พระประจำวันเกิด

ประจำวันอาทิตย์
พระปางถวายเนตร


- พระพุทธรูปปางนี้ อยู่ในพระอิริยาบถยืน ลืมพระเนตรทั้งสองเต็มที่

- ทรงทอดพระเนตรดูมหาโพธิพฤกษ์ 

- พระหัตถ์ทั้งสองห้อยลง มาประสานทับกันอยู่หน้าพระเพลา 

- พระหัตถ์ขวาทับพระหัตถ์ซ้าย อยู่ในอาการสำรวมฯ 

เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว ประทับเสวยวิมุติสุขอยู่ที่ร่มมหาโพธิ์ ๗ วัน
แล้วก็เสด็จออกจากร่มไม้มหาโพธิ์ ไปประทับยืนกลางแจ้งทางทิศอีสานของต้นมหาโพธิ์นั้น
ทรงทอดพระเนตร ต้นมหาโพธิ์โดยไม่กระพริบพระเนตรด้วยพระอิริยาบถนั้นถึง ๗ วัน
สถานที่ประทับยืนด้วยอิริยาบถนั้นเป็นนิมิตมหามงคล
เรียกว่า "อนิมิสสเจดีย์" ฯ

คาถาสำหรับคนเกิดวันอาทิตย์ สวด ๖ จบ

อุเทตะยัญจักขุมา เอกะราชา หะริสสะวัณโณ ปะฐะ วิปปะภาโส ตัง ตัง มะมัสสามิ หะริส สะวัณนัง ปะฐะ วิปปะภาสัง ตะยัชชะ คุตตา วิหะเรมุ ทิวะสัง เย พราหมะณา เวทะคุ สัพพะธัมเม เต เม นะโม เต จะ มัง ปาละยันตุ นะมัตถุ พุทธานัง นะมัตถุ โพธิยา นะโม วิมุตตานัง นะโม วิมุตติยา อิมัง โส ปะริตตัง กัตวา โมโร จะระติ เอสะนาฯ

คาถาบูชาดวง ชื่อคาถาพระนารายณ์แปลงรูป ใช้ในทางเมตตามหานิยม สวดวันละ ๖ จบ
อะ วิช สุ นุส สา นุต ติ

ทีมา อ้างอิง
ประเพณี พิธีมงคล และวันสำคัญของไทย. กรุงเทพฯ : ชมรมเด็ก, 2539. 
สวดมนต์แปล. อุทัยธานี : สำนักงานธัมมวิโมกข์ วัดท่าซุง, 2535. 

พระพุทธรูปประจำพระชนมวาร พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล http://www.banfun.com/buddha/brama08.html/t_self



