พี่แงะ ศุภลักษณ์ รุ่นพี่ของนายบอนที่เรียนจบจาก ม.ขอนแก่น ท่านผ่านการทำงานมาแล้วสารพัดอาชีพ นับตั้งแต่ครู อาจารย์ เซลล์แมน นักวิจัย แม่ค้า พนักงานบริษัทเอกชน จนล่าสุดรับบทบาทเป็นนักสิ่งแวดล้อมประเมินผลกระทบ ทำ EIA (Environmental Impact Assessment) ในขณะที่เพื่อนสนิทที่เรียนมาด้วยกัน มักจะถามเธอเสมอว่า เมื่อไหร่จะทำงานแบบชาวบ้านปกติทั่วไปเขาบ้าง เธอทำอะไรอยู่หรือ เมื่อไหร่จะหางานที่มั่นคงทำเสียทีล่ะ
เพื่อนของพี่แงะ ตั้งแต่จบมา ทำงานเป็นอาจารย์สอนหนังสือ หน้าที่การงานมั่นคง
ความจริงแล้ว พี่แงะนั้นมีโอกาสได้สัมผัสกับหน้าที่การงานที่มั่นคง ไม่ต้องระหกระเหินไปไหนต่อไหน แต่เธอเลือกเส้นทางชีวิตของเธอเอง เลือกที่จะเป็นแบบนี้ หากพี่แงะเป็นในแบบที่คนอื่นๆเป็น คือ ทำงานเป็นอาจารย์มีหน้าที่ที่มั่นคง เธอจะรู้สึกอึดอัด เป็นทุกข์ จึงออกแสวงหาสิ่งที่ปรารถนา แม้คนอื่นจะมองว่า นั่นคือความยากลำบาก แต่สำหรับพี่แงะแล้ว เป็นการเดินไปตามความต้องการของตนเอง
ประเด็นน่าคิด
- หลายคนมักจะใช้ตนเองตัดสินคนอื่นอย่างไม่รู้ตัว แม้จะบอกว่า ไม่ได้คิดเช่นนั้น แต่การมองเปรียบเทียบตนเองกับบุคคลอื่น เป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุด
- สิ่งที่คนหนึ่งคิดว่าดีแล้ว เหมาะสมแล้ว อาจจะไม่เหมาะกับอีกคนหนึ่ง
- จากจุดเริ่มต้นเดียวกัน วันเวลาที่ผ่านไป ทำให้คนแตกต่างกัน ทั้งทางความคิด ความรู้ ประสบการณ์ ความรู้สึก และเส้นทางชีวิต
- กรอบ กติกาที่วางไว้ หลายคนอยากที่จะเขียนกรอบ และกติกาด้วยตนเอง แต่ส่วนใหญ่ คนเรามักจะรับเอากรอบ และกติกาที่มีคนเขียนไว้มาใช้กับตนเอง ทำให้หลายคนมักจะแหกกรอบ และกติกาอันนั้น เพื่อที่จะเขียนกรอบ และกติกาที่เหมาะสมกับตนเอง
นิวชอบคำกล่าวของคุณบอนที่ว่า...."หลายคนมักใช้ตนเองตัดสินคนอื่นอย่างไม่รู้ตัว แม้จะบอกว่า ไม่ได้คิดเช่นนั้น แต่การมองเปรียบเทียบตนเองกับบุคคลอื่น เป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุด "
นิวเองไม่ปฎิเสธว่านิวก็เป็นเยี่ยงนั้นจริง ๆ เฮ้อ ! ต้องค่อย ๆ ปรับกันไปนะคะ...
ถ้าเราไม่ยึดติดกับสิ่งที่สังคมมอบให้ไว้สวมใส่..เราก็สามารถทำอะไรก็ได้ที่ใจอยากจะทำ..ที่มีความสุข..และคิดว่าสิ่งที่ทำไม่ทำให้เดือดร้อนใครๆ..น่าจะทำได้..และ..ชีวิตทุกวันในแต่ละก้าวย่างของชีวิตต้องเจอกับผู้คนและสังคมที่แตกต่างกันออกไปไม่ซ้ำกัน..คงจะทำให้กล้าแกร่งและเข้มแข็งได้..จึงเรียนรู้ในสิ่งที่เป็นตัวของตัวเองได้ในที่สุด..ไม่ผิดถ้าจะเป็นในแบบที่ตัวเองค้นหาเจอ..
…..ชีวิตก็เหมือนการเดินทางนั่นแหละ…….มีงานที่ทำและมีเพื่อน ๆ ที่เข้าใจและได้ทำในสิ่งที่อยากทำและไม่เดือดร้อนใคร การที่ว่า งานที่มั่นคง คำ ๆ นี้ล้าสมัยนะ… งานที่มั่นคงขึ้นอยู่กับว่า เราจะเลือกเป็ฯและต้องอยู่ให้ทน นั่นต่างหากล่ะและรักในสิ่งที่เราทำและมีความสุข…