พ่อแม่หลายๆ ท่านกำลังเผชิญกับปัญหานี้อยู่ แล้วก็บ่อยครั้งมากที่พ่อแม่เหล่านั้นลงโทษเด็กด้วยการ กักบริเวณ ห้ามออกจากบ้าน หรือบางท่านก็ลงโทษด้วยการตีเด็ก ยิ่งทำให้เด็กพยายามที่จะต่อต้านด้วยการหลบไปเล่มเกมส์ให้ได้ จริงๆ แล้ว ด้วยวัยของเด็กในช่วงนี้ยิ่งว่าก็เหมือนยิ่งยุ เพราะถ้าเด็กเล่นในบ้านไม่ได้ก็ไปนอกบ้าน ยิ่งทำให้ควบคุมดูแลไม่ได้ ดังนั้นการที่มีลูกที่ชอบเล่นเกมส์ หรือบางคนถึงกับติดเกมส์ ไม่ยอมกินข้าวปลาอาหารแล้วก็มีผลต่อสุขภาพตามมา วิธีการดูแลลูกให้เล่นเกมส์พวกนี้ให้น้อยลงควรทำอย่างไร
1. การบอกผลเสียของการเล่นว่าทำให้เสียสายตา มีผลกระทบต่อสมองและกล้ามเนื้อ เนื่องจากว่าการเล่นเกมส์นั้นจะใช้กล้ามเนื้อไม่กี่มัด แล้วส่วนอื่นก็ไม่ได้ใช้
2. บอกผลเสียต่อร่างกาย ถ้าไม่ยอมรับประทานอาหารเนื่องจากเกมส์ต่อเนื่องจะทำให้ร่างกายอ่อนแอ และเป็นลมได้
3. บอกผลเสียต่อการเรียน เนื่องจากแทนที่จะได้เอาเวลาเหล่านี้มาทบทวนบทเรียนหรือทำการบ้าน ก็กลับมาเล่นเกมส์ บางทีพักผ่อนไม่พอเวลาเรียนก็ง่วง เรียนไม่ทันเพื่อน
4. ตกลงเวลาในการเล่นเกมส์และต้องให้ทำตามกติกา ว่าจะให้เล่นได้วันละกี่นาที โดยให้เด็กเลือกว่าเวลาไหน ซึ่งเท่ากับเป็นการฝึกวินัยในเรื่องการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ด้วย
5. ระหว่างที่เด็กเล่นพ่อแม่ควรแสดงความห่วงใยสุขภาพด้วยการจัดแสงไฟให้เพียงพอ จัดท่านั่งให้เหมาะสม พร้อมกับอธิบายให้เด็กทราบว่าเป็นห่วงสุขภาพของเขา
6. สอดส่องดูว่าเกมส์ที่เด็กเล่นนั้นเป็นเกมส์ที่ก้าวร้าวหรือหนักไปทางเรื่องเพศหรือเปล่า จะได้หาทางป้อกันและแก้ไขได้ทัน ไม่ควรปล่อยให้เด็กเล่นเกมส์อยู่คนเดียวเป็นเวลานานโดยไม่ดูแล
7. จัดหากิจกรรมอื่นๆ ที่ทุกคนในครอบครัวมีส่วนร่วมด้วย เพื่อไม่ให้เขาว่างเกินไป แล้วจะทำให้เขาไม่หมกมุ่นอยู่แต่เรื่องเกมส์ ที่สำคัญที่สุดพ่อแม่ต้องดูแลลูกอย่างใกล้ชิดด้วย ไม่ว่าลูกจะทำอะไร เช่น เล่นกีฬา ทำการบ้าน ช่วยงานบ้านหรืออื่นๆ เพราะว่าการที่อยู่ใกล้ชิดลูกจะทำให้ทราบว่าลูกมีปัญหาอะไรหรือเปล่า หรือเมื่อเขา ทำความดีเขาก็ต้องการคนที่ชื่นชมเขาเหมือนกัน โดยเฉพาะคนที่เป็นพ่อแม่ไม่ว่าอยู่ในสถานการณ์ไหนๆ ก็ตาม ลูกก็ต้องการเสมอ
เด็กติดเกมส์ทำอย่างไรดี
เด็กติดเกมส์
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
โรงพยาบาลบ้านหมี่ · 15 มิ.ย. 2550
ทับทิม1 · 15 มิ.ย. 2550
ทับทิม1 · 15 มิ.ย. 2550
EmoTion · 15 มิ.ย. 2550
โรงพยาบาลบ้านหมี่ · 15 มิ.ย. 2550
อยากได้ Nintendo DS Lite :-P
พ่อแม่ยุคไอทีหนักใจปัญหา"เด็กติดเกม"
