ในช่วง concurrent session ผมมีวิธีเลือกห้องประชุม โดยรีบไปหยิบเอกสาร ppt. ที่หน้าห้องประชุมทั้ง 3 ห้อง เอามาดูผ่าน ๆ ว่ามีอะไรน่าสนใจ อย่างช่วงสายของวันที่ 2 ของการประชุม เดิมผมตั้งใจจะไปเข้าห้อง Health แต่พอเห็น ppt. ก็เปลี่ยนใจไปเข้าห้อง Agriculture ซึ่งไม่ทำให้ผมผิดหวัง
ผมได้ฟังเรื่องราวที่เป็น KM ของแท้สมใจ จากการนำเสนอของผู้แทนจากองค์การ CGIAR เขาบอกว่าองค์กรนี้ทำหน้าที่ "Connecting People, Technology and Knowledge for Agricultural Innovation" โดยมีหน่วยงานชื่อ ICT-KM ทำหน้าที่ให้บริการ
- Tacit K : KS in Research, K Fair, CoP
- Explicit K : E-Library, E-publishing, Research Communication
- Technology : Portal Software, Content Management Tools, K Repositories, On-Line Collaboration Platforms
ผมชอบใจวิธีทำวิจัยแบบใหม่ที่ใช้ KM ประยุกต์ เรียกว่าวิธีหา Local Innovation Stories คือหา "bright spots" คือคนมี innovation อยู่แล้ว นักวิจัยเข้าไปทำหน้าที่ connect และ empower ให้เกิด upscaling และ outscaling
ได้ฟังเรื่องนี้แล้วชื่นใจจริง ๆ เว็บไซต์ของหน่วยงานนี้คือ www.ks-cgiar.org
แต่ยังไม่หมด ผมยังได้ฟังเรื่องชาวนารายย่อยกับ social networks
ได้รับฟังการวิจัย SNA (Social Network Analysis) ในเกษตรกรรายย่อย ที่จะช่วยนำไปสู่นวัตกรรม ผู้นำเสนอมาจาก IFPRI (International Food Policy Research Institute)
บทความที่ 3 ก็ดีอีก ทำให้ผมได้เข้าใจว่าเรามักจะตกร่องมอง Rural Development เฉพาะด้าน Agricultural Development เท่านั้น แต่จริง ๆ แล้ว Rural Development มีมิติอื่น ๆ อีกมากมายที่เป็น non-agricultural issue
ผมยังได้เข้าใจอีกว่า ไม่ควรมองการพัฒนา RAD (Rural Agricultural Development) ด้วยมุมมองแบบ micro เท่านั้น ต้องมองแบบ macro ด้วย คือมองเชื่อมไปกับการพัฒนาภาพใหญ่ทั้งสังคม มีตัวอย่างในยุโรปตะวันออก คนอยู่ใน rural area ถึง 40% (เทียบกับในยุโรปตะวันตก 10 - 20%) การที่คนกระจายไปอยู่ในชนบททำให้สังคมทั้งสังคมน่าอยู่
นอกจากนั้น คิดให้ดี ๆ วางแผน & ดำเนินการให้ดี ๆ RAD ภาพใหญ่จะช่วยต่อสู้กับปัญหาโลกอุ่น
มีการอภิปรายว่า KM ในด้านเกษตรกรรมต้องการความรู้แบบมองอนาคตและมองโอกาสของตลาดสินค้าด้วย
ถึงแม้ session นี้จะดีมาก แต่ผมก็ยังรู้สึกว่าเป็นการนำเสนอ KM แบบ supply - oriented อยู่ดี
วิจารณ์ พานิช
14 มิ.ย.50
โรงแรมคอนราด ไคโร