GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ที่อยู่นั้นสำคัญไฉน (ตอนจบ)

ผียังมีศาล

   วันนี้ตั้งใจจะเขียนเรื่องที่ทำการเครือข่้ายให้จบ  แต่ก็ไม่รู้จะจบหรือเปล่า  เพราะวันนี้ประมาณ 1 ทุ่มต้องออกไปรับคณะกรรมการประกันคุณภาพที่มาจากท่าพระจันทร์เพื่อมาตรวจ QA ของวิทยาลัยสหวิทยาการ  มธ.ศูนย์ลำปางในวันพรุ่งนี้  นอกจากรับแล้วต้องพาไปเลี้ยงต้อนรับด้วย  วันนี้ยุ่งทั้งวันอีกตามเคย  ช่วงเช้ายุ่งอยู่กับการจัดเตรียมบอร์ดประชาสัมพันธ์ของวิทยาลัยที่จะต้องนำไปแสดงในงานฤดูหนาว  เราได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบเสียด้วย  ส่วนช่วงบ่ายสาละวนอยู่กับการจัดเตรียมเอกสารเพื่อการตรวจประกันคุณภาพในวันพรุ่งนี้  งานนี้เราก็หนักอีกตามเคย  เพราะ  เป็นกรรมการด้วยคนหนึ่ง  แต่ก็คงหนักเป็นปีสุดท้าย  เพราะ  เขียนใบลาออกเอาไว้แล้ว  ถ้าผ่านพรุ่งนี้ไปจะยื่นให้ผู้บังคับบัญชาอนุมัติทันที  จะได้ฉลองปีใหม่อย่างมีความสุข

   ว่ากันด้วยเรื่องที่ทำการเครือข่ายต่อนะคะว่าจากประเด็นปัญหาต่างๆที่เกิดจากการไม่มีที่ทำการเครือข่ายที่เป็นทางการ  ดังนั้น  ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมาผู้วิจัยจึงได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นเรื่องหารือเรื่องหนึ่ง  (ถ้าหากจำกันได้  เรื่องนี้เคยปรึกษากับประธานฯแล้ว  ซึ่งประธานบอกว่าขอให้เอาเข้าที่ประชุม) ซึ่งเมื่อประชุมมาถึงเรื่องนี้คณะกรรมการเครือข่ายฯก็ยังน่ารักเหมือนเดิม  ต่างแสดงความคิดเห็นกันหลากหลาย  โดยพี่อุทัย  ซึ่งเป็นรองประธานได้กล่าวว่า  ตนเองไม่มีปัญหาอะไรหากว่าจะเอาโรงเรียนนาก่วมเป็นที่ทำการ  แต่ก็อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าทางเครือข่ายฯ  พยายามขอสถานที่นี้มาเป็นเวลากว่า 2 ปีแล้ว  เรื่องก็ยังยืดเยื้อ  และดูมีทีท่าว่าอาจไม่ได้  หากมีที่อื่นที่มีความเป็นไปได้ก็ควรที่จะไปที่อื่น

