ผมไปป่วนที่ประชุมเตรียมจัดงานสมัชชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ครั้งที่ ๖ ซึ่งกระทรวงวิทย์จะจัดที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี วันที่ ๑๖ ก.ค. ๕๐ จนเขายกเรื่อง วิถีชีวิตอุบัติใหม่ ขึ้นเป็น ๑ ใน ๕ ประเด็นหลัก ที่จะถามว่า ว&ท จะเข้าไปเป็นพลังขับเคลื่อนเรื่องนั้นๆ อย่างไร
วิถีชีวิตของคนรุ่นที่กำลังเติบโต ได้รับผลกระทบจากปัจจัยหลัก ๒ เรื่อง คือ ICT กับจำนวนลูก
คนเดี๋ยวนี้นิยมมีลูกคนเดียว หรืออย่างมากไม่เกิน ๒ คน ไม่เหมือนรุ่นผม เรามีพี่น้องเป็นโขยง หรือเป็นโขลง เรามีลูกพี่ลูกน้องอีกหลายโขลง มีลุงป้าน้าอาอีกมากมาย มีคนที่ไม่ใช่ญาติทางสายโลหิต แต่ก็เหมือนญาติ เพราะรักกันมากกับพ่อแม่ของเรา ผมมีลุงนุ้ย ลุงเอื้อน ป้าเภา ป้าแมว ฯลฯ ที่บางเรื่องเราไม่กล้าถามพ่อแม่เราก็หันไปถามท่านเหล่านี้ สรุปว่าคนรุ่นผมชีวิตมีการสังสรรค์ สังคม กับคนรอบข้าง ทำให้เรามีทักษะเชิงสังคม รู้จักอดทนคนอื่น เข้าใจความแตกต่างในความคิด วิถีชีวิต ฯลฯ โดยไม่ต้องอ่านตำรา เป็นการเรียนรู้จาก socialization ในชีวิตจริง
แต่เด็กสมัยนี้ไม่มีพี่ ไม่มีน้อง หรือมีก็มีคนเดียว หลายคนไม่มีอา ไม่มีน้า มีเพื่อนบ้านก็เหมือนไม่มี เพราะไม่เคยคุยกัน ต่างบ้านต่างอยู่ ต่างคนต่างนั่งอยู่หน้าจอทีวี ที่มีกันคนละเครื่อง ไม่ค่อยได้ฝึก socialization ในชีวิตประจำวัน ผมมองว่า สมองของเด็กรุ่นใหม่ คงจะต่างจากสมองของคนรุ่นผมไม่ใช่น้อย การเชื่อมต่อใยประสาทในสมองคงจะต่างกัน ในด้าน "ความรู้" เด็กรุ่นปัจจุบัน คงจะรอบรู้มาก แต่ในด้านอารมณ์ ด้านทักษะสังคม น่าจะสู้เด็กรุ่นผมไม่ได้
คณะผู้จัดสมัชชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ต้องการให้มีข้อเสนอแนะ ว่า ว&ท จะมีส่วนแก้ปัญหานั้น หรือช่วยสร้างสรรค์เรื่องนั้น อย่างไร คงต้องยกยอดไปบันทึกหน้า
วิจารณ์ พานิช
๒๓ มิ.ย. ๕๐
เซอร์เจมส์ คันทรี่ คลับ สระบุรี
กราบเรียนท่านอาจารย์ที่เคารพ
กราบขอบพระคุณที่แนะนำให้ผมไปร่วมงาน สมัชชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ครั้งที่ ๖ ในบันทึกเรื่อง ชีวิตที่พอเพียง : 307. วิถีชีวิตของคนในอนาคต ครับ .. ผมสนใจและลงตารางไว้แล้วว่าต้องไปแน่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทราบว่าท่านอาจารย์ได้ไป "ป่วน" นำทางไว้แล้ว
พูดเรื่องนี้ทำให้นึกถึงท่าน ดร.ประพนธ์ครับ จำได้ว่าหลายปีมาแล้ว ในที่ประชุมที่ทบวงมหาวิทยาลัย ผมแสดงทัศนะเรื่องแนวนี้ออกไป ขณะที่ท่านผู้ใหญ่ระดับเจ้าพ่อ ICT ท่านพูดเชียร์ในอีกมิติหนึ่ง เรียกว่าดูเหมือนผมจะกล้าเกินควรหรือเปล่าไม่ทราบได้ วันนั้นเองที่ชายหนุ่ม แต่งกายภูมิฐานมาทักทายผมพร้อมแสดงความเห็นด้วยว่าใช่แล้ว ใช่เลย ให้นามบัตรผมด้วย ชื่อในนามบัตรคือ ประพนธ์ ผาสุขยืดครับ แล้วในใจผมก็นับท่านเป็นญาติสนิทตั้งแต่นั้นมา