ประจำวันจันทร์
พระปางห้ามญาติ หรือ พระปางห้ามสมุทร


<p>- พระพุทธรูปปางนี้อยู่ในพระอิริยาบถยืน  </p><p>- พระหัตถ์ซ้ายห้อยลงข้างพระกาย </p><p>- พระหัตถ์ขวายกขึ้นเสมอพระอุระ แบฝ่าพระหัตถ์ตั้งขึ้นยื่นออกไปข้างหน้าเป็นกิริยาห้าม </p><p>ตำนานปางห้ามสมุทร
เมื่อพระพุทธเจ้าด้วยเหล่าสาวกเสด็จไปถึงเมืองไพศาลีฝนก็ตกห่าใหญ่ และไหลเข้าท่วมพระนคร พัดซากศพและสัตว์ ซึ่งปฏิกูลบนแผ่นดินให้ไหลไปสู่ทะเล และเย็นวันนั้น พระบรมศาสดา ทรงรับสั่งให้พระอานนท์เรียนรัตนสูตร แล้วจาริกไปในกำแพงเมืองไพศาลี เจริญมนต์รัตนสูตรนี้เพื่อความสิริมงคลแก่ประชาชน</p><p>เมื่อพระอานนท์เถระได้พรมน้ำพุทธมนต์ที่ท่านตั้งจิตประกอบด้วยเมตตา
ระลึกถึงพุทธคุณคือบารมี ๑๐ และเจริญมนต์รัตนสูตรนี้
ประชาราษฎร์ก็หายจากโรคภัย มีกำลังสดชื่น</p><p>ตำนานปางห้ามญาติ 
บทสวดอภยปริตร เป็นบทที่ว่าด้วยมนต์ที่ทำให้ไม่ฝันร้ายและการให้อภัย ในตำนานกล่าวถึงเหล่าศากยวงศ์แห่งนครกบิลพัสดุ์ ซึ่งเป็นพระญาติทางฝ่ายพระพุทธบิดา และเหล่าโกลิยวงศ์ อันเป็นพระญาติฝ่ายพระพุทธมารดา เกิดวิวาทกันด้วยเหตุแย่งชิงน้ำในแม่น้ำโรหิณี </p><p>พระพุทธองค์ทรงทราบด้วยพระญาณ จึงแสดงพุทธปาฏิหารย์เหาะมาประทับยืนอยู่ท่ามกลางระหว่างกองทัพทั้งสองฝ่าย พร้อมตรัสถามว่า ”ระหว่างน้ำ กับความเป็นญาติพี่น้อง สิ่งไหนสำคัญกว่ากัน” กษัตริย์ทั้งสองฝ่ายจึงได้สำนึก ยอมยุติศึกขออภัยต่อเบื้องพระพักตร์พระพุทธองค์ แล้วกลับคืนดีกันเช่นเดิม เสมือนตื่นจากฝันร้าย </p><p>แม้ผู้ใดนอนฝันร้ายอยู่เสมอ หรือเมื่อตื่นจากฝันร้ายกลางดึก มีจิตหวั่นไหว ให้ภาวนามนต์บทนี้ อาการดังกล่าวจะหายไป ผู้ใดที่ภาวนาเป็นประจำจะนอนหลับฝันดี ไม่ตื่นตกใจฝันร้ายเลย  </p><div style="text-align: center"></div>

มนต์บทนี้ เรียกตามสามัญเป็นภาษาชาวบ้านว่า "บทยันทุนฯ" บทสวดอภยปริตร สวด ๑๕ จบ <ul>

  • ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ 
    โยจามะนาโป สะกุณัสสะสัทโธ 
    ปาปัคคะโห ทุสสุปิณังอะกันตัง 
    พุทธา นุภาเวนะ วินาสะ เมนตุฯ 

  • ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ 
    โยจามะนาโป สะกุณัสสะสัทโธ 
    ปาปัคคะโห ทุสสุปิณังอะกันตัง 
    ธัมมา นุภาเวนะ วินาสะ เมนตุฯ 

  • ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ 
    โยจามะนาโป สะกุณัสสะสัทโธ 
    ปาปัคคะโห ทุสสุปิณังอะกันตัง 
    สังฆา นุภาเวนะ วินาสะ เมนตุฯ 

  • </ul><p> คำแปล  </p><ul>

  • นิมิตอันเป็นลางชั่วร้ายก็ดี อวมงคลก็ดี 
    เสียงนกที่ไม่ชอบใจก็ดี บาปเคราะห์ และความฝันร้ายอันไม่เป็นที่ชอบใจเป็นสิ่งที่มีอยู่ 
    ขอสิ่งเหล่านั้นจงถึงความพินาศไป ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้า. 

  • นิมิตอันเป็นลางชั่วร้ายก็ดี อวมงคลก็ดี 
    เสียงนกที่ไม่ชอบใจก็ดี บาปเคราะห์ และความฝันร้ายอันไม่เป็นที่ชอบใจเป็นสิ่งที่มีอยู่ 
    ขอสิ่งเหล่านั้นจงถึงความพินาศไป ด้วยอานุภาพแห่งพระธรรม.

  • นิมิตอันเป็นลางชั่วร้ายก็ดี อวมงคลก็ดี 
    เสียงนกที่ไม่ชอบใจก็ดี บาปเคราะห์ และความฝันร้ายอันไม่เป็นที่ชอบใจเป็นสิ่งที่มีอยู่ 
    ขอสิ่งเหล่านั้นจงถึงความพินาศไป ด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์. 