   เมื่อมีผู้เปิดประเด็นผู้วิจัยจึงได้เสริมในเรื่องนี้ว่า  เท่าที่ติดตามทราบว่าขณะนี้ทางเทศบาลนครลำปางให้เครือข่ายทำหนังสือเข้าไปอีกครั้ง  เพราะ  ที่ส่งไปครั้งก่อนๆมีปัญหา  ซึ่งก็ไม่ทราบว่าปัญหาอะไร  แต่จากการที่ผู้วิจัยได้มีโอกาสเรียนในเรื่องนี้กับท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง  (ท่านเจริญสุข  ชุมศรี)  เมื่อสักประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมา  ท่านได้บอกว่าศาลากลางจังหวัดหลังเก่ายังว่าง  น่าจะใช้เป็นที่ทำการได้  แต่ขณะนี้ทาง อบจ. ได้เข้ามาใช้พื้นที่หมดแล้ว  (อบจ.เข้ามาได้ยังไม่ถึงเดือนเลย)  เกรงว่าจะไม่มีห้องให้กับพวกเราแล้ว   จากนั้นผู้วิจัยจึงได้โยนคำถามไปว่าหากเป็นที่ศาลากลางหลังเก่าทุกคนจะว่าอย่างไร  มีคณะกรรมการแสดงความคิดเห็นว่า  เคยเสนอเรื่องนี้เข้าที่ประชุมแล้ว  แต่ประธานฯไม่เห็นด้วย  เรื่องจึงตกไป  ถ้าได้ศาลากลางหลังเก่าก็คงดี  เครือข่ายฯไม่มีปัญหาอยู่แล้ว    เมื่อเสนอความเห็นจบผู้วิจัยสังเกตปฏิกิริยาของผู้เข้าร่วมประชุมเห็นว่าส่วนใหญ่มีปฏิกิริยาแสดงความเห็นด้วย  ผู้วิจัยจึงเสนอว่าถ้าอย่างนั้นผู้วิจัยจะเป็นผู้ประสานงานในเรื่องนี้เอเง  เพราะพรุ่งนี้  (วันจันทร์ที่ 19 ธ.ค.)  ผู้วิจัยมีโอกาสเข้าพบท่านรองฯพอดี  จะปรึกษาหารือกับท่านในเรื่องนี้ว่าจะได้หรือไม่ได้  (สาเหตุที่เสนอตัวเป็นผู้ประสานงานในเรื่องนี้ก็เพราะต้องการให้คณะกรรมการได้เรียนรู้ว่าการคิดจะทำอะไรสักอย่างหนึ่งนั้น  คิดอย่างเดียวไม่ได้  ต้องหาผู้รับผิดชอบที่จะดำเนินการตามความคิดนั้นด้วย)  มีคณะกรรมการอีกคนหนึ่งเสนอขึ้นมาว่าหากผู้วิจัยฯได้เข้าพบท่านรองฯแล้วปรึกษาเรื่องที่ทำการเครือข่ายฯ  ถ้าไม่ได้ที่ศาลากลางหลังเดิม  อยากจะให้ผู้วิจัยลองคุยกับท่านว่าท่านมีสถานที่อื่นที่คิดว่าเหมาะสมและมีความเป็นไปได้อีกหรือเปล่า  ผู้วิจัยรีบรับคำทันที  เพราะ  เห็นว่าเป็นข้อเสนอที่ดีมาก  เนื่องจากเป็นการหาทางออกในเรื่องที่ทำการที่ไม่ติดยึดกับที่ใดที่หนึ่ง

    หลังจากนั้นมีคณะกรรมการเสนอต่อว่านอกจากศาลากลางหลังเก่าแล้วพวกเราน่าจะหาที่อื่นด้วย  ติดต่อไว้หลายๆที่  ถ้าที่ไหนให้ก่อนก็เอาที่นั่น  มีคนโยนคำถามไปที่ลุงคมสัน  ซึ่งเป็นรองประธานว่า  เคยได้ยินลุงคมสันบอกว่าโรงเรียนที่อยู่ใกล้ๆบ้านต้าตอนนี้เป็นโรงเรียนร้าง  ถ้าจะติดต่อขอใช้สถานที่คิดว่าจะเป็นไปได้หรือไม่  ลุงคมสันตอบว่าตอนนี้ไม่ได้แล้ว  เพราะ  มีหน่วยงานอื่นเข้ามาใช้แล้ว  เป็นอันว่าข้อนี้ตกลง  ต่อจากนั้นก็มีคณะกรรมการเสนอต่อว่าเคยได้ยินว่าที่บ้านหนองเจริญก็มีโรงเรียนร้างเหมือนกันจะใช้ได้หรือเปล่า  ปรากฎว่าคณะกรรมการคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆบ้านหนองเจริญบอกว่าที่บ้านหนองเจริญไม่มีโรงเรียนร้าง  ข้อนี้จึงตกไปอีก

