มีโอกาสได้เยี่ยมชม การดำเนินงานโครงการ Humanized healthcareโรงพยาบาลตาคลี วันที่ 23 พฤษภาคม 2550 จึงนำมาเล่าสู่กันฟังเพื่อขยายความดีค่ะ
พรพ.ร่วมกับตัวแทนโรงพยาบาล 5 แห่งได้แก่รพ.ละงู เสาไห้ บ้านเหลื่อม เขาวง และลำพูน จำนวนผู้ร่วมเยี่ยม ชมประมาณ 40 คน จากการรับฟังการนำเสนอของรพ. ตาคลีสรุปแนวทางในการดำเนินงานของรพ.ได้ดังนี้ คือ มีโครงการจิตอาสาของกระทรวงสาธารณสุข และมิตรภาพบำบัดของสปสช. และ Humanized healthcare ของพรพ. รพ.จึงนำมาผสมผสานและคิดว่าเป็นเรื่องเดียวกัน Humanized healthcare มีส่วนของจิตอาสาร่วมอยู่ด้วย จึงเรียกว่า ”โครงการจิตอาสาที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์” โดยการทำให้เกิดความสมดุลย์ของ modern healthcare กับ humanized healthcare รพ.ได้ศึกษาข้อมูลของจิตอาสา เช่น วันจิตอาสาของไทยคือวันที่ 27 ธันวาคม ของทุกปีซึ่งเริ่มมาจากเหตุการณ์ สึนามิ รพ.ได้ศึกษาความหมายของจิตอาสา (พระไพศาล วิสาโล) หมายถึงจิตเปี่ยมบุญ จิตที่พร้อมจะสละเวลา แรงกาย สติปัญญาเพื่อสาธารณชน และอาสาสมัคร (volunteer การสมัครใจทำงานใดๆโดยไม่หวังผลตอบแทน Voluntarism กิจกรรมใดๆที่ทำบนความสมัครใจ volunteerism การเลือกกระทำสิ่งต่างๆที่เห็นว่า เป็นสิ่งที่ควรกระทำและเป็นความรับผิดชอบต่อสังคมที่ไม่เป็นภาระที่ต้องทำตามหน้าที่และไม่หวังสิ่งตอบแทนเป็นเงินทอง) และความหมายของ VOLUNTEER V = Voranable “ความอ่อนไหว”หรือประเด็นจูงใจให้บุคคลเข้ามาเป็นอาสาสมัคร เช่น การป่วยO = Open mind “เปิดใจยอมรับผู้อื่น” หรือความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นL = Learn “เรียนรู้” การเป็นอาสาสมัครไม่ได้เป็นการให้ฝ่ายเดียว เป็นการเรียนรู้ร่วมกันU = Unselfishly “ไม่เห็นแก่ตัว” มีความรักและเมตตา มอบให้ผู้ป่วยและญาติN = Need“ความปรารถนา/ความต้องการของผู้ป่วย” อาสาสมัครควรใส่ใจค้นหาความปรารถนาและตอบสนองความปรารถนาของผู้ป่วย” T = Time “เวลาที่มีคุณค่า” ไม่จำเป็นต้องเป็นระยะเวลายาวนาน เน้นความใส่ใจตัวผู้ป่วยE = Effort “ความพยายาม” พยายามเรียนรู้แก้ปัญหา/อุปสรรคต่างๆE = Energy “พลังชีวิต” อาสาสมัครควรดึงพลังชีวิตออกมาสื่อให้คนไข้รับรู้ด้วยR = Result “ผลสำเร็จหรือผลตอบแทน” คือ ความสุขใจและประสบการณที่ได้เรียนรู้ร่วมกันรพ.ได้นำแนวคิดของพุทธฉือจี้ในเรื่องของศาสนา พรหมวิหาร 4 เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา และจริยธรรม การอยากทำความดี ช่วยผู้อื่น เสียสละ จิตอาสา จึงนำมาสู่แนวคิดในการดำเนินงานของรพ.