  • </ul><p>บทคาถาบูชาดวง ชื่อคาถากระทู้เจ็ดแบก ใช้ในทางคงกระพัน สวดวันละ ๑๕ จบอิ ระ ชา คะ ตะ ระ สา 

    ที่มา อ้างอิง
    </p><ul>

  • ประเพณี พิธีมงคล และวันสำคัญของไทย. กรุงเทพฯ : ชมรมเด็ก, 2539. 

  • สวดมนต์แปล. อุทัยธานี : สำนักงานธัมมวิโมกข์ วัดท่าซุง, 2535.

  • พระพุทธรูปประจำพระชนมวาร พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว http://www.banfun.com/buddha/brama03.html/t_self  

  • พระพุทธรูปประจำพระชนมวาร พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว http://www.banfun.com/buddha/brama05.html/t_self 

  • พระพุทธรูปประจำพระชนมวาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช http://www.banfun.com/buddha/brama09.html/t_self 

  • จังหวัดนครปฐม http://www.nakhonpathom.go.th//t_blank

  • </ul><p> </p><hr>
    วันอังคาร
    พระปางไสยาสน์ (พระนอน), ปางทรงสุบิน





    <p>- พระพุทธรูปปางนี้อยู่ในพระอิริยาบถนอนตะแคงข้างขวา (สำเร็จสีหไสยา)  </p><p>- พระหัตถ์ซ้ายทอดทาบไปตามพระกาย </p><p>- พระหัตถ์ขวายกขึ้นประคองพระเศียร หลับพระเนตร เป็นกิริยาบรรทมหลับฯ </p><p>เมื่อทรงเลิกจากการบำเพ็ญทุกกรกิริยา และหันมาบำเพ็ญทางจิต
    คืนหนึ่งในขณะบรรทมหลับ ทรงพระสุบินเป็นบุพพนิมิตร ๕ ประการ คือ:-</p><p>๑. ทรงบรรทมหงายเหนือพื้นปฐพี พระเศียรหนุนภูเขาหิมพานต์ พระหัตถ์ซ้ายหยั่งลงในมหาสมุทรในทิศตะวันออก
    พระหัตถ์ขวา และพระบาททั้งคู่หยั่งลงในมหาสมุทรทิศใต้ (พระมหาบุรุษจะได้ตรัสรู้ เป็นสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เลิศในโลก)
     
    ๒. หญ้าแพรกเส้นหนึ่งออกจากพระนาภี สูงขึ้นไปจนถึงท้องฟ้า (จะได้ประกาศสัจจธรรม แก่มวลเทวดาและมนุษย์)
     
    ๓. หมู่หนอนทั้งหลาย ไต่ขึ้นมาแต่พื้นพระบาททั้งคู่จนถึงพระชานุ (คฤหัสถ์ และพราหมณ์ทั้งหลายจะเข้ามาสู่สำนักของพระองค์)
     
    ๔. ฝูงนก ๔ จำพวก สีเหลือง เขียว แดง และดำ บินมาแต่ทิศทั้ง ๔ ลงมาจับแทบพระบาทแล้วก็กลายเป็นสีขาว
    (กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ และศูทร เมื่อเข้าสู่สำนักก็จะเข้าถึงธรรมอันบริสุทธิ์)
     
    ๕. เสด็จไปเดินจงกรม บนยอดเขาอันเต็มไปด้วยอาจม แต่อาจมนั้นมิได้เปรอะเปื้อนพระบาทแต่อย่างใด
    (ถึงแม้พระองค์จะสมบูรณ์ด้วยสักการะอามิสที่ชาวโลกน้อมถวายด้วยศรัทธา ก็มิได้มีพระทัยข้องอยู่ให้เป็นมลทินแม้แต่น้อย)</p><p>พระพุทธรูปที่สำคัญ  </p><p>




    พระพุทธไสยาสน์ วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร 
    อยู่ที่ตำบลจักรสีห์ อำเภอเมือง จังหวัดสิงหบุรี 
    พระพุทธไสยาสน์องค์นี้ เป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่และยาวที่สุดของประเทศไทย </p><p>พระพุทธไสยาสน์วัดโพธิ์ หรือ พระนอนวัดโพธิ์ 
    ประดิษฐานอยู่ ณ พระวิหารวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม  
    เป็นพระนอนที่มีขนาดยาวเป็นอันดับสามของประเทศไทย </p><p>สวดย่อ ใช้เฉพาะบทขัดกะระณียะเมตตะสุตตะกัง  สวด ๘ จบ

