มาก มีการแข่งขันสูง ทั้งในด้านการออกแบบ ราคา และคุณภาพ สินค้าจากจีนเข้ามาครองตลาดในแทบทุกประเภทสินค้า สินค้าจีนได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ทั้งการออกแบบและคุณภาพ และราคาถูกกว่าสินค้าจากประเทศอื่นๆ กอปรกับส่วนหนึ่งญี่ปุ่นได้ย้ายฐานผลิตไปตั้งในประเทศจีน ทำให้สินค้าจากประเทศต่างๆ ไม่สามารถแข่งขันกับจีนได้ แต่ต้องแข่งขันระหว่างกันเองมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นตลาดใหญ่และมีความต้องการสินค้าหลากหลายรูปแบบ จึงยังมีโอกาสที่สินค้าไทยจะเจาะขยายตลาดส่งออกเข้ามายังประเทศญี่ปุ่น
 ปัจจุบันเศรษฐกิจของญี่ปุ่นได้ฟื้นตัวแล้ว ประชากรมีรายได้จับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น มีการก่อสร้าง/ขยายตัวของที่อยู่อาศัย และสำนักงาน/บริษัทเพิ่มมากขึ้น ทำให้มีความต้องการสินค้าเครื่องใช้ในครัวเรือนและของตกแต่งบ้านเพิ่มขึ้น ญี่ปุ่นนำเข้าสินค้าประเภทนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี
 ลักษณะสินค้าที่มีแนวโน้มความต้องการในอนาคตสินค้าเครื่องใช้ในครัวเรือนและของตกแต่งบ้านมีมากมายหลากหลายชนิดอาทิ เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร เครื่องใช้ในครัว อุปกรณ์ใช้ในห้องน้ำ ผลิตภัณฑ์ใช้ในห้องรับแขกและห้องทานอาหาร สินค้าเครื่องใช้ในครัวเรือนและของตกแต่งบ้านที่น่าจะมีแนวโน้มตรงกับความต้องการของตลาดญี่ปุ่นในอนาคต ควรมีลักษณะ ดังนี้ (มีลักษณะใดลักษณะหนึ่งหรือหลายลักษณะ)
 มีแนวนิยมด้านแฟชั่นและสไตล์พฤติกรรมผู้บริโภค
 ผู้บริโภคญี่ปุ่นพัฒนาทักษะการรู้จักเลือกซื้อสินค้ามากยิ่งขึ้น ร้านค้าหลายแห่งได้ปรับกลยุทธ์โดยเสนอขายสินค้าหลากหลายประเภทให้เลือกซื้อมากขึ้น การแข่งขันทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ทำให้ร้านค้าปลีกที่ไม่สามารถปรับตัวได้ต้องออกจากธุรกิจนี้ไปผู้บริโภคญี่ปุ่นจะนิยมใช้สินค้าเครื่องใช้ในครัวเรือนและของตกแต่งบ้านที่มีประโยชน์ใช้สอยสูง สะดวกและง่ายต่อการใช้งาน ขนาดกระทัดรัดเหมาะแก่การใช้งานออกแบบล้ำทันสมัย และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
 ลูกค้าหลักของธุรกิจสั่งซื้อทางไปรษณีย์ (Mail order business) คือ สตรี อายุระหว่าง 20 – 50 ปี โดยทั่วไป ผู้ที่อาศัยอยู่ในแถบที่ไม่มีร้านค้าสินค้าเครื่องใช้และของตกแต่งบ้านจะเป็นลูกค้าหลักของธุรกิจสั่งซื้อทางไปรษณีย์และการค้าผ่านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ แต่ผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่จะไปซื้อสินค้าที่ร้านเองเพื่อที่สามารถจะเห็นและเลือกซื้อสินค้าได้ดียิ่งขึ้น
 สตรีในวัย 20 – 30 เป็นลูกค้าหลักของสินค้าเครื่องใช้ในครัวเรือนและของตกแต่งบ้าน นอกจากนี้ เด็กหญิงวัยรุ่นและผู้หญิงในวัย 20 ปี เป็นลูกค้าเป้าหมายสำคัญสำหรับสินค้าเครื่องเขียน และเพื่อนวัยรุ่นชายก็เริ่มจะเข้าเยี่ยมชมร้านตามไปด้วยปรากฏการณ์ภายหลังภาวะฟองสบู่แตก ชาวญี่ปุ่นได้หันไปนิยมการท่องเที่ยวในต่างประเทศมากขึ้น และจับจ่ายใช้สอยสินค้าฟุ่มเฟือย และสินค้า brand namesราคาแพง แต่ในปัจจุบันชาวญี่ปุ่นหันมานิยมการมีชีวิตครอบครัวที่มั่นคง (stablefamily) โดยจับจ่ายใช้สอยสมเหตุผล และหันไปใช้เวลาในการเล่นกีฬาและพักผ่อนหย่อนใจกลางแจ้งในชนบทมากขึ้น
 เดือนมีนาคม มิถุนายน กันยายน และธันวาคมเป็นเดือนที่สินค้าของใช้ในบ้านจำหน่ายได้ดี ในเดือนมีนาคมผู้คนซื้อสินค้าของใช้ในบ้านเป็นของขวัญสำหรับการสำเร็จการศึกษา ขณะที่เดือนเมษายนซื้อของใช้ในบ้านเพื่อการกลับเข้าเรียนและการได้งานหรือย้ายงาน เดือนมิถุนายนและกันยายน ใช้เป็นของขวัญวันแต่งงาน และเดือนธันวาคมสำหรับเป็นของขวัญเทศกาลคริสต์มาส ราคาของขวัญจะตกไม่เกิน 5,000 เยน
