อะไรคือสาระ...ที่สำคัญที่สุดในการปฏิรูปการศึกษา

การปฏิรูปการเรียนรู้

...ไม่ล้มเหลวอย่างที่คิด....               

       

            จากการได้มีโอกาสอ่านหนังสือ ผ่าทางตันปฏิรูปการศึกษา  ซึ่งเป็นหนังสือที่รวบรวมและ           สรุปประเด็นสำคัญ  การอภิปรายในเรื่องการปฏิรูปการศึกษาคืออะไร  อะไรคือสาระสำคัญที่สุดที่จัดขึ้น  โดยมูลนิธิภูมิปัญญา  สถาบันวิถีทรรศน์และหนังสือพิมพ์มติชน  เมื่อวันศุกร์ที่  15  มิถุนายน  2544  โดยมีนักการศึกษาร่วมอภิปรายให้ความเห็นหลายคน  เช่น  ศ.นพ.ประเวศ  วะสี  ศ.ดร.เอกวิทย์  ณ ถลาง             ศ.ดร.ชัยอนันต์  สมุทวณิช  เป็นต้น  ผู้เขียนได้อ่านแล้วเกิดความคิดผุดขึ้นมาถามตัวเองว่า  ปฏิรูป                การเรียนรู้แล้วไม่มีอะไรดีขึ้นเลยหรือ  ซึ่งผู้เขียนได้นำข้อความบางตอนในหนังสือมาเสนอ ณ ที่นี้ด้วย               

                การปฏิรูปการศึกษาคืออะไร  ถ้าเราได้อ่านหนังสือพิมพ์ทุก ๆ วันก็จะเห็นข่าวโจมตีคนในกระทรวงศึกษาธิการว่าเป็นไดโนเสาร์บ้าง  เป็นพวกคัดค้านการปฏิรูปบ้าง  ต่าง ๆ นานา  (ศ.นพ.ประเวศ  วะสี)               

               อะไรคือสาระ  ที่สำคัญที่สุดในการปฏิรูปการศึกษา               

               สิ่งที่ต้องเน้นคือเรื่องของการพัฒนากระบวนการ การเรียนรู้ที่พึงประสงค์  ที่มีความหลากหลาย  โดยคำนึงถึงชีวิตที่แท้จริงเชื่อมโยงโรงเรียนเป็นชีวิตให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแล้วมองไปสู่อนาคต       ในฐานะคนไทย  ประเทศไทย  เป็นส่วนหนึ่งในประชาคมโลก (ศ.ดร.เอกวิทย์ ณ ถลาง)                

               “ผมไม่ค่อยเป็นห่วงเรื่องการปฏิรูปการศึกษาเพราะรู้ว่าเป็นแบบไทย ๆ ซึ่งจะมีการถกเถียงกัน  เป็นที่รู้กันว่าใครทำอะไร (ศ.ดร.ชัยอนันต์  สมุทวาณิช)               

               การปฏิรูปการศึกษาที่เสนอกันมานั้นจะช่วยอะไร  และใครได้อะไรบ้าง  เมื่อวันที่  5  ตุลาคม  2544  มีการประชุมสมัชชาสหภาพครูแห่งชาติ  ครั้งที่ 2  ที่สุพรรบุรี  วันที่  13  ตุลาคม  2544  ครูร่วมหมื่นชุมนุมกันที่ธรรมศาสตร์รังสิต  เรื่องที่ยังหาคำตอบไม่ได้ก็คือ  การปฏิรูปการศึกษาจะไปทางไหน  และ ครูจะกระทบกระเทือนอย่างไร  ดู ๆ แล้วเหมือนกับครูนั่นเองที่กลัวการปฏิรูปการศึกษา  เพราะติดยึดอยู่กับระบบเดิมคือ  กระทรวงและส่วนกลาง  ความมั่นคงของรายได้และยศถาบรรดาศักดิ์  หากรัฐบาลทำให้ครูมั่นใจว่า  หากครูช่วยปฏิรูปการศึกษาทำให้นักเรียน  ผู้ปกครอง  ชุมชน  และประเทศชาติดีขึ้น  ครูก็จะไม่สูญเสียอะไรที่เป็นห่วงเลยกลับจะได้มากขึ้น  (ดร.ประโมทย์  นาครทรรพ)                

