แนวคิดหรือคอนเซ็บดีๆ ที่มีประโยชน์จำนวนมาก ประสบปัญหาเมื่อจะนำมาประยุกต์ใช้ เพราะเราไม่สามารถมองเห็น ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของแนวคิดเหล่านั้น
ยกตัวอย่างเช่น paradigm หรือ mental models
ความรู้เอ็นเนียแกรมช่วยให้เรามองเห็นรูปธรรมของ paradigm หรือ mental models พื้นฐานของคนแต่ละลักษณ์ได้อย่างชัดเจน
ความหมายหนึ่งของ Paradigm คือ ความคิด ความเชื่อ หรือสมมติฐานที่มีผลต่อพฤติกรรมของเรา และเป็นสิ่งกำหนดว่า เราจะให้ความสำคัญกับเรื่องอะไร มองข้ามเรื่องอะไร ไม่กล้าทำอะไร เป็นต้น
เนื้อหาในบันทึกนี้นำมาจากหัวข้อ "เรื่องที่คนแต่ละลักษณ์ไม่คิดฝันว่าจะทำ" จากหนังสือ
<p>มองคนด้วยมุมใหม่ เปลี่ยนใจให้เป็นสุข - เอ็นเนียแกรม คนเก้าแบบ ซึ่งสะท้อนให้เห็นพาราไดม์ของคนลักษณ์นั้นๆ ได้อย่างชัดเจน</p><p>ลองอ่านดู นอกจากจะรู้สึกขำๆ แล้ว ยังอาจทำให้คุณมองเห็นลักษณ์ของตัวเองหรือคนใกล้ชิดได้ด้วย</p><p> </p><h4>
คนลักษณ์หนึ่ง - คนสมบูรณ์แบบ นักปฏิรูป </h4><p>เรื่องที่ลักษณ์หนึ่งไม่เคยคิดฝันที่จะทำ</p><ul>
ไปทำงานสายครี่งชั่วโมง
ได้รับของขวัญวันเกิดแล้ว ไม่ส่งการ์ดขอบคุณกลับภายในสองวัน
ไปเที่ยวค้างคืนโดยไม่สำรองที่พักทุกคืนไว้ล่วงหน้า
ทิ้งเสื้อผ้าไว้ในตระกร้าหรือทิ้งจานชามโดยไม่ได้ซักล้างทั้งอาทิตย์
เห็นเป็นเรื่องขำเมื่อถูกวิพากษ์วิจารณ์
ทานอาหารโดยวางข้อศอกอยู่บนโต๊ะและใช้แขนเสื้อแทนผ้าเช็ดปาก
อาบน้ำอย่างสบายใจก่อนที่แขกจะแวะมาเยี่ยม แทนที่จะทำความสะอาดบ้านอีกรอบหนึ่ง
</ul><h4>คนลักษณ์สอง - ผู้ให้ ผู้ช่วยเหลือ พ่อพระ แม่พระ</h4><p> เรื่องที่ลักษณ์สองไม่เคยคิดฝันที่จะทำ</p><ul>
ไม่ยิ้มให้ใครเลยเป็นเวลาหนึ่งเดือน
รับคำชมเชยทั้งหมดด้วยคำพูดสั้นๆ ว่า “ขอบคุณ” โดยไม่พูดถ่อมตัว ไม่ปฏิเสธ หรืออธิบายเหตุผลว่าทำไมไม่ควรได้รับคำชมนั้น
พบลูกแมวที่น่ารักมากแล้วไม่อยากอุ้มกลับไปเลี้ยงที่บ้าน
ไม่คิดจะตอบแทนเพื่อนเป็นสิบเท่าหลังจากที่ได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อน
ถูกเพื่อนร่วมงานเมินเฉย แล้วไม่เก็บมาคิดใคร่ครวญดูบ้างเลย
บอกเพื่อนว่าไม่สามารถขับรถไปส่งที่สนามบิน โดยไม่ให้หรือไม่คิดหาเหตุผลมาอธิบาย
