เป็นเย็นที่ฝนตกหนักมาก ผมขับรถออกจากที่ทำงานโดยรถไม่ติดเลย จากที่คาดการว่าจะถึงที่หมายด้วยเวลาเฉียดฉิว เกือบถึงที่หมายอยู่แล้วเชียว อยู่ๆรถก็ติดรถไม่ขยับเขยื้อนจาก
5นาทีเป็น10นาที ได้แต่เฝ้ามองไปรอบๆตัว
ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีจากแดดเย็นเป็นสีเหลือง แท๊กซีที่จอดอยู่คันหน้ามีผู้โดยสารขึ้นไปนั่งๆได้สัก 10นาทีเมื่อรถไม่เคลื่อนผู้โดยสารก็เลยลงจากรถ อยู่ๆก็สงสัย จ่ายค่ารถหรือเปล่าถ้าจ่ายๆเท่าไหร่ ผู้โดยสารขึ้นลงอย่างนี้อยู่ 3รายโดยรถยังไม่เคลื่อนที่
เวลาผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง แดดเหลืองกลายเป็นสีเหลืองเข้ม เข้มขึ้น เข้มขึ้นจนเป็นสีส้ม คนเดินลงจากรถจะเดินขึ้นฟุตบาทแต่น้ำท่วมเดินลัดเลาะหาทางเดินขึ้นแต่น้ำท่วมเป็นแนวยาวจึงต้องเดินลุยน้ำขึ้นไปผมดับเครื่องยนต์อ่านหนังสือ
ท้องฟ้ากลายเป็นสีเทา 1ชั่วโมงผ่านไปรถเคลื่อนตัวไปได้เพียง 10เมตร ฟ้ามืดจนต้องเปิดไฟอ่านหนังสือ “ก๊อก ก๊อก ก๊อก” ก็มีชายหนุ่มมาเคาะกระจกรถ เป็นเจ้าของรถที่จอดอยู่ในเลนติดกัน เขาดับเครื่องแต่พอจะสตาร์ทกลับสตาร์ทไม่ติดจึงมาขอความช่วยเหลือ เขามีสายพ่วงแบตเตอรี่แต่พ่วงแล้วก็ยังสตาร์ทไม่ติด รถผมก็เคยมีอาการอาการอย่างนี้ ถามช่างๆว่าอาจเป็นเพราะสายพ่วงมีขนาดเล็กเกินไป ผมมีสายพ่วงอยู่ในรถด้วยจึงเอามาเทียบขนาดกัน สายพ่วงของผมขนาดใหญ่กว่าจึงลองเอามาพ่วงดูปรากฏว่าสตาร์ทติด ขอบคุณกันพอเป็นพิธีจึงแยกย้ายกันขึ้นรถ
ท้องฟ้ามืดสนิท ยังไม่เห็นแววว่าจะไปถึงที่นัดหมายได้สักกี่โมง ผมตัดสินใจขับรถเบียดมาเลนขวาสุด กลับรถ กลับบ้าน
น่าแปลกที่ไม่ได้หงุดหงิดอะไรเลยทั้งๆที่รถติดยาวนานกว่าชั่วโมง
น่าแปลกที่ช่วงเวลารถติดกลายเป็นช่วงเวลาที่ผ่อนคลาย
แวะมาเยี่ยม และขอชื่นชมในความไม่หงุดหงิดครับ
การฝึกฝนให้ตัวเองห่างจากอารมณ์หงุดหงิดนั้นยาก แต่พี่ย่งทำได้เพราะมีเทคนิคดีๆหลายอย่าง อยากให้พี่ย่งเอามาแชร์บ่อยๆค่ะ
แวะมาทักทาย ให้กำลังใจ