1. ผู้ที่มีสุขภาพจิตดี จะต้องมีความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง คือ มองตัวเองว่าเป็นคนมีคุณค่าไม่ดูถูกตัวเอง หรือคิดถึงแต่ปมด้อยของตนจนไม่กล้าสู้หน้าคนอื่น เช่น เป็นลูกชาวนาก็อับอาย เข้ากับเพื่อนฝูงไม่ได้ เพราะรู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่า เป็นต้น ในทางตรงกันข้ามจะต้องมีความเชื่อมั่นในตนเองมองเห็นส่วนดีของตัวเอง เช่น แม้ว่าจะเป็นลูกชาวนา แต่พ่อแม่ก็ทำมาหากินด้วยความสุจริต และสู้ทนทำงานหนักส่งเราให้เรียนหนังสือก็เพราะรักเรา ซึ่งความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูกนั้น จะเท่าเทียมกันเสมอไม่ว่าฐานะจะยากจนหรือร่ำรวยก็ตาม ต้องเป็นคนรู้จักสร้างความหวังให้ชีวิต ซึ่งแม้บางครั้งจะผิดหวัง แต่ก็สามารถทำใจได้ไม่เศร้าโศกเสียใจจนเกินเหตุ รู้จักควบคุมอารมณ์ จะดีใจ เสียใจ โกรธ รัก เกลียดหรืออิจฉา ก็รู้จักสงบจิตใจ ไม่แสดงออกมาทันที และไม่นำไปคิดซ้ำซากให้จิตใจมัวหมอง หรือฟุ้งซ่านต่อไป
2. ผู้ที่มีสุขภาพจิตดี จะต้องมีความรู้สึกที่ดีต่อผู้อื่น คือ เป็นคนยิ้มแย้มแจ่มใสพร้อมที่ จะผูกมิตรกับผู้อื่นอยู่เสมอ รู้จักเผื่อแผ่ความรักให้กับผู้ใกล้ชิด ตั้งแต่พ่อแม่ ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงตลอดไปจนถึงคนอื่นๆ ที่ด้อยกว่า เช่น เด็กกำพร้า คนพิการ คนยากจน มีความเมตตากรุณาเต็มใจช่วยเหลือผู้อื่นเท่าที่จะทำได้ เมื่อมีผู้อื่นแสดงความรักความหวังดีกับเรา เช่นให้คำแนะนำ ติเพื่อก่อหรือสั่งสอนตักเตือน เพื่อให้เราได้ดี เราก็ควรรับความหวังดีนั้นไว้อย่างสุภาพ แล้วนำไปคิดทบทวนเพื่อแก้ไขตัวเองต่อไป ไม่เป็นคนว่ายากสอนยาก หรือมองไม่เห็นความปรารถนาดีของคนอื่น เป็นคนมองโลกในแง่ดี แม้จะมีคนทำผิดหรือทำไม่ดีต่อเรา ก็รู้จักให้อภัย ไม่ถือโทษโกรธแค้น ผูกใจเจ็บหรืออาฆาตจองเวร ซึ่งนอกจากจะก่อความเดือดร้อนกับผู้อื่นแล้ว ตัวเราก็ไม่เป็นสุขไปด้วย
3. ผู้ที่มีสุขภาพจิตดี จะต้องสามารถเผชิญกับปัญหาในชีวิตได้ เพราะชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ จะต้องพบกับอุปสรรคใหญ่น้อยอยู่เสมอ เมื่อเกิดปัญหาต้องรู้จักหาทางแก้ไข มีสติ รู้จักคิด แก้ปัญหาเอง ไม่เป็นแค่คนที่ต้องรอพึ่งคนอื่นอยู่ร่ำไป เพื่อเป็นการป้องกันปัญหา จะต้องฝึกให้เป็นคนที่มีความรับผิดชอบ เช่น ในวัยเด็ก มีหน้าที่ เรียนก็ตั้งใจเรียนให้สำเร็จ ไม่หนีเรียนไปเที่ยวเตรี เมื่อถึงวัยทำงานก็มีมานะบากบั่นทำงานสร้างตัว เมื่อเป็นพ่อบ้านแม่บ้าน ก็รู้จักรับผิดชอบครอบครัว อบรมสั่งสอนลูกให้เติบโตเป็นพลเมืองที่ดี ไม่ก่อปัญหาที่ทำให้ครอบครัวแตกแยกหรือเดือดร้อน เช่น การมีภรรยาน้อย หรือการเล่นการพนันจนหนี้สินล้นพ้นตัว เป็นต้น
นอกจากนี้ จะต้องเป็นคนรู้จักคำว่า “พอ” คือพอใจในงาน พอใจในครอบครัว ไม่ทะเยอทะยานมากเกินไปจนชีวิตไร้ความสงบสุข จากลักษณะของผู้มีสุขภาพจิตดีทั้ง 3 ประการดังกล่าว คุณพอจะตอบได้หรือยังว่า คุณเป็นคนสุขภาพจิตดีหรือเปล่า