พูดสั้นๆ แค่คำว่า “บ๊ายบาย” โดยไม่เพิ่มเติมคำพูดอื่น เช่น “โชคดีนะ”“ไปดีมาดี” หรือ “เที่ยวให้สนุก”
</ul><h4>คนลักษณ์สาม ผู้ใฝ่สำเร็จ นักแสดง ผู้สร้างผลงาน</h4><p>เรื่องที่ลักษณ์สามไม่เคยคิดฝันว่าจะทำ</p><ul>
ไม่ร่างรายการของงานหรือเป้าหมายเป็นเวลา 1 สัปดาห์
ไปงานรวมรุ่นแล้วไม่คุยโวเรื่องความสำเร็จของตนเอง
ละเว้นจากการใช้สายตายั่วยวนกับคนที่ตนสนใจ
ไม่สวมบทบาทผู้นำเมื่อการประชุมเป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ
เห็นงานที่จำเป็นต้องทำแล้วไม่จดบันทึกไว้
ไปฝึกสมาธิแบบเข้าเงียบเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์
</ul><h4>คนลักษณ์สี่ คนโรแมนติค ศิลปิน ปัจเจกชน</h4><p>เรื่องที่ลักษณ์สี่ไม่เคยคิดฝันว่าจะทำ</p><ul>
ไปตระเวนหาซื้อดอกไม้พลาสติค มาแขวนไว้ในห้องนั่งเล่น
ใส่ชุดเชยๆ ไปร้านอาหารแล้วสั่งแซนวิชกับกาแฟสำเร็จรูป
คิดถึงแต่เรื่องดีๆ ที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตได้ทั้งเดือน
เลือกสีชมพูหวานแหววกับสีเหลืองสดมาตกแต่งบ้าน แทนที่จะเป็นสีดอกตะแบก สีแชมเปญหรือสีครามเข้ม
เปลี่ยนความคิดว่าการแสวงหาทางจิตวิญญาณเป็นเรื่องคร่ำครึแล้วก็เลิกทำ
โยนรูปของแฟนเก่าทิ้งไปอย่างไม่แยแส
</ul><h4>คนลักษณ์ห้า นักสังเกตการณ์ ฤาษี นักคิด</h4><p>เรื่องที่ลักษณ์ห้าไม่เคยคิดฝันว่าจะทำ</p><ul>
ยอมพลาดโอกาสที่จะแสดงความรอบรู้ของตนในเรื่องยากๆ ให้ผองเพื่อนได้ประจักษ์
จัดงานปาร์ตี้ครั้งใหญ่
อาสาเป็นพิธีกรในงานรวมรุ่นเพื่อนนักเรียนครั้งหน้า
สมัครเป็นสมาชิกหนังสือพิมพ์เพียงเพื่อจะอ่านหน้าสังคมเท่านั้น
ไปเป็นเซลส์แมนรถมือสองหรือขายเครื่องดูดฝุ่นตามบ้าน
พูดถึงพรรณไม้ต่างๆ ในสวนด้วยชื่อสามัญ แทนที่จะเรียกด้วยชื่อทางวิชาการ
ไปกับหมู่คณะเป็นเวลา 2 สัปดาห์โดยไม่มีเวลาอยู่ตามลำพังแม้แต่นาทีเดียว
</ul><h4>
คนลักษณ์หก นักปุจฉา </h4><p>เรื่องที่ลักษณ์หกไม่เคยคิดฝันว่าจะทำ</p><ul>
เมื่อได้ยินเสียงคุ้นหูตอนกลางคืนแล้วก็แน่ใจว่าเกิดจากแมวไม่ใช่ขโมย
ให้อภัยตัวเองหลังจากทำแจกันใบโปรดของเพื่อนสนิทแตก
คิดจะเปลี่ยนงานแล้วไม่สอบถามความคิดเห็นของเพื่อนๆ
ไปหาหมอที่ไม่เคยรู้จักแล้วไม่ถามอะไรเลยเกี่ยวกับความสามารถหรือความน่าเชื่อถือของหมอ
