หม่อน

ทำสาวหม่อน

                                                                               

                                                                                                                                           

วิโรจน์  แก้วเรือง  <h1 style="margin: 0cm 0cm 0pt -1cm; text-indent: 1cm">จั่วหัวเรื่องไว้อย่างนี้ เป็นใครก็อดสงสัยไม่ได้หรอกว่าเป็นเรื่องอะไรกันแน่ รับรองเรื่องนี้ไม่โป๊แน่นอน ทำสาวหม่อนคำนี้ผมได้ยินครั้งแรกจากอดีตผู้อำนวยการหนุ่มโสด สถานีทดลองหม่อนไหมหนองคาย สถานที่ที่ท่านทำสาวหม่อนเป็นครั้งแรกเมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบัน (.. 2545) ท่านดำรงตำแหน่งเดียวกันที่สถานีทดลองหม่อนไหมสุรินทร์ และก็ยังทำสาวหม่อนเหมือนเดิม ถ้าการทำแบบนี้ไม่ดีจริง ท่านคงไม่ทำอีกเป็นแน่ แต่เขาจะทำสาวหม่อนกันอย่างไรนั้น ลองติดตามอ่านดูก็แล้วกันนะครับ</h1>หม่อน (Morus spp.) เป็นอาหารชนิดเดียวของไหมบ้าน (Bombyx mori) ใครก็ตามที่เลี้ยงไหม ก็จะต้องปลูกหม่อนไว้สำหรับเก็บใบเพื่อใช้เลี้ยงไหม แต่การจะเลี้ยงไหมเป็นอาชีพ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการเตรียมแปลงหม่อนให้ดี เพื่อจะได้มีใบหม่อนที่เพียงพอและมีคุณภาพเหมาะสมกับการเลี้ยงไหม โดยทั่วไปสถาบันวิจัยหม่อนไหม กรมวิชาการเกษตร ได้แนะนำให้เกษตรกรตัดแต่งกิ่งหม่อนปีละ 3-4 ครั้ง เพื่อเตรียมใบหม่อนในการเลี้ยงไหมแต่ละครั้ง เรียกการตัดแต่งทั้ง 4 ครั้ง ในรอบ 1 ปีเรียงลำดับดังนี้คือ การตัดต่ำ โดยตัดหม่อนไว้ตอสูงจากพื้นดิน 30-50 เซนติเมตร ปล่อยให้หม่อนเจริญเติบโตนาน 2.5-3.0 เดือน จะตัดหม่อนครั้งที่ 2 เรียกว่าตัดกลาง เพื่อนำใบไปเลี้ยงไหม โดยตัดหม่อนสูงจากพื้นดิน 80-100 เซนติเมตร แล้วปล่อยให้หม่อนเจริญเติบโตนาน 2.5 เดือน ตัดหม่อนครั้งที่ 3 เรียกว่าตัดแขนงครั้งที่ 1 เพื่อนำใบไปเลี้ยงไหม ครั้งที่ 2 ทิ้งไว้อีก 2.5 เดือน ตัดหม่อนครั้งที่ 4 เรียกว่าตัดแขนงครั้งที่ 2 เพื่อนำใบหม่อนไปเลี้ยงไหมครั้งที่ 3 ทิ้งต้นหม่อนให้เจริญเติบโตต่อไปอีก 2.5 เดือน จะตัดหม่อนอีกครั้งเพื่อนำใบไปเลี้ยงไหมครั้งที่ 4 เป็นการตัดแต่งหม่อนครบรอบปี แล้วจะไปตัดต่ำอีกครั้งในปีถัดไป ซึ่งส่วนใหญ่จะตัดต่ำในช่วงเดือน กุมภาพันธ์-เมษายน  ซึ่งอยู่ในช่วงแล้งในเขตอาศัยน้ำฝน อาจทำให้ผลผลิตใบหม่อนที่ได้จากการตัดแต่งแต่ละครั้งไม่สม่ำเสมอหรือเท่ากันทุกครั้งเนื่องจากวิธีการตัดแต่งที่แตกต่างกันปริมาณและความสม่ำเสมอของน้ำฝนที่หม่อนได้รับในแต่ช่วงของการตัดแต่ง ดังนั้น การทำสาวหม่อนจึงเกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาในเรื่องนี้การทำสาวหม่อนคือการตัดแต่งกิ่งหม่อน หรือต้นหม่อน ติดชิดพื้นดินทุกครั้งที่ทำการตัดเพื่อเตรียมใบหม่อนปีละประมาณ 4 ครั้ง และเพื่อให้ได้ปริมาณใบหม่อนใกล้เคียงกันทุกครั้ง ทำให้สามารถวางแผนการเลี้ยงไหมได้แน่นอน ในส่วนของงานผลิตพันธุ์ คือการผลิตไข่ไหม ก็จะมีข้อผิดพลาดน้อยในการเตรียมไข่ไหมให้เพียงพอกับความต้องการของเกษตรกร            การทำสาวหม่อน มีวัตถุประสงค์ พอสรุปได้ดังนี้ 1.      เพื่อให้ได้เปอร์เซ็นต์ใบสูงเหมาะสำหรับการเลี้ยงไหมเป็นกิ่งทำให้กากเหลือน้อย2.      