เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ในซอยแถวบ้าน ซึ่งปกติในช่วงเวลาเย็นจะมีเด็กเล็กๆมาวิ่งเล่น แต่สักพักเสียงเด็กที่วิ่งเล่นก็เงียบและหายเข้าบ้านไป ข้าพเจ้ามองรอบๆถึงสาเหตุที่เด็กรีบเข้าบ้าน ถึงได้รู้ว่ามีผู้ชายสติไม่ดีกำลังเดินคำรามมาทางนี้ ความตกใจข้าพเจ้าก็หนีเข้าบ้านเหมือนกัน แต่ด้วยความอยากรู้จึงได้ไปถามคนข้างบ้าน ถึงได้รู้ว่าคนสติไม่ดีคนนี้ต้องทานยาระงับประสาททุกเดือน ยาที่รับประทานชุดละประมาณ 400 กว่าบาท แต่ใน 2 เดือนที่ผ่านมาไม่ได้รับประทานยาเลย อาการจึงกำเริบ สักพักแม่ของชายผู้นี้ซึ่งแก่ชรามากแล้วก็ออกเล่าให้ฟังว่าขาดยาระงับประสาทนานแล้วไม่มีเงินไปซื้อ ในช่วง2-3วันนี้อาการกำเริบมากขึ้นบางคืนก็ชอบเอามีดมาถือเล่น ข้าพเจ้าถามไปว่าในครอบครัวมีอยู่กันกี่คน คนเป็นแม่บอกว่า มีอยู่กัน 5 คนทำงานแล้วแต่ไม่มีคนสนใจ เมื่อก่อนผู้ชายคนนี้เป็นคนปกติ ทำงานหาเงินให้ครอบครัวตลอด แต่ช่วงหลังเกิดอาการเครียดจนทำให้เป็นแบบนี้
ข้าพเจ้าได้แต่มองคนเป็นแม่ร้องไห้ คนในซอยตกลงรวมเงินกันให้พาไปโรงพยาบาล โดยติดต่อตำรวจให้ช่วยพาไป ทุกคนพูดกันเป็นเสียงเดียวกันว่า มีลูกหลานมากมายแต่ไม่มีใครสนใจ ในเวลาที่เขาปกติทำงานหาเงินได้เขามีความสำคัญ แต่เวลาที่เขาต้องการความช่วยเหลือกับไม่ได้รับสิ่งตอบแทน (แม้แต่ความรัก ความสนใจ)
ในช่วงที่รอตำรวจ ชายผู้นี้ได้ร้องขอไม้กระดานและดินสอ เขานอนลงกลางถนนและลงมือวาดรูปพระเจ้าอยู่หัว ไม่ถึงสิบหน้าที ชายผู้นี้สามารถวาดรูปพระเจ้าอยู่หัวได้เสร็จสมบูรณ์ พร้อมยกภาพขึ้นและร้องตะโกนว่าทรงพระเจริญๆ และสิ่งสำคัญภาพนั้นมีความเหมือนมากๆๆ ข้าพเจ้าและชาวบ้านถึงกับทึ้งในความสามารถของเขา แม่เขาบอกว่าเขารักในหลวงมาก ในตอนนั้นข้าพเจ้ามีความรู้สึกหลายอย่างทั้งประทับใจในความสามารถและเศร้าใจกับสภาพที่เห็น ถ้าเขาได้รับการดูแลที่ดี ได้รับความรักจากคนในครอบครัว สังคมคงมีศิลปินนักวาดภาพมือดีคนหนึ่งแน่ๆ ข้าพเจ้าคิดว่าในใจของผู้ชายคนนี้คงมีพระเจ้าอยู้หัวอันเป็นทีรักและเคารพเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจเป็นแน่
ภาพผู้ชายสติไม่ดีเดินถือรูปวาดพระเจ้าอยู้หัวที่มาจากฝีมือของเขา ปากตะโกนว่าทรงพระเจริญๆ มันเป็นภาพที่สะเทือนใจมาก ในสังคมยังมีอีกมากกับสภาพแบบนี้ ถ้าคนในครอบครัวไม่ให้ความรัก เอาใจใส่ดูแล แล้วพวกเขาจะอยู่ได้อย่างไร หรือว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดแล้วว่าถ้าต้องกลายมาเป็นคนที่สติไม่ดี จะต้องอยู่คนเดียว ไม่อยากโทษโชคชะตา เพราะพวกเราสามารถช่วยแก้ไขปัญหาได้