ทั้งสองด้านคือ ด้านบุคลากรและด้านอาสาสมัคร ด้านบุคลากร เน้นการสร้างศรัทธา ปลูกจิตสำนึก สร้างกุศล ทำความดี เน้นที่จิตวิญญาณร่วมกับการบริการแบบ Holistic care ร่วมกับการเข้าถึงจิตวิญญาณตามทฤษฎีพฤติกรรมเอื้ออาทร (transpersonal care)ด้านอาสาสมัคร รพ.จะสร้างพันธมิตร ภาคี แบ่งปันเสียสละ เน้นการสร้างกุศล ทำความดี โดยใช้หลักการ empowerment จึงเกิดจิตอาสาที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์
ดังนั้น Humanized healthcare จิตอาสา การดูแลแบบองค์รวม และการดูแลแบบมีพฤติกรรมเอื้ออาทรจึง เป็นวงจร เริ่มตรงไหนก็ได้
สรุปการเริ่มต้น humanized healthcare ในรูปแบบของรพ.ตาคลีในด้านเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครสรุปได้ดังต่อไปนี้ มียุทธศาสตร์ในการดำเนินงาน 3 ข้อ คือ1. ปรับกลไก พัฒนานโยบาย ระบบงานที่เน้นจิตอาสาผสมผสานกับจิตวิญญาณ โดยการจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เช่นกระจกส่องหน้า (mirror of smile) เพื่อใช้ส่องดูสีหน้าตนเองขณะให้บริการผู้ป่วย นำศาสนาเข้ามาร่วมมีมุมธรรมะในหอผู้ป่วย ห้องรวมใจ 3 ศาสนา วารีบำบัด มีมุมระบายทุกข์ในทุกหอผู้ป่วย บริการแจ้งข่าวร้าย (crisis support) ที่ห้องฉุกเฉินมีห้องเฉพาะเป็นส่วนตัว ดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม ใช้หลักศาสนามีพระรับบิณฑบาตในหอผู้ป่วย ใช้สมาธิบำบัดในผู้ป่วยมะเร็ง/กลุ่มพิเศษ ผู้ป่วยวาระสุดท้าย ให้ความสำคัญกับเทศกาล วันสำคัญ โดยเจ้าหน้าที่/พยาบาลหอผู้ป่วยบริจาคทรัพย์ ซื้อของขวัญให้ผู้ป่วยในวันเกิด บริจาคเค้กวันเกิดในหอผู้ป่วยเด็ก จัดศพและร่วมงานศพ จนญาติเกิดความประทับใจมอบสิ่งของให้รพ. ใช้วิธีหรรษาบำบัด เช่นในผู้ป่วยเด็กจัดกิจกรรม ปูนปั้น ระบายสี ทำหน้ากากพ่นยาตัวการ์ตูน ของเล่นเด็ก โดยพยาบาลบริจาคเงินซื้ออุปกรณ์ สี กระดาษ ต่างๆ2. พัฒนาบุคลากรทีมงาน สร้างศรัทธา จิตสำนึก ให้กำลังใจแก่บุคลากร โดยให้กำลังใจ เข้าใจจูงใจเพื่อให้เกิดความสุขใจ ผู้บริหารมีความเข้าใจ สนับสนุน สร้างศรัทธาให้เจ้าหน้าที่ ชวนกันทำความดี สะสมความดี หยอดเหรียญใส่กระปุกวันละบาท สะสมบุญ โดยการบริจาคสิ่งของมือสองเป็นร้านขายของ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเรียนรู้การเสียสละ สนับสนุนนโยบาย 5 ส เศรษฐกิจพอเพียง นำรายได้ช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ มีการดูแลเจ้าหน้าที่โดย หลัก 3 ด ดูความเครียด ดู ระดับความสุข ดู คุณภาพชีวิต มีอัลบั้มสื่อสารความดีบันทึกเรื่องราวดีๆของเจ้าหน้าที่ ตัวอย่างเช่นเจ้าหน้าที่โรงพักขยะได้ดูแลผู้ป่วยอัมพาตมาหลายปี เนื่องจากว่าเคย admit และเห็นว่าไม่มีญาติดูแลจึงเกิดความสงสาร รพ.