ข่าวการจับกุมนายพลวัง เปา อดีตหัวหน้ากลุ่มผู้ต่อต้านการปกครองระบอบคอมมิวนิสต์ในลาววัย 77 ปี พร้อมกับพวกอีก 7 คน ในข้อหามีการเตรียมการใช้สหรัฐอเมริกาเป็นฐานในการล้มล้างรัฐบาลลาว โดยทางการสหรัฐอ้างว่า คนกลุ่มนี้ได้จัดเตรียมงบประมาณจำนวน 1 แสนดอลล่าร์ เพื่อที่จะจัดซื้ออาวุธปืนอาก้า47 จำนวน 125 กระบอก กระสุน 2 หมื่นนัด ระเบิดลูกเกลี้ยง ปืนต่อสู้รถถัง และจรวดstringer โดยจะนัดส่งมอบอาวุธดังกล่าวกันในไทย ระบุวันที่ 11 มิถุนายน
นอกจากนี้แล้ว 1 ใน 7 ของผู้ถูกจับกุมร่วมในครั้งนี้ ซึ่งรัฐบาลอ้างว่าเป็นผู้จัดหาอาวุธคือพันโท HarisonUlrich Jack อดีตทหารผ่านศึกในสงครามเวียดนาม ยังมีแผนเตรียมการจัดหาอาวุธเพิ่มอีกในมูลค่า 9.8 ล้านดอลล่าร์ พร้อมทั้งจัดหาหน่วยรบทหารรับจ้างอเมริกัน และหน่วยรบพิเศษ Navy Seals เพื่อรอถล่มเวียงจันทร์ให้ราบเป็นหน้ากลอง
นายพลวัง เปา พร้อมกับพวกชาวม้งอีกนับแสนคนได้ร่วมกันลี้ภัยไปอยู่ในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี ค.ศ.1975 และที่จริงแล้ว นายพลผู้นี้เปรียบได้ดังมิตรที่ซื่อสัตย์กับสหรัฐอย่างยิ่งผู้หนึ่ง เขาเป็นหมากในการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ในสมัยที่สหรัฐอเมริกาเข้ายึดเวียดนามใต้ และมีซีไอเอเข้าไปทำงานในลาวพร้อมสนับสนุนกำลังต่อต้านคอมมิวนิสต์ โดยที่ได้นายพลวัง เปา และทัพชาวม้งของเขานี้เองเป็นด่านหน้า เพื่อต่อต้านแนวร่วมลาวฮักชาต ก่อนที่สหรัฐอเมริกาจะบอบช้ำไปด้วยการซุ่มโจมตีของพวกเวียดกงในเวียดนามใต้ และทำให้ต้องถอนทัพออกจากพื้นที่ พร้อมๆ กับเกี่ยวแขนเอาพวกม้งผู้สวามิภักดิ์ลี้ภัยตามมาอยู่ในสหรัฐด้วย
ความเกี่ยวโยงในเรื่องที่นายพลวัง เปา ถูกทางการสหรัฐจับกุมในคราวนี้ นอกจากจะมีการพูดถึงการนัดส่งมอบอาวุธกันในไทยแล้ว ลึกไปกว่านั้น ในไทยเราเองยังมีกลุ่มชาวม้งอพยพอีกเป็นจำนวนมากที่วาดหวังถึงการถูกส่งตัวไปยังสหรัฐอเมริกา เพื่อร่วมกับกลุ่มม้งของนายพลวัง เปา โดยเฉพาะกลุ่มม้งที่วัดถ้ำกระบอก จังหวัดสระบุรี ซึ่งเคยมีจำนวนอยู่นับหมื่นคน และยังมีกลุ่มม้งอีกจำนวนมากที่ลักลอบเดินทางเข้ามาภายหลัง เพื่อจะแอบอ้างเป็นกลุ่มม้งถ้ำกระบอก ที่มีแนวโน้มจะได้รับการส่งตัวไปยังประเทศที่ 3 หรือไม่ก็ได้รับสัญชาติไทย อาทิ กลุ่มม้งอพยพบ้านเข็กน้อย อ.เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเพิ่งอพยพมาจากลาวในภายหลัง และปัญหานี้ ยังได้ลุกลามไปถึงเรื่องการค้าม้งจากฝั่งลาว ภายใต้โฆษณาชวนเชื่อเรื่องการส่งตัวไปยังสหรัฐอเมริกา หรือออสเตรเลีย หรืออย่างน้อยที่สุดก็คือการได้สัญชาติไทย
อธิบายเพียงคร่าวๆ ที่สหรัฐอเมริกาต้องจับกุมนายพลวัง เปา มิตรแท้ผู้ซื่อสัตย์ในคราวนี้ ก็เพื่อเอาใจรัฐบาลลาวที่สหรัฐอเมริกาได้ดำเนินนโยบายการค้าแบบปรกติมาได้หลายปีแล้ว ในขณะที่จีนกำลังได้สัมปทานสำรวจแร่ธาตุทั่วประเทศในลาว และได้สัมปทานโครงการใหญ่ๆ อีกมาก อาทิเช่น การเตรียมสร้างสนามกีฬาซีเกมส์ที่ลาวจะเป็นเจ้าภาพ พร้อมๆ กับระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน และอาจถึงขนาดสร้างเมืองใหม่ขึ้น นี่ยังไม่นับการสร้างถนนเชื่อมต่อจากจีนตอนใต้มายังไทย เพื่อเชื่อมโยงกับภูมิภาคอาเซียน รองรับการเป็นเส้นทางการค้าโดยตรงจากจีน โดยเฉพาะในแนวทางเขตการค้าเสรี(FTA) ทั้งหมดนี้แม้จีนจะกระทำเพื่อตัวเองอยู่มาก แต่ลาวก็ได้ประโยชน์ในฐานะที่จีนเข้ามาลงทุน หากสหรัฐไม่ทำอันใดเพื่อให้ลาวรู้สึกถึงการเป็นมิตรประเทศที่แท้อย่างจริงใจ สหรัฐอเมริกาก็มีแต่จะเสียท่าให้จีนในภูมิภาคลาวอีกแห่งหนึ่ง ทั้งที่เป็นผู้บุกเบิกมาก่อน
เอาคร่าวๆ ในเรื่องการดวลกันระหว่างชาติมหาอำนาจที่ตรงนั้นก่อนนะครับ ..มาต่อกันที่นอกจากชุมชนชาวม้งแล้ว ทางด้านเหนือของประเทศ ไทยยังมีชุมชนชาวจีนอพยพ หรือที่เรียกว่าอดีตทหารจีนคณะชาติกองพล 93 พรรคก๊กมินตั๋ง ของนายพลเจียง ไค เช็ก ที่หลบลี้การปราบปรามของพรรคคอมมิวนิสต์จีนไปอยู่ยังเกาะฟาโมซา หรือเกาะไต้หวัน ได้เป็นส่วนใหญ่ ภายใต้การสนับสนุนของสหรัฐอีกเช่นเดียวกัน ในปี ค.ศ.1949 แล้วส่วนหนึ่งลัดเลาะจากฝั่งพม่าลงมาไทย อย่างที่เราเรียกกันชินปากว่าพวก “จีนฮ่อ” ซึ่งแม้เดิมทีรัฐไทยจะไม่ได้ให้ความช่วยเหลือโดยตรงมากนัก แต่ก็ยินยอมที่จะเปิดทางให้คนอพยพกลุ่มนี้ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลไต้หวัน หากว่าตอนนี้พรรคก๊กมินตั๋งตกที่นั่งฝ่ายค้าน(แต่ยังเป็นพรรคการเมืองที่รวยที่สุดในโลกยุคปัจจุบัน) ภาระทั้งหมดทั้งมวลจึงมาตกแก่ไทย และเมื่อไม่มีรายได้จากพรรคก๊กมินตั๋ง เราพบเสมอว่าจีนฮ่อกลุ่มนี้ก็ยังอยู่ได้อย่างมีกินมีใช้ด้วยการลอบค้าหยกจากพม่า และยาเสพติด
