ทบทวน รู้ด้วยใจแล้วว่า เราปล่อยให้งาน และสมอง..การคิด มีอำนาจเหนือเรา...จนใจและกาย เสียสมดุลอย่างมาก

        ช่วงนี้ฉันรู้สึกแรงๆก็ 2-3 วันที่แล้วที่พบว่ากายและใจฉันเสียสมดุลซะแล้ว

 

        • สมองหนัก เหนื่อยล้า ด้วยต้องใช้พลังการคิด อย่างมากมาย ทั้งในและนอกเวลาราชการ


        • บางครั้งปวดหัว หน้ามืด หูอื้อ... 2 วันก่อนเจ็บคอ เพราะต้องพูดอธิบายด้านวิชาการและความรู้เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่กำลังสรุปงานด้าน CQI ให้ถูกต้อง พร้อมแก่การนำเสนอทุกกลุ่ม ซึ่งบางเรื่อง..บางคน.. ต้องใช้กำลังความคิดมาก ใช้เวลามาก ซึ่งพร้อมๆกับหน้าที่ในงานอื่นๆ ทั้งระดับ อำเภอและจังหวัดที่ต้องเข้าไปช่วยเหลือและให้ความคิดเห็นในการจัดงานใหญ่ และต้องแบกงานมารับผิดชอบทำต่อไปอีก


         • เมื่อวานหลังจากรีบเร่งงานตั้งแต่เช้าอันเกี่ยวข้องกับผู้คน เพราะเป็นผู้ประสานงาน จึงมีคิวรอเข้ามาซักถาม...และต้องประชุมแบบเร่งรีบ จนเลยเวลาทานอาหารกลางวัน แถมต้องซิ่งเข้าประชุมที่จังหวัด กลับมาตอนเย็นด้วยอาการเพลียและล้า ก็มีน้องที่พกพาความเครียดสูงมารอขอคำอธิบายในการปฏิบัติงานบางอย่างจนถึง 18.00 น.  ...ซึ่งก่อนจะเสร็จก็รู้สึก ปวด เสียดท้อง  และเริ่มมีอาการไอ..เจ็บคอ ...กลับบ้านแทบจะไม่อยากทำสิ่งใดๆ ...ทานข้าวเย็นแล้วก็นอนนิ่งอยู่อย่างนั้น สำรวจกายและใจ...ทบทวน รู้ด้วยใจแล้วว่า เราปล่อยให้งาน และสมอง..การคิด มีอำนาจเหนือเรา...จนใจและกาย เสียสมดุลอย่างมาก สมควรแก่การพักยก.. จึงอาบน้ำและเข้านอน เพราะแม้แต่จะสวดมนต์ นั่งสมาธิก็ไม่สามารถทำได้  ซึ่งเป็นแบบนี้มาเป็นเวลา 1 สัปดาห์กว่าแล้ว


         • เช้าวันนี้ ตื่นด้วยสติ ทำอาหารให้คุณพ่อและคุณแม่ทานด้วยความสุข ตามรู้จิตคิดเรื่องงานที่ฟุ้งไปเป็นระยะ  จากนั้น ตัดสินใจเล่นโยคะ เพื่อดึงสติด้วยกรรมฐานและเพื่อลดความปวดเมื่อยของ หลัง ไหล่ จากความเครียดที่ผ่านมา.. ได้ผลดีตามความคาดหวัง...
       

          ไตรลักษณ์ ในแต่ละช่วงของชีวิตปรากฏให้ดู ให้เห็น ให้ได้วิจัยธรรมบ้าง ..สุขและทุกข์.. รู้..ไม่รู้...มีสลับกันไปไม่เคยว่างเว้น...กับชีวิตที่ยังคงอยู่...ฉันควรดูแลกายและใจ..เพื่อจุดหมาย ณ ปัจจุบัน และจุดหมายบั้นปลายอีกหลายระยะ...
        

          ถ้าท่านเป็นใครก็ตามที่หลงเข้ามาอ่านบันทึกนี้...อย่าหลงลืมดูแลกายและใจเหมือนผู้บันทึกนะคะ...

 

 

Skunk