รู้สึกมั่นใจว่าตัดสินใจได้ถูกต้องหลังจากซื้อของที่ต้องทุบกระปุกมาจ่าย
</ul><h4>คนลักษณ์เจ็ด นักชิม นักผจญภัย นักฝัน</h4><p>เรื่องที่ลักษณ์เจ็ดไม่เคยคิดฝันว่าจะทำ</p><ul>
อ่านหนังสือที่เริ่มอ่านไปแล้วทุกเล่มจนจบ ก่อนจะเริ่มอ่านเล่มใหม่
เขียนรายการสิ่งที่จะทำในแต่ละสัปดาห์แล้วทำให้ได้ตามนั้นทุกอย่าง
เล่าเรื่องโดยไม่เพิ่มเติมให้มีสีสันมากขึ้น
ไปอยู่สำนักฝึกสมาธิแบบเข้าเงียบเป็นเวลา 6 เดือน
อยู่กับเพื่อนทั้งวันโดยไม่แนะนำวิธีลัดในการทำงาน
อาสาสมัครทำงานสายด่วนเพื่อคนที่กำลังโศกเศร้า
ฟังเพื่อนเล่าเรื่องของตัวเองและพร่ำบ่นถึงปัญหาต่างๆ เป็นเวลา 12 ชั่วโมง
</ul><h4>คนลักษณ์แปด เจ้านาย ผู้ปกป้อง ผู้พิทักษ์สิทธิ์</h4><p>เรื่องที่ลักษณ์แปดไม่เคยคิดฝันว่าจะทำ</p><ul>
เลิกใช้คำพูดที่ตนเองรู้สึกสะใจ (แต่ทำให้ผู้อื่นตกใจ)โดยเด็ดขาด
ไม่บอกความคิดเห็นของตนออกมาเมื่อรู้สึกไม่เห็นด้วยอย่างแรงกับเรื่องที่พูดกันอยู่
ก้าวลงจากตำแหน่งประธานบริษัทเพราะคิดว่ามีคนทำหน้าที่นี้ได้ดีกว่าตน
เล่นเทนนิสโดยไม่พยายามให้ถึงที่สุดที่จะเอาชนะ
พูดอยู่เสมอว่า “โอเค ทำตามวิธีของคุณได้เลย”
</ul><h4>คนลักษณ์เก้า นักไกล่เกลี่ย ผู้ประสานไมตรี <h4>เรื่องที่ลักษณ์เก้าไม่เคยคิดฝันว่าจะทำ</h4>
-
เมื่อคู่ครองออกคำสั่งให้ทำงานที่ไม่ชอบก็ยอมทำให้โดยทันที
-
เป็นเจ้าภาพจัดโต้วาทีเพื่อเอาชนะกัน หรือแข่งตะเบ็งเสียงกรีดร้องกับผู้อื่น
-
จงใจส่งเสียงอึกทึกครึกโครมเมื่ออยู่ในงานรวมญาติ
-
บอกกับคู่ครองล่วงหน้านานๆ ว่าจะไปยังสถานที่ซึ่งรู้อยู่แล้วว่าเขาจะไม่เห็นด้วย ทั้งนี้เพื่อจะได้ให้อีกฝ่ายมีเวลาทะเลาะกันในเรื่องนี้มากๆ
-
บอกทุกคนในกลุ่มให้รู้ว่าตนกำลังโกรธ และบอกชัดเลยว่าแต่ละคนทำอะไรที่ทำให้โกรธอย่างนั้น
-
บอกกับเพื่อนที่กำลังต้องการความเห็นอกเห็นใจอย่างมากว่า “ฉันไม่อยากจะพูดเรื่องนี้”
-
เผชิญหน้ากับผู้อื่นอย่างเอาเรื่องแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน
ขำๆ แล้ว ช่วยกันออกความคิดเห็นหน่อยสิครับว่า พาราไดม์ของคนแต่ละลักษณ์นั้น น่าจะเป็นยังไงได้บ้าง
</span></h4>
สวัสดีค่ะ
ของดิฉันเป็นลักษณ์แบบใดแบบหนึ่งอย่างเดียว แต่จะปนกันค่ะ2-3แบบ มีไหมคะ