 ช่องทางการกระจายสินค้า
 มีการเปิดกิจการของร้านค้าปลีกเล็กๆ ที่มีความเป็นเอกเทศและแบบของตนเองเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ก็เน้นเรื่องการขยายขนาด (Scale)และเพิ่มความหลากหลายของสินค้า ร้านค้าปลีกต่างๆ ได้ทุ่มเทอย่างมากในการค้นหาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มาเสนอขายเพื่อเน้นความเป็นเอกเทศและบนพื้นฐานของความอยู่รอดร้านค้าปลีกที่มีแนวคิดและลักษณะเฉพาะของตนเอง อาทิ ร้าน 100 เยน และห้างTokyu Hand ได้รับความนิยมอย่างมากจากผู้บริโภค
 เนื่องจากส่วนกำไรสำหรับผู้ค้าปลีกมีน้อย จึงมีแนวโน้มว่า ผู้ค้าปลีกจะหาทางหลีกเลี่ยงการผ่านผู้ค้าส่งและสั่งเข้าโดยตรงจากผู้ผลิตในต่างประเทศ ทำให้ผู้ค้าส่งหลายบริษัทได้ปรับตัวเพื่อความอยู่รอด โดยตั้งบริษัทรวมกิจการผลิตและค้าส่งเข้าด้วยกัน (Manufacturer-wholesalers) ซึ่งกิจการลักษณะนี้มีแนวโน้มมากขึ้นในอนาคตธุรกิจสั่งซื้อทางไปรษณีย์ (Mail order business) ได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้น มีการปรับปรุงการให้บริการที่รวดเร็วและสะดวกแก่ผู้บริโภคยิ่งขึ้น จัดทำแคตตาล๊อกให้ดูเด่นและทันสมัยเพื่อจูงใจผู้บริโภค การจำหน่ายทางไปรษณีย์สามารถลดค่าใช้จ่ายด้านการจัดการ อาทิ ค่าเช่าพื้นที่/ร้าน/ตึก ลดค่าใช้จ่ายผ่านคนกลาง/ผู้ค้าส่ง ค่าจ้างพนักงาน และอื่นๆ ทำให้สินค้ามีราคาถูกลง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันยิ่งขึ้นจึงทำให้หลายบริษัทหันมาเน้นการทำธุรกิจสั่งซื้อทางไปรษณีย์มากยิ่งขึ้น ธุรกิจลักษณะMail order sales เจริญเติบโตขึ้นเป็นลำดับ เนื่องจากได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นซึ่งมีเวลา shopping จำกัด หนังสือแค๊ตตาล๊อกของแต่ละบริษัทมีสินค้าให้เลือกมากมายหลายรูปแบบ ภาพแสดงสินค้าสวยงาม และแสดงราคาประกอบการตัดสินใจสั่งซื้อชัดเจน อีกทั้งราคาบางสินค้าถูกกว่าสินค้าที่จำหน่ายในห้างสรรพสินค้า ธุรกิจ Mail ordersales เหมาะแก่ Life style ของชาวญี่ปุ่น ที่ไม่ต้องการเสียเวลาในการซื้อหาสิ่งของ และมีเวลาสำหรับการเล่นกีฬาและพักผ่อนหย่อนใจมากขึ้น บริษัท Mail order sales หลายบริษัทยังนำระบบการขายสินค้าผ่าน internet มาใช้บริการลูกค้า โดยมี website ของตนเอง
 บริษัท/ร้านขนาดเล็ก (Small, privately owned stores) นอกจากจะมีการจัดแสดงสินค้าในร้านแล้ว ยังมี website เสนอขายสินค้าด้วย ห้างใหญ่ก็ปรับตัวมาให้บริการซื้อขายผ่าน internet มากขึ้น โดยจะปรับเปลี่ยนตัวสินค้าที่เสนอขายทุกเดือนธุรกิจสั่งซื้อสินค้าผ่านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-commerce) กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญยิ่งขึ้นในการจำหน่ายสินค้าของใช้และของตกแต่งบ้าน ชาวญี่ปุ่นคุ้นเคยกับการใช้ Internet และโทรศัพท์มือถือ รัฐบาลญี่ปุ่นมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และเครือข่ายโทรศัพท์มือถือซึ่งใช้ Internet ได้ด้วย เพราะต้องการเป็นผู้นำโลกในด้านนี้ จึงคาดว่า ในอนาคต การซื้อขายสินค้าและบริการผ่านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และโทรศัพท์มือถือจะได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้น เพราะง่าย/สะดวก และประหยัดเวลา ข้อดีสำหรับบริษัทเล็กๆ ซึ่งมีเงินทุนน้อย ไม่มีร้านค้าหรือตึกบริษัทที่ทำการของตนเองก็สามารถเข้าสู่ธุรกิจนี้ได้ โดยอาศัยการวางจำหน่ายสินค้าผ่านระบบดังนี้
<div style="text-align: center">ช่องทางจำหน่ายสินค้า ในประเทศญี่ปุ่น</div>



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี