ความขุ่นเคือง จะหายไหมหากเราเริ่มต้นใหม่

       สดๆร้อนๆ วันนี้เพิ่งได้วิชาเกี่ยวกับเริ่มต้นใหม่โดยการเอาคำสอนและวิธีปฏิบัติ ภาวนาเจริญสติของท่าน ติช นัท ฮันท์ นักบวชชาวเวียดนามผู้โด่งดังทางด้านการภาวนา และการเจริญสติ โดยความรู้ครั้งนี้พี่สาวใจดีของพนักงาน OKLS คือพี่ปองของเรานี่เองได้ไปเข้าร่วมกิจกรรมภาวนาในครั้งนี้ (ท่าน ติช นัท ฮันท์ ท่านเดินทางมาที่เมืองไทยเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานี่เอง) พี่ปองได้หยิบยกประเด็นเกี่ยวกับการเริ่มต้นใหม่ (begining anew) มาบอกเล่าให้พวกเราฟังและเพื่อเป็นแนวทางให้เราได้ปฏิบัติตาม โดยการเริ่มต้นใหม่ในที่นี้ คือการมองอย่างลึกซึ้งและซื่อสัตย์ ถึงการกระทำ คำพูด และความคิดใน อดีต เพื่อสร้างสรรค์การเริ่มต้น อย่างสดใหม่ ของเราและระหว่างเรากับผู้อื่น

หลักปฏิบัติการเริ่มต้นใหม่เท่าที่พี่ปองได้บอกเล่ามีดังนี้
        
               1.
รดน้ำเมล็ดพันธุ์แห่งดอกไม้ นี้คือโอกาสที่จะบอกเล่าสิ่งที่เราชื่นชมในผู้อื่น เราอาจระบุถึง เหตุการณ์ อันเฉพาะเจาะจง ที่ผู้อื่น ได้เคยกล่าวหรือทำบางสิ่งที่ทำให้เราพอใจ นี้เป็นโอกาสให้ดวงตะวัน ฉายลงบนเมล็ดพันธุ์ แห่งพละกำลังของผู้นั้น เสริมสร้างสังฆะ และ ให้กำลังใจเธอหรือเขา สำหรับความ เจริญงอกงาม

             2. บอกเล่าความทุกข์โศกเสียใจ เราอาจจะระบุถึงการกระทำ คำพูด หรือความคิดของเรา ที่ยังไม่มี โอกาสกล่าวขอโทษ

             3. แสดงความเจ็บปวด เราอาจจะร่วมแบ่งปันถึงความรู้สึกเจ็บปวด จากการปฏิสัมพันธ์กับ ผู้ปฏิบัติท่านอื่น เนื่องจากการกระทำ คำพูด และความคิดของเธอหรือเขา (การที่จะแสดงความเจ็บปวด เราควรเริ่มด้วยการรดน้ำ เมล็ดพันธุ์แห่งดอกไม้เสียก่อน โดยบอกเล่าด้านดีของเขา สองอย่าง ซึ่งเรา สังเกตเห็นอย่างซื่อตรง) การแสดง ความเจ็บปวดนั้น ส่วนมากจะกระทำระหว่างบุคคลมากกว่าในกลุ่ม คุณอาจจะเอ่ยขอ บุคคลที่สาม ซึ่งคุณทั้งสอง ไว้วางใจและเคารพมาอยู่ด้วย หากปรารถนาเช่นนั้น

             4. บอกเล่าความทุกข์ที่ยาวนานและขอความช่วยเหลือ ในอดีต เราแต่ละคนต่างก็มีช่วงเวลา ที่ยุ่งยาก และเจ็บปวด ซึ่งได้มีผลมาสู่ ปัจจุบัน เมื่อเราบอกเล่าเรื่องนี้ เพื่อนจะเข้าใจเราได้ดีมากขึ้น และ ให้ความช่วยเหลือ ตามที่เราต้องการอย่างแท้จริง
         
           การฝึกการเริ่มต้นใหม่นี้ ช่วยให้เราพัฒนาคำพูดอันเมตตา และพัฒนาการรับฟังด้วยความกรุณา การเริ่มต้นใหม่ เป็นการฝึกฝนเพื่อ ตระหนักรู้และชื่นชมองค์ประกอบด้านบวกภายในสังฆะของเรา หากเราตระหนักถึงด้านดีของผู้อื่น ทำให้เรา มองเห็น ด้านดีของเรา เช่นเดียวกัน
        วิธีการปฏิบัติที่พี่ปองได้บอกเล่ามาเหมือนจะง่ายเลยแต่เราคิดว่าการนำไปปฏิบัติจริงนั้นยากอาจจะต้องค่อยๆฝึกฝน กันไปเพราะทุกคนมีความโกรธต่อกันหากอีกคนนึงมาทำให้โกรธเรื่องที่จะไม่โกรธอีกฝ่ายนั้นทำได้ยาก ต้องอาศัยความเข้าใจเพิ่มเติมและเวลา แต่ก็พยายามที่จะนำหลักเหล่านี้มาปฏิบัติ