มีชีวิตครอบครัวอบอุ่น เป็นผู้ให้มาตลอดชีวิต และชอบให้คนอื่นก่อนให้ตัวเอง
แต่เจ้าระเบียบในทุกเรื่อง ชอบความเนี๊ยบ และมีบุคลิกผู้นำ ชอบเรียนรู้ตลอดชีวิตค่ะ มีศิลปะชอบอะไรสวยงาม ชอบแฟชั่น ชอบความสงบ นั่งสมาธิได้นานๆ ใช้จินตนาการความคิดและคิดออก แต่คนมากๆคิดไม่ค่อยออก
เลยไม่รู้ลักษณ์ไหนค่ะ
สวัสดีครับ
ทุกคนจะมีลักษณ์หลักเพียงลักษณ์เดียวครับ แต่จะมีองค์ประกอบอื่นอีก เช่น ปีก (ลักษณ์ที่อยู่ก่อนและหลังลักษณ์หล้ก เช่น ลักษณ์สองอาจมีปีกเป็นหนึ่ง หรือสาม) และลักษณ์ตามลูกศร (พฤติกรรมตามสถาวะอารมณ์)
ถ้าเรามีปีกลักษณ์ใดหมายความว่า เรามีลักษณะของลักษณ์นั้นมาปนกับของลักษณ์หลักของเรา
ลูกศร (ดูรูปเอ็นเนียแกรมในบันทึกแรกประกอบครับ) จะแสดงทิศทางของพฤติกรรมตามสภาวะอารมณ์ที่เปลี่ยนไปครับ เช่น เมื่อเราเครียด เราจะแสดงพฤติกรรมของลักษณ์ตามทิศย้อนศร เช่น หนึ่งไปสี่ สี่ไปสอง ฯลฯ แต่ถ้าเรารู้สึกมั่นคง ผ่อนคลาย เราจะมีพฤติกรรมของลักษณ์ที่อยู่ย้อนศรเรา เช่น สองไปสี่ หนึ่งไปเจ็ด
อ้นนี้เป็นความซับซ้อน และลุ่มลึกของเอ็นเนียแกรม ทำให้ความรู้นี้อธิบายคนได้ละเอียดและแยบยลอย่างมากครับ
เอ็นเนียแกรมจะบรรยายตัวเราได้ชัดในตอนที่เรายังไม่ได้เปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาตนเองมากนัก เพราะความรู้นี้เหมือนตะเกียงที่ส่องเข้าไปในเงามืดหรือด้านลบของเรา คนที่พัฒนาตนเองไปมาก จึงอาจหาลักษณ์ตัวเองโดยต้องใช้เวลามากหน่อยครับ
วิธีดูให้ชัดอีกวิธีหนึ่ง คือดูตัวเรายามเครียด ตอนนั้น ตัวตนแท้จริงตามเอ็นเนียแกรมจะมีบทบาท
ดูอีกอย่างก็ดูว่า เราเป็นลักษณ์ใด เราก็มีความทุกข์ มีความหงุดหงิด มีความขัดแย้ง ที่เป็นแบบฉบับของคนลักษณ์นั้นครับ
ตัวอย่างเช่น ถ้าเป็นลักษณ์หนึ่ง ก็มักจะทุกข์ จะขัดแย้งกับคนอื่น เพราะเรื่องที่เป็นคนเจ้าระเบียบ มีมาตรฐานในตัว มองอะไร ก็เห็นข้อผิดพลาด บกพร่องไปเสียทั้งหมด เห็นแล้วก็หงุดหงิด อยากเข้าไปจัดการแก้ไข ไปสั่งสอนคนอื่นว่า ทำไมไม่ทำให้ดี ทำไมไม่พยายามให้มากหน่อย ฯลฯ