      ยัสสานุภาวะโต ยักขา เมวะ ทัสเสนติ ภิงสะนัง ยัมหิ เจวานุยุญขันโต รัตตินทิวะมะตันทิโต สุขัง สุปะติ สุตโตจะ ปาปัง กิญจิ นะ ปัสสะติ เอวะมาทิคุณูเปตัง ปะริตตัน ตัมภะฌามะเหฯ </p><p></p><p>บทคาถาบูชาดวง ชื่อคาถาฝนแสนห่า ใช้ในทางเมตตามหานิยม สวดวันละ ๘ จบ</p><p>ติ หัง จะ โต โร ถิ นัง

    ที่มา อ้างอิง </p><ul>

  • ประเพณี พิธีมงคล และวันสำคัญของไทย. กรุงเทพฯ : ชมรมเด็ก, 2539.  

  • สวดมนต์แปล. อุทัยธานี : สำนักงานธัมมวิโมกข์ วัดท่าซุง, 2535. 

  • วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม http://www.banfun.com/buddha/w_chetupon.html/t_self  

  • </ul><hr>
    ประจำวันพุธ
    พระปางอุ้มบาตร
    <p>


    - พระพุทธรูปปางนี้อยู่ในพระอิริยาบถยืน </p><p>- ส้นพระบาททั้งสองชิดกัน </p><p align="left"> - พระหัตถ์ทั้งสองยกประคองบาตรราวสะเอว </p><p>เมื่อได้สดับพระธรรมเทศนาแล้ว พระพุทธบิดาและพระประยูรญาติ
    ก็ทูลลากลับ มิได้มีพระญาติสักองค์หนึ่งจะกราบทูลถวายพระยาหาร
    ในยามเช้าพรุ่งนี้ แม้แต่พระเจ้าสุทโธทนะก็มิได้อาราธนาด้วยทรง
    แน่พระทัยว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นพระโอรส ก็ต้องเสด็จมาเสวย
    พระกระยาหารที่พระราชนิเวศน์เป็นแน่แท้ เมื่อไม่ผู้ใดอาราธนา
    พระบรมศาสดาไปเสวย ณ ที่ใด ครั้นรุ่งเช้าจึงทรงบาตรพาภิกษุสงฆ์
    เสด็จไปตามท้องถนนหลวง เพื่อรับอาหารบิณฑบาตร

    พระพุทธรูปสำคัญ

    </p><p>หลวงพ่อบ้านแหลม
    ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถวัดเพชรสมุทรวรวิหาร จ.สมุทรสงคราม </p><div style="text-align: center"></div>
    สวดย่อ ใช้เฉพาะบทขัดขันธะปะริตตะคาถา สวดวันละ ๑๗ จบ <p>สัพพาสี วิสะชาตีนัง ทิพพะมันตาคะหัง วิยะยันนาเสติ วิสัง โฆรัง เสสัจจามิ ปะริสสะยัง อาณักเขตตัมหิ สัพพัตถะ สัพพะหา สัพพะปาณินัง สัพพะโสปิ นิวาเรติ ปะริตตันตัม ภะฌามะเหฯ </p><p>
    บทคาถาบูชาดวง ชื่อคาถาพระนารายณ์เกลื่อนสมุทร ใช้เสกปูนสูญฝี สวดวันละ ๑๗ จบ </p><p>ปิ สัม ระ โล ปุ สัต พุท </p><p>วันพุธ (กลางคืน)
    ปางป่าเลไลย์ (พระราหูเสวยอายุ)