แม้ "เกม" คือการแข่งขันที่มีกำหนดกติกา และเพื่อสร้างความสนุกสนานเพลิดเพลินให้ผู้เล่น แต่เกมบางเกมอาจสร้างเสริมความสนุกสนาน อยู่นอกเหนือกฎกติกา โดยเฉพาะเกมคอมพิวเตอร์ ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ ยิ่งเดี๋ยวนี้ดูเหมือนจะระบาดเข้ามาในหมู่ของเด็กๆ ตั้งแต่ยังไม่เข้าเรียนในโรงเรียนด้วยซ้ำ
เด็กไทยจำนวนไม่น้อย ที่ตกเป็นทาสของเกมคอมพิวเตอร์ หรือจะเรียกว่าเด็กเหล่านี้เสพติดเกมก็ว่าได้ ปัญหานี้ดูจะเป็นปัญหาหนักอกสำหรับผู้ปกครอง ที่พยายามดิ้นรนหาทุกวิถีทางเพื่อดึงความสนใจของลูกน้อย ให้กลับมาเป็นลูกน้อยที่น่ารักคนเดิม นี่เองจึงเป็นที่มาของการจัดเสวนา "เด็กติดเกม : เกมที่ผู้ใหญ่ต้องแก้" โดย น.พ.บัณฑิต ศรไพศาล ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ เป็นผู้บรรยาย ซึ่งจัดโดยศูนย์การเรียนรู้ (ทีเค พาร์ค) เมื่อวันก่อน
น.พ.บัณฑิต กล่าวว่า ทุกวันนี้เทคโนโลยีก้าวเข้ามาแทนกิจกรรมอื่นๆ จากอดีตเด็กจะสนุกสนานกับการได้เล่นกับเพื่อน แต่ปัจจุบันเด็กมีความสุขที่ได้อยู่กับโทรทัศน์ ดูการ์ตูน มีภาพสวยๆ ที่เคลื่อนไหวดึงดูดใจ ดูซีดีหรือดีวีดีที่สามารถเปิดชมเมื่อไรก็ได้ ต่อไปเมื่อเด็กรู้จักใช้คอมพิวเตอร์ จะทำให้เด็กเริ่มเรียนรู้การเล่นเกม และมองว่าเกมให้ความสนุกสนานเพลิดเพลิน อีกทั้งยังเป็นการเนรมิตโลกแห่งจินตนาการของพวกเขาได้อีกด้วย
"คอมพิวเตอร์กลายเป็นส่วนเติมจินตนาการของพวกเขา เด็กสามารถเป็นอะไรก็ได้ ทำอะไรก็ได้ตามใจปรารถนา และสามารถเริ่มเกมใหม่ได้เมื่อแพ้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เด็กไม่สามารถทำได้ในสังคมแห่งความเป็นจริง สิ่งสำคัญกว่านั้นคือเกมเป็นเสมือนเครื่องมือในการแสวงหาความภาคภูมิใจในตนเอง เมื่อชนะเขาจะรู้สึกประสบความสำเร็จ ได้รับรางวัลจากเกม ได้
กลิ้ง" ศุภเกียรติ แสงจงเจริญ อดีตเด็กติดเกมเล่าถึงชีวิตในช่วงเวลานั้นว่า เริ่มเล่นเกมกดเป็นครั้งแรก แล้วค่อยพัฒนามาเป็นวิดีโอเกม เรื่อยมาจนเป็นแผ่นซีดี ซึ่งเขาเริ่มเล่นตั้งแต่อายุ 4-5ขวบ พอถึงระดับมหาวิทยาลัยก็พัฒนามาสู่เกมคอมพิวเตอร์
"ผมเคยเล่นนานที่สุดถึง 4วันติดต่อกัน กินนอนอยู่ที่ร้านเกม เล่นตั้งแต่ 5โมงเย็น-9โมงเช้าของอีกวัน ไม่ค่อยได้เจอหน้าพ่อแม่และครอบครัว ผมติดเกมหนัก ไม่เข้าเรียน กลุ่มเพื่อนก็จะเปลี่ยนจากในมหาวิทยาลัยไปเป็นกลุ่มเพื่อนที่ร้านเกมแทน
สวยน่ารักอิอิอิอิอิอิ
สวยน่ารักอิเอิอิ
รักนะยะ
มีเวลาให้กับลูก สักเกตว่าเค้าชอบอะไรและคอยสนับสนุน โดยแนะนำเค้าหลังจากที่เค้าได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง