การยึดติดอยู่กับอดีตโดยไม่ยอมสร้างอนาคตเป็นการทำลายตนเองที่โหดร้ายที่สุด
ทำไมต้องครุ่นคิดในเหตุการณ์ที่ผ่านมา
ทำไมต้องรื้อฟื้นความทรงจำที่เป็นอดีต
ทำไมต้องโศกเศร้าเสียใจกับชีวิตเมื่อวันวาน
มันช่างเป็นสิ่งที่โง่เขลาและบ้าบอสิ้นดี
เพราะมันจะคอยตัดทอนความมุ่งมั่นให้มลายสิ้น
จะคอยกัดกร่อนทำลายชีวิตปัจจุบันให้แหลกสลาย
เจ้าลองสังเกตพฤติกรรมของคนฉลาดและมีสติ
ยามใดบ้างที่เห็นพวกเขายึดติดกับความทรงจำในอดีต
ยามใดบ้างที่เห็นอดีตของพวกเขามาบั่นทอนชีวิตปัจจุบัน
คนมีสติจะพับเก็บความทรงจำในอดีตไว้เบื้องหลัง
คนมีสติจะไม่นำเอาความหลังที่ขมขื่นมาตีแผ่แก่ผู้อื่น
คนมีสติจะจัดเก็บและพันธนาการอดีตความทรงจำของเขาไว้
จะกักขังมันไว้ในคุกแห่งความหลงลืมตลอดไป
จะมัดตรึงมันไว้กับเส้นเชือกที่แข็งแกร่งและหนาแน่น
จะจองจำมันไว้ในเรือนจำที่ถูกขังลืมชั่วนิรันดร
จะปิดล้อมมันด้วยปราการที่หนาทึบจนไม่เห็นแสงตะวัน
เพื่อไม่ให้มันหลุดออกมาเพ่นพ่านและอาละวาด
ใช่... เพราะมันคืออดีต
มันคือเสี้ยวหนึ่งของชีวิตที่ได้สิ้นสุดลงแล้ว
มันคือความโศกเศร้าที่ไม่สามารถรื้อฟื้นกลับคืนมา
มันคือความหวาดวิตกที่ไม่สามารถฟื้นฟูอดีตให้งอกงามได้
มันคือความเสียใจที่ไม่สามารถแก้ไขอดีตที่สูญเสียไป
มันคือความขุ่นมัวที่ไม่สามารถชุบอดีตให้กลับมีชีวิตชีวาอีกครั้ง
เพราะมันคืออดีตที่ได้สิ้นสลายและมลายสูญไปแล้ว
ทำไมเจ้าต้องมีชีวิตอยู่ภายใต้ฝันร้ายแห่งอดีต
ทำไมเจ้าต้องมีชีวิตอยู่ภายใต้ร่มเงาแห่งอดีตที่ผ่านพ้น
เจ้าตื่นได้แล้ว...ตื่นจากฝันร้ายของโลกแห่งอดีต
เจ้าจงลุกขึ้นมา...ลุกขึ้นมาต่อสู้และปกป้องตนเองให้รอดพ้น
รอดพ้นจากการถูกอดีตเข้าสิงก่อนที่มันจะลุกลามและแผ่กระจาย
หรือว่า...เจ้าอยากทำให้ลำธารไหลทวนกลับคืนสู่ตาน้ำ
เจ้าอยากจะนำดวงอาทิตย์ให้โคจรกลับไปสู่ทางทิศตะวันออก
เจ้าอยากจะนำทารกให้กลับเข้าไปอยู่ในครรภ์ของมารดา
เจ้าอยากจะนำน้ำนมให้กลับคืนสู่เต้านมเหมือนเดิม
เจ้าอยากจะนำน้ำตาที่ไหลพรากให้กลับคืนสู่เบ้าตาอีกครั้ง
การที่เจ้าหมกมุ่นและครุ่นคิดอยู่กับอดีต
การที่เจ้าหวาดหวั่นและกระวนกระวายในอดีตที่ผ่านมา
การที่เจ้ายอมให้ไฟแห่งอดีตคุรุ่นและเผาไหม้อยู่ในตัวเจ้า
การที่เจ้ายอมแพ้ตัวเองและคล้อยตามอดีตโดยไม่ยอมตำหนิมัน
มันช่างเป็นวิกฤติที่น่าขมขื่น น่าสะพรึงกลัวและหวาดหวั่นยิ่ง
การจดจ่ออยู่กับการอ่านบันทึกความทรงจำในอดีต
คือการทำลายปัจจุบันให้สูญสลาย
คือการฉีกทำลายความมุมานะและบากบั่น
คือการรื้อถอนเวลาที่กำลังเดิมพันอยู่ให้แตกกระจาย
อัลลอฮฺทรงกล่าวถึงประชาชาติที่ผ่านมาและการกระทำของพวกเขา
พระองค์ทรงกล่าวว่า “พวกเขาเหล่านั้นคือประชาชาติที่ได้ผ่านมาแล้ว”
ใช่...เรื่องราวของพวกเขาได้สิ้นสุดลงแล้ว และได้ถูกตัดสินเรียบร้อยแล้ว
จึงไม่มีประโยชน์ที่จะมาผ่าตัดทำศัลยกรรมซากแห่งกาลเวลา
และทำให้กงล้อแห่งประวัติศาสตร์หมุนเวียนกลับคืนมาอีกครั้ง
ผู้ที่คิดหวนกลับคือสู่อดีต
เสมือนกับผู้ที่กำลังตำข้าวสารที่ถูกตำเรียบร้อยแล้ว
เสมือนกับผู้ที่กำลังโปรยผงขี้เลื่อยที่มีแต่จะปลิวว่อนกลับมาหาตน
คนโบราณมักจะกล่าวตำหนิผู้ที่ชอบร่ำไห้กับอดีตว่า
ถึงจะร่ำไห้...ก็ไม่ทำให้ผู้ตายฟื้นจากหลุมศพได้อีกแล้ว
แท้จริง...ภัยพิบัติอันใหญ่หลวงของเรา
คือการที่เราล้มเหลวในชีวิตปัจจุบันและหมกมุ่นอยู่กับอดีต
เรายอมละทิ้งปราสาทอันสวยงามของเรา
และร่ำไห้รำพันอยู่ท่ามกลางน้ำค้างที่เปียกชุ่ม
หากแม้นว่าญีนและมนุษย์ต่างร่วมมือกัน
เพื่อเรียกอดีตที่ผ่านมาให้กลับคืนมา
แน่นอน...พวกเขาย่อมไม่อาจทำเช่นนั้นได้
เพราะมันเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้อีกแล้ว
แท้ที่จริง ธรรมชาติของมนุษย์จะไม่มองไปด้านหลัง
มนุษย์จะไม่เลียวหลังกลับไปมอง
เช่นเดียวกับสัจธรรมของลมที่จะพัดพาไปข้างหน้า
ธรรมชาติของวารีที่จะไหลเอื่อยไปตามครรลองของมัน
และกองคาราวานที่จะมุ่งหน้าไปทางข้างหน้าตลอดไป
ดังนั้น... ทำไมเจ้าต้องปฏิบัติที่ค้านกับธรรมแห่งชีวิตด้วย
(จากหนังสือ “Don’t Be Sad” By Aaidh Al-qarni)