    </p><p>ลักษณะพระพุทธรูป
    พระพุทธรูปปางนี้ อยู่ในพระอิริยาบถประทับนั่งบนก้อนศิลา ห้อยพระบาททั้งสองข้างลง ทอดพระบาทเล็กน้อย พระหัตถ์ซ้ายคว่ำวางบนพระชานุซ้าย พระหัตถ์ขวาหงายวางบนพระชานุขวาเป็นกิริยาทรงรับ มีช้างหมอบถือน้ำยื่นถวาย และมีลิงหมอบถือรวงผึ้งถวายอยู่ข้างหน้า </p><p>ประวัติและความสำคัญ
    ณ เมืองโกสัมพีมีพระภิกษุ ๒ ฝ่ายอยู่ในวิหารเดียวกันคือฝ่ายพระวินัยธร ที่ถือเคร่งครัดทางพระวินัย และฝ่ายพระธรรมธร ที่ถือการแสดงธรรมเป็นใหญ่ แต่ละฝ่ายก็มีลูกศิษย์เป็นบริวารมากมาย วันหนึ่งพระธรรมธรได้เข้าไปในห้องน้ำ ใช้น้ำแล้วเหลือไว้นิดหนึ่ง เมื่อพระวินัยธรเข้าไปเจอน้ำเหลือไว้ จึงได้ตำหนิพระธรรมธร ตัวพระธรรมธรเองก็ได้ยอมรับผิดต่อพฤติกรรมนั้น แต่พระวินัยกลับนำเรื่องเพียงเล็กน้อยนี้เป็นพูดกับอันเตวาสิกของตนว่า พระธรรมธรขนาดทำผิดแล้วยังไม่รู้สึกตัวอีก ต่อมาอันเดวาสิกของพระธรรมธรก็ได้พูดถากถาง ทำนองเดียวกันกับอันเดวาสิกของพระธรรมธร ว่าอาจารย์ของพวกท่านทำผิดแล้วยังไม่รู้อีก น่าละอายนัก ฝ่ายลูกศิษย์ก็นำเรื่องนี้ไป ปรึกษากับพระธรรมธร พระธรรมธรได้ฟังดังนั้น จึงพูดว่าทำไมพระวินัยธรจึงพูดอย่างนี้ เราทำผิดกฎก็ยอมรับผิดและแสดงอาบัติไปแล้ว ไฉนจึงพูดกลับกลอกเช่นนี้เล่าจึงพูดกับอันเตวาสิกว่า พระวินัยธรพูดเท็จและทั้งสองฝ่ายก็ได้เกิดการทะเลาะวิวาทกัน เพราะเหตุเพียงเล็กน้อยเอง เมื่อไม่สามารถจะระงับกันได้ พระพุทธเจ้าได้แสดงเหตุของการแตกแยก และคุณของความสามัคคี แต่ก็หาเชื่อต่อพระพุทธเจ้าไม่ ซ้ำยังแสดงคำพูดที่ไม่เหมาะสมว่า ขอให้พระพุทธเจ้าอยู่เฉยอย่ามายุ่ง พระพุทธองค์เห็นว่าไม่สามารถจะระงับได้ จึงส่งพระโมคคัลลานะ ไปช่วยระงับ แต่ทั้งสองฝ่ายก็ไม่ยอมเชื่อฟัง ทำให้พระพุทธองค์เกิดความเบื่อหน่ายระอาใจต่อเหตุการณ์นี้เป็นอย่างยิ่ง แม้ชาวบ้านเองก็แตกเป็น ๒ ฝ่ายตามพระที่ตนเองนับถือ ส่วนพุทธศาสนิกชนที่มีศีลก็ระอาพากันคว่ำบาตร ไม่ให้การบำรุงพระสงฆ์เหล่านั้น เป็นประวัติศาสตร์ที่น่าสะเทือนใจเป็นอย่างยิ่ง ฝ่ายพระพุทธเจ้าเมื่อเสด็จไปอยู่ ณ ป่าได้มีช้างปาริไลยกะและลิงคอยทำการอุปัฏฐาก มีความพระเกษมสำราญในการอยู่คนเดียว จากเหตุการณ์นี้ ถือว่าเป็นเหตุการณ์อันน่าสลดใจเป็นอย่างยิ่ง ถึงพฤติกรรมของพระ ๒ ฝ่ายในขณะนั้น ไม่เชื่อฟังแม้กระทั้งพระพุทธเจ้า พุทธศาสนิกชนจึงได้สร้างพระปางนี้ขึ้น เพื่อเป็นอนุสรณ์เตือนใจถึงการแตกสามัคคี การทะเลาะวิวาทกัน </p><p>คาถาสวดบูชา
    สัพพาสีวะชาตีนัง ทิพพะมันตาทะคัง วิยะ ยันนาเสติ วิสังโฆรัง เสสัญจาปิ ปะริสสะยัง อาณักเขตตัมหิ สัพพัตถะ สัพพะทา สัพพะปาณิณัง สัพพะโสปิ นิวาเรติ ปะริตตันตัมภะณามะเส ฯ</p><p>ที่มา อ้างอิง</p><p>ประเพณี พิธีมงคล และวันสำคัญของไทย. กรุงเทพฯ : ชมรมเด็ก, 2539. สวดมนต์แปล. อุทัยธานี : สำนักงานธัมมวิโมกข์ วัดท่าซุง, 2535. พระพุทธรูปประจำพระชนมวาร พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช http://www.banfun.com/buddha/brama01.html พระพุทธรูปประจำพระชนมวาร พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย http://www.banfun.com/buddha/brama02.html พระพุทธรูปประจำพระชนมวาร พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว http://www.banfun.com/buddha/brama07.html</p><p> </p><hr>พระจำวันพฤหัสบดี
    ปางตรัสรู้ หรือปางสมาธิ




    <p>ลักษณะพระพุทธรูป
    พระพุทธรูปปางนี้ อยู่ในพระอิริยาบถประทับนั่งขัดสมาธิราบ พระหัตถ์ทั้งสองหงายวางซ้อนกัน บนพระเพลา คือพระหัตถ์ขวาทับพระหัตถ์ซ้าย พระชงฆ์ขาวทับพระชงฆ์ซ้าย ประวัติและความสำคัญ
    เมื่อพระมหาบุรุษบรมโพธิสัตว์ ทรงกำจัดพญามาร และเสนามารให้ปราชัยด้วยพระบารมี ตั้งแต่เวลาสายัณห์มิทันพระอาทิตย์จะอัสดง ก็ทรงเบิกบานพระทัยได้ปีติเป็นกำลังภายในสนับสนุนเพิ่มพูนแรงปฎิบัติภาวนาให้ยิ่งขึ้น ดังนั้น พระองค์จึงมิได้ทรงพักให้เสียเวลาทรงเจริญสมาธิภาวนาทำจิตใจให้ปราศ จากอุปกิเลสจนจิตสุขุมเข้าโดยลำดับ ไม่ช้าก็ได้บรรลุปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน และจตุตถฌาน อันเป็นส่วนรูปสมบัติตามลำดับ ต่อจากนั้น ก็ทรงเจริญญานอันเป็นองค์ปัญญาชั้นสูง ๓ ประการ ยังองค์พระโพธิญาณให้เกิดขึ้นเป็นลำดับ ตามลำดับแห่งยามสามอันเป็นส่วนราตรี นั้นคือ ในปฐมยาม ทรงบรรลปุพเพนิวาสานุสสติญาณ สามารถระลึกอดีตชาติที่พระองค์ทรงบังเกิดมาแล้วทั้งสิ้นได้ ในมัชฌิมยาม ทรงบรรลุจตูปปาตญาณ หรือทิพจักขุญาณ สามารถหยั่งรู้การเกิด การตาย ตลอดจนการจุติและปฎิสนธิของสัตว์ทั้งหลายได้หมด ในปัจฌิมยาม ทรงบรรลุอาสวักขยญาณ ทรงพระปรีชาสามารถทำอาสวะกิเลสทั้งหลายให้หมดสิ้นไป ด้วยปัญญาพิจารณาในปัจจยาการแห่งปฏิจจสมุปบาท โดยอนุโลมและปฏิโลมทั้งฝ่ายเกิดและฝ่ายดับ สาวไปข้างหน้าและสาวกลับไปมาแล้ว ทรงบรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในเวลา ปัจจุสสมัยรุ่งอรุโณทัย ทรงเบิกบานพระหฤทัยอย่างสูงสุดในการตรัสรู้อย่างไม่เคยมีมาก่อน ถึงกับทรงเปล่งอุทานเย้ยตัณหา อันเป็นตัวการก่อให้เกิดสงสารวัฏฏทุกข์แก่พระองค์หลายเอนกชาติว่า “นับแต่ตถาคตท่องเที่ยวสืบเสาะหานายช่างเรือนคือตัณหา ตลอดชาติอันจะนับประมาณมิได้ ก็มิได้พบท่านเลย นับแต่นี้ไป ท่านจะทำเรือนให้ตถาคตไม่ได้อีกแล้ว กลอนเรือนเราก็ได้รื้อเสียแล้ว ช่อฟ้าเราก็ทำลายแล้ว จิตของเราปราศจากสังขารเครื่องปรุงแต่งมีกิเลสไปปราศแล้ว เราถึงความดับสิ้นไปแห่งตัณหาแล้ว” ในขณะนั้นมหาอัศจรรย์ก็บังเกิดมีขึ้น กล่าวคือ พื้นมหาปฐพีอันกว้างใหญ่ก็หวั่นไหว พฤกษาชาติทั้งหลายก็ผลิตดอกออกช่องามตระการตา เทพเจ้าทุกข์ชั้นฟ้าก็แซ่ซ้องสาธุการโปรยปรายบุปผามาลัยทำสักการะบูชา เปล่งวาจาว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงอุบัติขึ้นแล้วในโลก ด้วยปีติยินดีเป็นเหตุอัศจรรย์ที่ไม่เคยมีมาก่อน เรื่องนี้จึงเป็นมูลเหตุให้มีการสร้างพระพุทธรูปปางตรัสรู เพื่อเป็นพุทธานุสสติ ฉะนี้แล </p><div style="text-align: center"></div><p>คาถาสำหรับคนเกิดวันพฤหัสบดี สวด ๑๙ จบ</p><p> ปูเรนตัม โพธิสัมภาเร นิพพัตตัง โมระโยนิยัง เยนะ สังวิหิตารักขัง มะหาสัตตัง วะเนจะราฯ </p><p>จิรัสสัง วายะมัน ตานิเนวะ สักขิงสุ คัณหิตุง พรัหมมัน ตินติ อักขาตัง ปะริตตัน ตัมภะฌามะเหฯ</p><p>
    คาถาบูชาดวง ชื่อคาถาพระนารายณ์ตรึงไตรภพ ใช้ทางเมตตามหานิยม สวด ๑๙ จบ </p><p>ภะ สัม สัม วิ สะ เท ภะ</p><p>ที่มา อ้างอิง</p><ul>