   เรื่องที่ทำการยังไม่จบแค่นี้ค่ะ ต่อจากนั้นสังเกตเห็นได้ชัดว่าคณะกรรมการต่างพยายามที่จะเสนอหรือคิดหาที่ทำการเครือข่ายฯกันอีกอย่างไม่ลดละ  มีผู้โยนคำถามไปให้ลุงบุญเทียมซึ่งเป็นประธานกลุ่มสบตุ๋ยว่าเคยได้ยินว่าโรงเรียนสบตุ๋ยซึ่งเป็นโรงเรียนร้างเหมือนกันกำลังจะปรับปรุงหากจะขอเข้าไปใช้จะได้ไหม  ลุงบุญเทียมตอบว่าขณะนี้กำลังหารือกันอยู่ว่าจะเอางบ SML มาใช้ในการปรับปรุงโรงเรียน  ซึ่งลุงก็เป็นคณะกรรมการเรื่องนี้ด้วย  หากสามารถเอางบมาปรับปรุงได้  ก็คงจะไม่มีปัญหา  การขอห้องสัก 1 ห้องเพื่อเป็นที่ทำการเครือข่ายฯคิดว่าไม่ใช่เรื่องยาก  ตอนบ่ายลุงก็จะไปประชุมเรื่องนี้  ผู้วิจัยจึงเสนอว่าถ้าอย่างนั้นขอให้ลุงบุญเทียมรับเป็นผู้ประสานงานในการติดต่อโรงเรียนสบตุ๋ยได้ไหม  ลุงบุญเทียมรับปากว่าจะประสานงานให้  แต่ไม่รับปากว่าจะได้หรือไม่  ผู้วิจัยจึงบอกว่าจะได้หรือไม่ได้ก็ไม่เป็นอะไร  ขอให้พยายามก่อน

   ต่อจากนั้นมีผู้เสนอความคิดเห็นเพิ่มเติมว่าความจริงที่ทำการจะเป็นที่ไหนก็ได้  แต่ขอให้อยู่ในเมือง  เพราะ  อ.เมืองเป็นศูนย์กลาง  อยู่ตรงกลาง  ทุกกลุ่มจะได้สะดวก  คณะกรรมการคนอื่นๆต่างแสดงความเห็นด้วย

   ดังนั้น  ก่อนที่จะจบในเรื่องที่ทำการเครือข่ายฯ  ผู้วิจัยจึงสรุปให้คณะกรรมการฟังว่า  ในเรื่องที่ทำการนั้นทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าจะเป็นที่ไหนก็ได้  แต่ขอให้อยู่ในอำเภอเมือง  ในเบื้องต้นนี้จะมีผู้ประสานงานหลักอยู่ 3 คน  คือ

    1.อ.วิไลลักษณ์  (ผู้วิจัย)  จะประสานกับท่านรองฯในเรื่องขอใช้สถานที่ทีศาลากลางหลังเก่า  ถ้าหากไม่ได้จะปรึกษาท่านว่าพอที่จะมีที่อื่นแนะนำหรือไม่

   2.ลุงบุญเทียม  ประสานกับโรงเรียนสบตุ๋ย

   3.คุณสามารถ  ประสานกับเทศบาลนครลำปาง  เพื่อขอใช้โรงเรียนนาก่วมใต้

   ที่ประชุมเห็นด้วย  และตกลงร่วมกันว่าผู้ประสานงานทั้ง 3 คนจะรายงานความคืบหน้าในเรื่องนี้ให้คณะกรรมการทราบในวันที่ 7 มกราคม  2549  (เป็นวันประชุมวาระพิเศษเพื่อเตรียมงานเรื่องตำบลละแสน)

   เมื่อได้รับปากกับทางเครือข่ายแล้ววันรุ่งขึ้น  ผู้วิจัยได้มีโอกาสพบกับท่านรองฯ  ตอนประมาณบ่าย 3 โมง  ท่านบอกว่าตอนนี้พวกเราช้าไปแล้ว  เพราะ อบจ.เข้าไปใช้พื้นที่เต็มหมดแล้ว  ผู้วิจัยจึงเรียนถามท่านว่าท่านพอที่จะมีที่อื่นเสนอแนะไหม  ท่านบอกว่าถ้ารอได้อีก 2 ปี  อบจ.สร้างที่ทำการเสร็จ  ศาลากลางเก่าก็จะวง  น่าจะใช้ได้น่าจะเป็นโรงเรียนร้าง  หรืออีกที่หนึ่งก็คือ ศูนย์วัฒนธรรมใกล้ๆวัดพระเจ้าทันใจ 

   จบจากการสนทนาด้วยใจร้อนของผู้วิจัย  จึงบอกให้อาจารย์พิมพ์ขับรถพาไปดูหน่อย  พอไปถึงสถานที่รู้สึกประทับใจมากเพราะร่มรื่นมาก 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 10433
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)