               ข้อความดังกล่าวข้างบนเป็นข้อคิดเห็น  ข้อเสนอแนะที่นักการศึกษาเข้าร่วมประชุมเสนอในประเด็นของการประชุม  ในประเด็นการปฏิรูปการศึกษาคืออะไร  และอะไรคือสาระสำคัญที่สุด                     มีหลากหลายความคิดและข้อเสนอแนะ  กลับมาดูความเป็นจริงที่เกิดขึ้นหลังจากมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พุทธศักราช 2542  พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พุทธศักราช 2542 เป็นกฎหมายที่ตราขึ้นโดยมาตรา 81  ของรัฐธรรมนูญ  ในที่นี้จะยกมาตราสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ         การจัดการเรียนการสอน  ซึ่งเป็นกฎหมายออกมาให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและทุกคนต้องนำไปปฏิบัติได้แก่  มาตราที่ 22  กำหนดให้ผู้เรียนสำคัญที่สุดในการจัดการศึกษา (Child / Student  Center)  มาตรา 23  กำหนดหลักสูตรที่คำนึงถึงผู้เรียนเป็นสำคัญ  ได้ใช้เนื้อหาเป็นศูนย์กลางของการจัดการศึกษาอีกต่อไป  มาตรา 24  กำหนดให้ครูต้องเป็นครูมืออาชีพ  ที่สามารถจัดการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้พัฒนา      เต็มตามศักยภาพ  ได้เรียนอย่างมีความสุขและเป็นคนที่พึงประสงค์  เมื่อมีกฎหมายออกมาแล้วถามว่า       เกิดการเปลี่ยนแปลงจากเดิมไหม  ยอมรับว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นคือ  ครูปรับเปลี่ยนพฤติกรรม         การสอนของตนเองจากสอนแต่ในห้องเรียนอย่างเดียวก็เปลี่ยนไป  พานักเรียนไปเรียนนอกห้องเรียน      มากขึ้น  มีนโยบายด้านการบริหารจัดการเกี่ยวกับการเรียนการสอนออกมาหลายเรื่อง  เช่น  ครูต้องทำวิจัยในชั้นเรียน  เปลี่ยนการสอนให้เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางหรือการทำผลงานครูชำนาญการ    

                                      

                 แม้ว่าครูบางคนทำเพื่อให้ได้เป้าหมายความต้องการส่วนตัว  แต่การลงมือกระทำที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม  เด็กได้รับผลกระทบที่ดี  ครูเห็นการเปลี่ยนแปลงในตัวนักเรียน  ครูเริ่มรู้สึกแล้วว่า  การจัดการสอนที่เปลี่ยนไปจากเดิม ๆ เริ่มมีชีวิต  ชีวา  มีความภูมิใจหลายคน  เริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมการสอนของตนเอง  เปลี่ยนด้วยใจที่อยากเปลี่ยนเพราะเริ่มมองเห็นว่านักเรียนดีขึ้น  สดใส  มีความสุข  และครูเองก็มีความสุขในการสอนมากขึ้น               จากการได้ไปเป็นวิทยากรอบรมการพัฒนาทักษะกระบวนการคิดให้กับครูผู้สอนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่อำเภอแม่สอด  จังหวัดตาก  จำนวน  64 คน  ใน 64 คนนี้  อายุเฉลี่ยของผู้เข้าอบรม 45 ปีขึ้นไปประมาณ 80%  วิทยากรเห็นตัวเลขอายุและลักษณะบุคลิกท่าทางผู้เข้าอบรมก็ค่อนข้างหนักใจ  2 วันของการอบรมจะเป็นอย่างไร  ทีมวิทยากรปรับเปลี่ยนแผนการอบรมตลอด  สังเกตพฤติกรรมผู้เข้าอบรมจัดกิจกรรมให้เหมาะกับช่วงเวลา  บรรยากาศ  ใช้หลักการทำงานของสมองซีกซ้าย-ขวา  สลับกันไปมา  ใช้หลักการทฤษฎีพหุปัญญาเข้ามาเสริมความรู้ความสามารถ  ท้ายสุดของกิจกรรมวิทยากรจัดกิจกรรม AAR (After  Action  Review)  ผู้เข้าอบรมบอกว่า