  • ประเพณี พิธีมงคล และวันสำคัญของไทย. กรุงเทพฯ : ชมรมเด็ก, 2539.

  • สวดมนต์แปล. อุทัยธานี : สำนักงานธัมมวิโมกข์ วัดท่าซุง, 2535.

  • พระพุทธรูปประจำพระชนมวาร พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว http://www.banfun.com/buddha/brama04.html

  • </ul><p> </p><hr>พระประจำวันศุกร์
    พระปางรำพึง




    <ul>

  • พระพุทธรูปปางนี้ อยู่ในพระอิริยาบถยืน

  • พระหัตถ์ทั้งสองประสานยกขึ้นประทับที่พระอุระ

  • พระหัตถ์ขวาทับพระหัตถ์ซ้าย เป็นกิริยารำพึง ฯ

  • </ul><p>เมื่อตปุสสะกับภัลลิกะทูลลาไปแล้ว พระองค์ก็เสด็จไปประทับยืนที่ใต้อชปาลนิโครธ และได้ทรงรำพึงถึงธรรมที่พระองค์ทรงตรัสรู้แล้วนั้นว่า เป็นธรรมประณีตละเอียด สุขุมคัมภีรภาพยากที่บุคคลจะรู้ได้ ถึงกับดำริจะไม่แสดงธรรมแก่มหาชน</p><p>แต่เมื่อทรงรำพึงถึงธรรมเนียมของพระพุทธเจ้าทั้งหลายแต่ปางก่อนว่า ได้ตรัสรู้แล้วย่อมแสดงธรรมโปรดประชากร ประดิษฐานพระพุทธศาสนาให้แผ่ไพศาล จนถึงเสด็จปรินิพพาน จึงได้น้อมพระทัยไปในการแสดงธรรม และทรงพิจารณาอีกว่า อุปนิสัยของสัตว์โลกย่อมแตกต่างกัน เปรียบเหมือนดอกบัว ๔ เหล่า ดอกบัวที่อยู่เหนือน้ำจักบานทันทีเมื่อสัมผัสแสงอาทิตย์ ดอกบัวที่อยู่เสมอน้ำ และใต้น้ำ ก็จะบานในวันต่อๆ มา แต่ดอกบัวที่อยู่ใต้โคนตม กว่าจะมีโอกาสชูดอกมาอยู่เหนือน้ำ อาจจะเป็นอาหารของเต่าและปลาไปก่อนก็ได้ เมื่อพิจารณาดังนั้น จึงทรงอธิษฐานพระทัยในอันจะแสดงธรรมสั่งสอนมหาชนฯ</p><p>พระพุทธรูปสำคัญ

