หลักคิด
1. ชุมชนท้องถิ่นเป็นสถาบันสังคมฐานรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ วิถิชีวิต วัฒนธรรม ศาสนา มีการพึงตนเอง มีความเกื้อกูล และการอยู่ร่วมกับธรรมชาติมายาวนาน ชุมชนท้องถิ่นมีความหลากหลายทางภาษา วัฒนธรรมและลักษณะของกลุ่ม การตั้งถิ่นฐานบนสภาพภูมินิเวศที่ความหลากหลายนับตั้งแต่ บนภูเขาสูง ที่ดอน ที่ราบลุ่ม และชายฝั่งทะเล ดังนั้น การพัฒนาและการจัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่น จึงควรมีการพัฒนาให้สอดคล้องความหลายหลายเหล่านั้น มิใช่การพัฒนานโยบายต่างๆ ในแบบเดียวกันทั่วประเทศ
2. ตลอดระเวลาที่ผ่านมา กลไกอำนาจในการบริหารและการพัฒนาประเทศรวมศูนย์กลางเป็นการพัฒนาแบบบนลงล่าง สร้างความไม่เป็นธรรมให้เกิดขึ้นหลายชุมชน เกิดช่องว่างระหว่างเมืองกับชนบท คนรวยกับคนจน เปิดช่องว่างทำให้เกิดการทุจริตคอรัปชั่น เปิดช่องว่างให้วัฒธรรมการบริโภคจากกระแสโลกาภิวัตน์ ทำลายคุณค่าของวิถีชิวิต ศาสนา จริยธรรม คุณธรรมและการพึ่งตนเองของชุมชน ทำลายทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น จนทำให้ชุมชนเกิดความอ่อนแอ ครอบครัวแตกแยก ดังนั้น จึงควรมีการกระจายอำนาจให้กับชุมชนให้สามารถจัดการตนเองได้อย่างบูรณาการ บนวิถีแห่งความพอเพียง เป็นการพัฒนาแบบล่างสู่บน
3.ที่ผ่านมา องค์กรชุมชนท้องถิ่นถูกรัฐปกครองและกำกับดูแล และผ่านนโยบายจากส่วนบนมาตลอด ไม่จะผ่านมาทางกำนันผู้ใหญ่บ้าน อปท. ขณะเดียวกัน ชุมชนท้องถิ่นส่วนใหญ่ยังถูกแทรกแซงและอยู่ภายใต้ระบบอุปถัมภ์ของนักการเมือง นายทุน และผู้ที่มีอิทธิพลมาตลอด ผ่านหัวคะแนน และผู้นำหรือผู้ที่มีอิทธิพลทางการเมือง มีการเลือกตั้งที่ไม่บริสุทธ์ยุติธรรม ชุมชนเกิดความขัดแย้ง แตกแยก ไม่มีความเข็มแข็งในการดูแลและจัดการตนเองอย่างแท้จริง แม้จะมีการตั้งประชาคมแต่ก็ไม่สามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีพลัง ดังนั้น เพื่อให้ชุมชนเข็มแข็ง สามารถจัดการตนเองได้อย่างยั่งยืน จำเป็นต้องมีการเปิดพื้นที่ให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลตนเอง อย่างบูรณาการ ให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการกำหนดแผนพัฒนาท้องถิ่นทุกระดับ แผนการพัฒนาจังหวัดหรือแผนพัฒนาในชุมชนของตนเอง พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในการติดตามตรวจสอบการทำงานของรัฐในทุกระดับ เพื่อให้ชุมชนและสังคมมีความเข็มแข็ง
จึงมีความจำเป็นในการส่งเสริมให้เกิดสภาองค์กรชุมชน เพื่อเป็นสภาแห่งปัญญาในการระดมพลังชุมชนหรือท้องถิ่น พลังทางสังม มาร่วมกันในการจัดการท้องถิ่นและสังคมไทยร่วมกัน ตามเงื่อนไง ความพร้อม และสอดคล้องกับวิถีชีวิต ศาสนา และวัฒนธรรม ของแต่ละท้องถิ่น