ในพื้นที่ภาคเหนือเช่นเดียวกัน กลุ่มกองกำลังรัฐฉาน หรือไทยใหญ่ ได้กระจายกันอยู่ในแนวจังหวัดแม่ฮ่องสอน และผมว่าจังหวัดนี้เกือบทั้งจังหวัด น่าจะมีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวไทยใหญ่ รองลงมาก็คือจีนฮ่อ คนไทยนี่ถือว่าเป็นคนกลุ่มน้อย ฉะนั้นอย่าแปลกใจเลยว่าทำไมเมืองสามหมอกแห่งนี้จึงได้ลี้ลับจากการรับรู้ของคนทั่วๆ ไปนัก
กองกำลังรัฐฉาน ต่อสู้กับทหารของว้า และรัฐบาลเผด็จการพม่า เพื่อที่จะตั้งตัวเป็นประเทศ ตามข้อตกลงในสัญญา “ปางโหลง” ที่ถูกฉีกทิ้งในรัฐบาลนายพลอูนุ หลังการเสียชีวิตของนายพลอองซาน บิดาของนางอองซาน ซูจี คนที่มนุษย์โลกรู้จักพอๆ กับแม่ชีเทเรซ่าคนนั้นแหละครับ
กล่าวได้ว่าเฉพาะกรณีชนกลุ่มน้อยกลุ่มต่างๆ ที่ต่อสู้กับรัฐบาลพม่าอยู่นี้ ทั้งไทยใหญ่ มอญ หรือแม้แต่กะเหรี่ยง ต่างก็ได้อาศัยประเทศไทยเป็นหลังพิงด้วยกันทั้งสิ้น และด้วยที่ไทยเรานี้ต้องยอมรับสภาพ ก็เพื่อการสนับสนุนประชาธิปไตย ตามที่สหรัฐร้องขออย่างแกนๆ
น่าเศร้าใจนะครับ ที่ประเทศไทยเราต้องมารับบทบาทในการสนับสนุนความเป็นประชาธิปไตยอย่างลับๆ ให้กับพวกอพยพพลัดถิ่นที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและความเป็นประเทศตั้งหลายกลุ่ม ในขณะที่ประเทศของเรากำลังปกครองด้วยระบอบเผด็จการทหาร
แต่กรณีนายพลวัง เปานี้ ยังสะท้อนอนิจจังต่อไปยังกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ของเราได้อย่างดี เพราะการเคลื่อนไหวในภูมิภาคนี้ เป็นเขตเดียวที่ไม่มีอเมริกาคอยหนุนหลัง ทั้งยังดูจะให้ความสำคัญกับกลุ่มประเทศมุสลิม อาหรับ หรือ OIC ซึ่งเป็นองค์กรอิสลามสากลอย่างมาก ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นคนละขั้วกับอเมริกา แต่สิ่งที่เหมือนกันอย่างหนึ่งก็คือ แม้จะมีพี่เบิ้มคอยหนุนหลัง หากวันหนึ่งเมื่อหมดประโยชน์ หรือพี่เบิ้มที่ว่าไปพบเห็นประโยชน์ที่ยิ่งกว่า กลุ่มที่หวังๆ ฝันๆ เกี่ยวกับรัฐมุสลิมอยู่ในตอนนี้ ก็จะได้แลเห็นความจริงของโลกที่เหมือนกัน คือ เมื่อพวกคุณหมดประโยชน์เขาก็พร้อมจะเฉดหัวส่ง หรืออย่างดีก็ให้ที่อยู่อาศัย ให้หากินเอาเองตามอัตภาพ และถึงเวลาหนึ่ง ถ้าการกำจัดคุณจะสามารถเป็นบันไดไปอนาคตที่ดียิ่งกว่าได้ คุณก็จะถูกกำจัดอย่างไม่ลังเล
นี่แหละกรรม ทั้งกับพี่เบิ้มแห่งการรัฐประหาร และพี่เบิ้มแห่งความรุนแรงในจังหวัดชายแดนใต้ เพราะตัวคุณเองไม่ได้รู้ในตอนนี้หรอก ว่าคุณมันไม่ใหญ่จริง