ได้สร้าง K A P ให้เจ้าหน้าที่ รวมทั้ง PCU สอ. จัดอบรมสอนเรื่อง Holistic โดยใช้ FIFE (feeling Idea Function Expectation) พฤติกรรมเอื้ออาทร10 ประการ เช่น ให้ความเมตตาต่อผู้ป่วย ให้กำลังใจ ความหวัง สังเกต ตอบสนองความต้องการ มีสัมพันธภาพเสมอ จริงใจ ตอบสนองความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ยอมรับพฤติกรรมผู้ป่วยทั้งด้านบวกและลบ ชี้แนะให้ข้อมูลที่เหมาะสม จัดสิ่งแวดล้อมให้รู้สึกปลอดภัย ช่วยให้เกิดความเข้าใจในความเป็นจริงของชีวิต มีการบอกเล่าอาการเจ็บป่วยทุกข์ทรมานของผู้ป่วย และความทุกข์ของเพื่อนร่วมงานที่มีการให้บริการแออัด เพื่อให้เกิด ห ม อ (หาทางช่วยผู้ป่วย เมตตากรุณา อารมณ์มั่นคง) โดยรักษาทั้งคนและไข้ ดังแผนภาพ ปัจจุบันมีพยาบาลเวร off มาขึ้นเวรช่วยหน่วยงานที่ต้องการความช่วยเหลือเช่น คลินิกเบาหวาน เอดส์ ช่วยนำออกกำลังกาย เล่านิทานให้เด็ก ซึ่งทุกคนไม่มีค่าตอบแทน 3. การขยายงานอาสาสมัคร จิตอาสา(อสจ)ในโรงพยาบาล/ชุมชน โดยใช้ศาสนา จริยธรรมและการจัดการความรู้ (KM) โดยการเลาและบอกต่อ มีการกำหนดคุณสมบัติของอสจ. ปัจจุบัน มีอาสาสมัครที่เป็นผู้ติดเชื้อช่วยพยาบาลในคลินิกเอดส์ ผู้พิการ ผู้ป่วยจิตเวช มาช่วยงานรพ.เช่นล้างห้องน้ำเป็นประจำ มีการสร้างเครือข่ายในชุมชน เด็กนักเรียนมัธยม กลุ่มอสจ.จะได้รับเสื้อ ป้ายชื่อ อาหารกลางวัน ที่พัก ได้รับช่องทางด่วน ตรวจสุขภาพ/ตรวจฟันประจำปี ได้รับเงินช่วยกรณีเสียชีวิต โดยการสนับสนุนจากมูลนิธิ สโมสรไลอ้อนตาคลี การสร้างภาคีเครือข่ายในชุมชน มีมุมปรับทุกข์ในชุมชน เยี่ยมผู้ป่วยจิตเวชที่บ้าน สรุปการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่จิตอาสาของโรงพยาบาลจากการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่รพ.ที่อาสาช่วยงานที่คลินิกอื่นๆในเวรหยุดและในเวลาที่มีโอกาสคนแรกเป็นพยาบาลเพิ่งย้ายมาตาคลี 1 ปี เริ่มจากพื้นฐานเคยฟังมรณสติ นึกถึงความตายตลอดเวลา เลยอยากทำตัวให้เป็นประโยชน์ คิดว่าเป็นการสะสมบุญให้ตัวเอง การไปช่วยที่คลินิกบางทีจะใช้ช่วงเวลาที่ ward ตัวเองว่าง หรือช่วงลงเวร ไปช่วยพยาบาลคนที่ 2 เป็นคนชอบงานบริการ ชอบช่วยเหลือเพื่อน มีนิสัยเวลาเห็นผู้ป่วยสีหน้าไม่ดีจะเข้าไปถามเสมอ ชอบเล่านิทานให้เด็กผัง จัดกิจกรรมวันเกิดให้เด็ก ที่ทำเพราะรู้สึกมีความสุข และหลังจากได้รับการอบรมเรื่อง humanized ชอบเรื่องการลดตัวตน อยากช่วยคนอื่นให้มีความสุข