                 สนุก  ไม่เบื่อ  ได้ความรู้  จะนำสิ่งที่ได้ไปพัฒนาทักษะการคิดของนักเรียน  ครั้งแรกรู้ตัวจะได้เข้าอบรมเรื่องนี้ก็คิดว่าเครียด  ไม่อยากมา  และทางโรงเรียน         ส่งรายชื่อให้เข้าอบรมจึงต้องมา  แต่มาแล้วได้ประสบการณ์หลายอย่างจะนำไปใช้กับเด็ก 

โครงการนี้ก็เป็นนโยบายจาก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตาก  ที่ให้งบประมาณกับเขตพื้นที่ดำเนินการพัฒนาศักยภาพครู               

              จะเห็นได้ว่า  เมื่อมีการปฏิรูปการเรียนรู้เกิดขึ้นก็มีหลายสิ่งหลายประการตามมา  ทั้งนี้เป็นนโยบาย  ทั้งระดับประเทศ  ระดับจังหวัด  และระดับโรงเรียน  เกิดขึ้นมากมาย  จะทำใด้สำเร็จหรือไม่นั้นคงต้องใช้เวลานานมาก  เพราะปัญหาการศึกษาของเรา  หลายคนคงทราบดีถึงปัญหาที่บ่มเพาะมานาน   แต่เมื่อเกิดการปฏิรูปการเรียนรู้ขึ้น  หน่วยงานที่รับผิดชอบในแต่ละฝ่ายได้มีการขับเคลื่อนพยายามที่จะปรับปรุงพัฒนาหาจุดอ่อนจุดแข็ง  แนวทางแก้ไข  อย่างเช่น  รายงานสภาวะการศึกษาไทย 2543/2544 : ปฏิรูปการศึกษาอย่างไร  เพื่อใคร  เพื่ออะไร?  เป็นการรายงานผลการพัฒนาการศึกษาที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติมอบให้  นายวิทยากร  เชียงกูล  เป็นผู้ศึกษาวิจัย  เพื่อนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการปรับปรุงการดำเนินงานปฏิรูปการศึกษาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด                การเกิดขึ้นของการปฏิรูปการเรียนรู้เป็นสิ่งที่ดี  เป็นการรวมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้ตระหนักเห็นคุณค่าของการศึกษาหันหน้าเข้ามาช่วยกัน  ตบแต่งเสริมเพิ่มเติมถึงถือคติว่า  ติเพื่อก่อให้ดี  ไม่นาน  ต้นไม้ต้นนี้ที่พร้อมจะออกดอกออกผลให้ชื่นชมเกิดประโยชน์มหาศาล  และการศึกษาคือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่แท้จริง              

กล้วยไม้มีดอกช้า                                 ฉันใด               

การศึกษาเป็นไป                                  เช่นนั้น               

แต่ดอกออกคราวใด                            งามเด่น               

การศึกษาปลูกปั้น                                เสร็จแล้ว แสนงาม  (มล.ปิ่น  มาลากุล) 

เอกสารอ้างอิง      ธีรศักดิ์  อัครเดช.  กิจกรรมการศึกษา  เพื่อท้องถิ่น  เพื่อทรัพยากรมนุษย์และสังคมแห่งการเรียนรู้.  2545.วิทยา  เชียงกุล.  ปฏิรูปการศึกษาอย่างไร  เพื่อใคร  เพื่ออะไร?.  2545.วิดีทรรศน์  มูลนิธีวิดีทรรศน์, สถาบัน.  ผ่าทางตัน  ปฏิรูปการศึกษา.  2545.