คุณคิดเหมือนกันไหมค่ะ
ค่ะ เห็นด้วยค่ะ
สวัสดีค่ะ
ถ้าคนในครอบครัวไม่ให้ความรัก เอาใจใส่ดูแล แล้วพวกเขาจะอยู่ได้อย่างไร หรือว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดแล้วว่าถ้าต้องกลายมาเป็นคนที่สติไม่ดี จะต้องอยู่คนเดียว ไม่อยากโทษโชคชะตา เพราะพวกเราสามารถช่วยแก้ไขปัญหาได้
คุณคิดเหมือนกันไหมค่ะ
น่าเศร้าจริงๆ สงสารมาก แล้วเราจะช่วยอย่างไรคะ
ให้ร.พ.มารับตัวไปหรือคะ ไม่ค่อยมีประสบการณื แต่น่าจะแจ้งร.พ.หรือตำรวจช่วยนำไปส่งที่ปลอดภัยคือร.พ.และให้การรักษาค่ะ
เรื่องครอบครัวสำคัญมากๆค่ะ
อยากให้ดูที่นี่ค่ะ
สวัสดีดีค่ะ
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณค่ะ ที่แวะเข้าไปทักทายในบล็อค ยินดีที่ได้รู้จักนะค่ะ...ชอบนามสกุล...มีความหมายดีจัง....อ้อ ! ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆ ว่างๆ เข้าไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอีกนะค่ะ....
สำหรับเรื่องราวที่ได้อ่าน...รู้สึกเศร้าใจบวกกับความทึ้งจัง โลกมนุษย์มันก็งี้แระ มีทั้งคนดี คนไม่ดี รวมถึงคนที่สติฟั่นเฟือน ที่ไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น...มีชีวิตอยู่ในโลกของตัวเองบนความวุ่นวายของโลกปัจจุบัน...แต่ก็ยังคงคำว่า "รักพ่อหลวง และยกย่องพ่อหลวงของเราเสมอ...ถึงสติไม่ดี แต่ก็ยังสามารถเอ่ยคำว่า "ทรงพระเจริญ" ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ...มันน่ายกย่องยิ่งนัก...ถ้ามีใครที่สามารถเอื้ออำนวยตรงนี้ได้ และยื่นมือเข้าไปช่วย นำเค้าไปรักษา มันก็น่าจะเยียวยาได้บ้าง ไม่มากก็น้อย....ยังงัยๆ ก็ขอเอาใจช่วย
อ้อย
ขอบคุณสำหรับข้อคิดเห็นค่ะ สมัยนี้มีคนที่มีสภาพทางจิตใจทีผิดปกติอยู่มาก ถึงจะมีโรงพยาบาลในประเทศที่คอยให้การรักษาหลายแห่งก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถรองรับได้หมดจริงไหมค่ะ ทางที่ดีสถาบันครอบครัวหันหน้ามาให้ความรัก ความสำคัญกับคนในครอบครัวกันดีกว่าค่ะ นี้แหละค่ะเป็นยารักษาที่ดีที่สุด
สวัสดีค่ะ
แวะมาทักทายยามเที่ยงค่ะ...เรื่องเหตุการณ์ทางภาคใต้ที่ครู Nuy ให้เล่าให้ฟัง อยากจะเล่าเหมือนกาน แต่ก็รับรู้มาจากคนอื่นๆ ที่เคยเจอกับเหตุการณ์ และรับรู้ข่าวสารจากทางวิทยุ และโทรทัศน์เหมือนๆ กับคนอื่นๆ ที่ได้รับรู้กัน แต่ยังไม่เคยประสบด้วยตัวเองสักครั้ง มีแต่บุคคลรอบข้าง...แต่ก็ไม่รู้เหมือนกานว่าวันไหน เราจะบังเอิญโชคร้ายประสบพบเจอกับตัวเองเข้าสักวันหรือไม่...ได้แต่ภาวนาว่า...ขออย่าได้พบเจอกับตนเองและครอบครัวเลยเถิด
ขอให้พี่ sirintip ปลอดภัยจาภัยอันตรายทุกอย่างนะค่ะ