    </p><p>วัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร จังหวัดนครปฐม

    </p><div style="text-align: center"></div>

    คาถาสำหรับคนเกิดวันศุกร์ สวด ๒๑ จบ <p>อัปปะสันเนหิ นาถัสสะ สาสะเน สาธุ สัมมะเต อะมะนุสเสหิ จัณเฑหิ สะทา กิพพิสะการิภี ปะริสานัญจะ ตัสสันนะ มะหิงสายะ จะ คุตติยา ยันเทเสสิ มะหาวีโร ปะริตตัน ตัมภะณามะเหฯ

    คาถาบูชาดวง ชื่อคาถาพระพุทธเจ้าตวาดหิมพานต์ ใช้ทางเมตตามหานิยม สวด ๒๑ จบ</p><p>วา โธ โน อะ มะ มะ วา


    ที่มา อ้างอิง</p><p>ประเพณี พิธีมงคล และวันสำคัญของไทย. กรุงเทพฯ : ชมรมเด็ก, 2539. สวดมนต์แปล. อุทัยธานี : สำนักงานธัมมวิโมกข์ วัดท่าซุง, 2535. ภาพจาก http://www.dhammathai.org/ </p><hr><p>ประจำวันเสาร์
    พระปางนาคปรก

    </p><ul>

  • พระพุทธรูปปางนี้ อยู่ในพระอิริยาบถนั่งขัดสมาธิ

  • หงายพระหัตถ์ ทั้งสองวางซ้อนกันบนพระเพลา

  • มีพญานาคแผ่พังพานปกคลุม เบื้องบนพระเศียร

  • บางแห่งสร้างเป็นแบบขัดสมาธิเพ็ชร ฯ

  • </ul><p>เมื่อเสด็จประทับยืนเสวยวิมุติสุข ณ ร่มไม้ อชปาลนิโครธ 7 วันแล้ว
    พระผู้มีพระภาคเจ้าก็เสด็จไปประทับนั่งเสวยวิมุติสุขยังร่มไม้จิก
    ชื่อมุจจลินท์ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศอาคเณย์ของต้นมหาโพธิ์นั้น บังเอิญ
    ในวันนั้นเกิดมีฝนตกพรำอยู่ไม่ขาดสายตลอด ๗ วัน พญามุจจลินท์
    นาคราชออกจากพิภพ ทำขนดล้อมพระวรกาย ๗ ชั้น
    แล้วแผ่พังพานใหญ่ปกคลุมเบื้องบน เหมือนกั้นเศวตรฉัตร
    ถวายพระผู้มีพระภาคเจ้า ด้วยความประสงค์
    มิให้ฝนลมหนาวถูกต้องพระวรกาย ฯ
    </p><div style="text-align: center"></div><p>คาถาบูชาดวงชะตา สวด ๑๐ จบ</p><p>ยะโตหัง ภะคินิ อะระยายะ ชาติยา ชาโต นาภิชา นามิ สัญจิจจะ ปาณัง ชีวิตา โวโรเปตา เตนะ สัจเจนะ โสตถิ เต โหตุ โสตถิ คัพภัสสะ</p><p>คาถาบูชาดวง ชื่อคาถาพระนารายณ์ถอดจักร ใช้ทางถอดคุณไสยศาสตร์ สวดวันละ ๑๐ จบ</p><p>โส มา ณะ กะ ริ ถา โธ </p><hr>
    กลับไปหน้าหลัก เพื่อเลือกรายการ เกี่ยวกับวันเกิด