เพื่อให้ได้กิ่งที่มีความยาวสม่ำเสมอ พอดีกับขนาดความกว้าง ของขึ้นเลี้ยงไหมการทำสาวหม่อน ไม่ง่ายนักแต่ก็ไม่ยากจนเกินไป โดยจะต้องมีความพร้อมในด้านต่าง ๆ  ดังนี้            1. พันธุ์หม่อนควรเป็นพันธุ์ที่มีการตอบสนองต่อน้ำและปุ๋ยดี ปัจจุบันแนะนำให้ใช้พันธุ์บุรีรัมย์ 60 (บร.60)            2. การปลูก  อาจใช้กิ่งปักชำอายุ 3-4 เดือน แล้วย้ายปลูกในแปลงหรือใช้ท่อนพันธุ์อายุ 4-8 เดือน ยาวประมาณ 20 เซนติเมตร ปลูกในแปลงที่เตรียมดินด้วยการไถพรวนให้มีหน้าดินลึกประมาณ 40 เซนติเมตร โดยตรงให้มีระยะปลูก 1.0 x 1.0 เมตร จำนวน 10 แถว ติดกัน เว้นพื้นที่ระหว่างแปลงย่อยกว้าง  3.0    เมตร เพื่อให้รถและเครื่องจักรเข้าทำงานได้สะดวก ดังนั้นในพื้นที่ 1 ไร่ จะใช้กิ่งปักชำ หรือท่อนพันธุ์ จำนวน 1,300 ต้น/ท่อน เหลือพื้นที่ทางเดินระหว่างแปลง 300 ตารางเมตร<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoBodyTextIndent2">                      3. การให้น้ำจะต้องมีมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 15 แรงม้า เพื่อใช้ปั้มน้ำสำหรับแปลงหม่อนขนาด 4 ไร่ โดยจะให้น้ำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ๆ ละ 30 นาทีโดยการวางท่อน้ำพีวีซี ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 นิ้ว แล้วลดขนาดลงมาเหลือ 2นิ้ว  และ 1 นิ้วตามลำดับแต่ละหัวให้น้ำแบบสปริงเกอร์ห่างกัน4  เมตร ให้มีความสูงจากพื้น 2.00 เมตร การให้น้ำมักจะให้เพียง 4 เดือน ระหว่าง ธันวาคม เมษายน หรือในช่วงฤดูฝนที่ฝนทิ้งช่วง นานเกิน 1 เดือน เนื่องจากมีการรักษาความชื้นของดินดี</p>            4. การรักษาความชื้นในดิน และการกำจัดวัชพืชจะมีการปราบวัชพืชด้วยการดาย หรือใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช เพียงครั้งเดียวในเดือน ตุลาคม พฤศจิกายน จากนั้นจะใช้ฟางคลุมอย่างหลวมๆ ให้มีความหนาประมาณ 30-50 เซนติเมตรในช่วงธันวาคม เมื่อให้น้ำฟางจะยุบตัวลง แต่สามารถคลุมวัชพืชได้ตลอดปี และรักษาความชื้นของดินได้ตลอดตั้งแต่เดือน พฤษภาคม พฤศจิกายน นอกจากนั้นในแปลงที่ปฏิบัติเช่นนี้จะพบไส้เดือนที่เป็นประโยชน์ในการช่วยปรับโครงสร้างของดินมากกว่าในแปลงหม่อนที่ดูแลตามปกติ            5. การใส่ปุ๋ยหลังการกำจัดวัชพืชต้องใส่ปุ๋ยคอก อัตรา 2000 กิโลกรัม/ไร่ ส่วนปุ๋ยเคมี สูตร 15-15-15 จะใส่ 3 ครั้ง หลังการตัดแต่งเพื่อเก็บผลผลิต 3 ครั้ง อัตราครั้งละ 25 กิโลกรัม แต่จะไม่ใส่ปุ๋ยเคมี เมื่อครั้งที่มีการใส่ปุ๋ยคอก            6. การตัดแต่งจะตัดชิดดินทุกครั้งห่างกันประมาณ 2-3 เดือน เพื่อให้ต้นหรือกิ่งหม่อนเจริญเติบโตสม่ำเสมอ ให้ผลผลิตใบ ประมาณ 1,040 กิโลกรัม/ไร่/ครั้ง หรือประมาณ 4,000 กิโลกรัม ไร่/ปี  สามารถเลี้ยงไหมได้ครั้งละ 2 กล่อง / หรือปีละ 8 กล่อง นอกจากนั้นการตัดแต่งยังช่วยลดการระบาดของโรคและแมลงศัตรูหม่อนอีกด้วย             การทำสาวหม่อนจำเป็นจะต้องดูแลเอาใจใส่แปลงหม่อนอย่างสม่ำเสมอ ต้นหม่อนก็จะตอบแทนเป็นผลผลิตใบอย่างสม่ำเสมอเช่นกัน ดังนั้น จึงอยากจะเชิญชวนให้เกษตรกรที่มีความพร้อมในการลงทุนระบบการปลูกหม่อนแบบนี้ สามารถขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากสถานีทดลองหม่อนไหมสุรินทร์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งตั้งอยู่บนฝั่งซ้าย ถนนสายสุรินทร์ กระสัง กิโลเมตรที่ 3.5