Man in Mind

ผมหวนนึกถึงตอนที่กำลังขึ้นปี 2 ใหม่ๆ ในขณะที่กำลังอ่านบทความของ คุณเสกสรรค์  ประเสริฐกุล ในนิตยสาร WAY เกี่ยวกับประเด็นร้อนๆ ของสังคมไทยอย่าง การบรรจุพระพุทธศาสนาให้เป็นศาสนาประจำชาติลงในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของไทย

ในวันนั้น เป็นการสัมนาผู้นำนิสิต ซึ่งผมก็จำรายละเอียดได้ไม่มากนัก แต่วันนั้นมีการเชิญวิทยาการมาบรรยายหลายคน อย่างพี่กุ๋ย (คนอื่นก็จำไม่ได้ครับ) และในวันนั้นก็มีคุณเสกสรรค์ด้วย

ด้วยความผมเป็นเด็กมหาลัยที่เพิ่งจะขึ้นปี 2 มาหมาดๆ ความใส่ใจในเรื่องต่างๆ จึงเป็นไปตามวัย  ไอ้เรื่องจะไปจำหรือนึกได้ว่าใครเป็นใครจึงเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นเลย

จำไม่ได้ว่าใครเป็นคนจัด ไม่รู้ว่ากองกิจการคืออะไร และยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยว่า เสกสรรค์  ประเสริฐกุลเป็นใคร มาจากไหน

ผมไม่รู้หรอกว่าใครคือหัวหน้างานกิจกรรมนิสิต ไม่รูหรอกว่าใครจะเป็นผู้นำนิสิตนักศึกษาเรียกร้องประชาธิปไตยในวันที่เผด็จการยังผยองครองเมือง ไม่รู้หรอกว่า 14 ตุลา พฤษภาทมิฬคืออะไร

วันนั้นทั้งวันของการสัมมนา ที่มีผมอยู่ในนั้นจึงหมดไปกับการสัปหงกเสียส่วนใหญ่ ผมได้อะไรนิดหน่อย รวมทั้งคราบน้ำลายที่ไหลอาบแก้มกับรอยปูดที่หัวเพราะสัปหงกไปโดนกับพนักเก้าอื้นวมหนุ่มในห้องสัมมนา ตึกพยาบาลศาสตร์

พอปี 3 จึงพอรู้ว่า 14 ตุลา คืออะไร พฤษภาทมิฬ เป็นมายังไง โลกของผมเริ่มเปิดกว้างมากขึ้น นึกขำให้กับความไม่ได้ความในวัยเยาว์ของตัวเองจริงๆ

แต่ก็นั่นแหละครับ ผมก็ยังรู้จัก ดร. เสกสรรค์  ประเสริฐกุล แค่ในฐานะของ ผู้นำนิสิตนักศึกษาต่อต้านกับเผด็จการใน 14 ตุลา หนีเข้าป่า ไปร่วมกับ พรรคคอมมิวนิสต์อะไรซักอย่าง และรู้จักเขาเด่นชัดในมุมมองที่เป็นคนหนุ่มที่มีอารมณ์ร้อน เป็นคนสุดโต่ง ผมรู้จักคุณเสกสรรค์แค่นี้จริงๆ ผมให้ความสำคัญของเขาเพียงแค่เป็นบุคคลในประวัติศาสตร์ของประเทศครับ

3 ปีให้หลัง ก็คือตอนนี้ สิ่งที่ผมคิดเมื่อ 3 ปี ก็เปลี่ยนไปเมื่ออ่านบทสัมภาษณ์ของคุณเสกสรรค์ ใน "คอ คน แม็กกาซีน"

 เสกสรรค์  ประเสริฐกุล พอศอนี้แตกต่างกับ เสกสรรค์เมื่อครั้ง 14 ตุลาอย่างมากทีเดียวครับ

ผมไม่รู้หรอกนะครับว่า เนื้อแท้ของเขาเป็นอย่างไร แต่สำหรับผมแล้วผมคิดว่า คุณเสกสรรค์ เป็นบุคคลที่น่าสนใจ ทั้งแนวคิด งานเขียนต่าง ๆ

เปล่าหรอกครับ เขาไม่ได้เป็นฮีโร่ของผมแต่อย่างใด เพียงแต่เขาเป็นบุคคลที่น่าสนใจ จึงขอจัดให้เขาเป็น Man in Mind เพิ่มอีกคนครับ