แต่ถ้าเป็นลักษณ์สองที่ยังไม่พัฒนามากนัก ก็จะทุกข์จากการให้ของตน เป็นการให้ที่มีความคาดหวังลึกๆ ว่า คนอื่นจะรู้สึกดีกับตน คนอื่นจะมองเห็นตนสำคัญ จนการให้นั้น ดูเหมือนเป็นการยัดเยียดความหวังดีให้ผู้อื่น โดยที่อีกฝ่ายไม่ต้องการ เกิดเป็นปัญหาความขัดแย้งกัน แต่ถ้าสองพัฒนาแล้ว อย่างแม่ชีเทเราซา ก็จะให้โดยไม่คาดหวังอะไรเลยจริงๆ
ก็ต้องค่อยๆ ดูในรายละเอียดครับ แก่นของลักษณ์ไม่ได้กำหนดที่พฤติกรรมภายนอกที่เราเห็น แต่ต้องดูไปถึงแรงจูงใจลึกๆ จึงอาจต้องใช้เวลาหน่อยครับ
และการที่ลักษณ์หนึ่งกับลักษณ์สองอยู่ติดกัน หมายความว่าเป็นปีกของกันและกัน ก็มีลักษณะปนๆ กัน แต่ถ้าดูให้ดี จะมีอันหนึ่งเป็นลักษณ์หลัก อีกอันเป็นปีกครับ
รู้สึกยินดีมากที่แวะมาอ่านครับ ถ้าอธิบายยังไม่ชัดเจน ก็แจ้งให้ทราบด้วยครับ
คุณหญิง อ้อ อ้อม ได้นำเนื้อหาจากหนังสือเล่มนี้บางส่วนมาใส่ในเวปนี้ครับ
ลักษณ์หนึ่ง ปีกสอง ปีกเก้า อยู่ที่ http://gotoknow.org/blog/play/85136
ส่วนเรื่องปีก ลูกศร ของลักษณ์สองอยุ่ที่นี่ครับ
http://gotoknow.org/blog/play/85510
ขอบคุณครับ ที่แวะมาดู
อ่านแล้วขำดีค่ะ โดน
แต่พี่ที่เค้าสุดแสนจะเป็นลักษณ์ 4 เค้าบอกของเค้าไม่ตรง
อันนี้ผู้เขียนเค้าเขียนให้ขำๆ อ่ะครับ
ลัึุกษณ์สี่เอง ถ้ามีปีกสาม ก็ต่างไปจากสี่ธรรมดา หรือสี่ปีกห้า
ลองให้พี่คนนั้นเขียนมาบอกหน่อยสิครับ
ถ้าเป็นเค้า จะออกแนวไหน เรื่องที่ไม่คิดฝันที่จะทำเนี่ยอะ
สวัสดีค่ะ
***เพลิดเพลินดีค่ะ ขอขอบคุณ
ขอบคุณครับ
ความเพลิดเพลินของการศึกษาเรื่องนี้เป็นเพียงผลพลอยได้เล็กๆ เท่านั้น
เอ็นเนียแกรมเป็นเครื่องมือในการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงตัวเองที่มีประสิทธิภาพสูงมาก
สำหรับผู้ที่เป็นครูอาจารย์ ซึ่งต้องเกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กนักเรียนจำนวนมาก
ขอแนะนำให้อ่านหนังสือเรื่อง "เกิดมาต่างกัน เลี้ยงดูฉันอย่างเข้่าใจ" ซึ่งจะทำให้เราเข้าใจธรรมชาติของเด็กที่แตกต่างกัน ปัญหาที่แตกต่างกัน และแนวทางแก้ไขที่แตกต่างกันด้วยครับ
สำหรับท่านที่มีความมุ่งมัี่่นที่จะพัฒนาตนเองอย่างจริงจัง และได้ผล
ขอแนะนำมาเข้าหลักสูตรสัมมนาเอ็นเนียแกรมเพื่อพั้ฒนาภาวะผู้นำ
ดูรายละเอียดได้ที่
http://enneagram.co.th/workshop_topic.html
เอ็นเนียแกรม ยิ่งรู้จักเร็ว ยิ่งพัฒนาเร็ว
ยิ่งรู้่จักเร็ว ยิ่งมีความสุขเร็ว