Q:หลังตรวจ ให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารตามปกติและให้ดื่มน้ำมากๆประมาณ 2,000-3,000 CC ใน 24 ชั่งโมงแรก อยากทราบว่า ทำไมต้องดื่มน้ำมากๆ ขนาดนั้นคะ? A:- ดื่มน้ำมากๆเนื่องจากน้ำที่ดื่มเข้าไปจะช่วยชะล้างให้สารทึบรังสีที่ฉีดเข้าไปตอนตรวจออกมาจากร่างกายผู้ป่วยซึ่งให้ดื่มประมาณ2-3ลิตรใน 24 ชั่วโมงแรกจะช่วยได้

Q:สารทึบรังสีที่ใช้ในโรงพยาบาลนี้ มีชื่อเรียกว่าอะไรคะ มีอันตรายอะไรมั้ยค่ะ ฉีดเข้าเส้นเลือดดำตรงไหน (อยากรู้ด้วยนะคะว่าเส้นเลือดชื่ออะไร) แล้วฉีดมากไหมคะ? A:- สารทึบรังสีที่ใช้ในการตรวจ IVP จะเป็นสารชนิด water soluble contrast media ซึ่งโรงพยาบาลศรีนครินทร์ใช้มีหลายตัวแต่หลักที่ใช้จะเป็น Iopamiro(iopamidol),Ultravist (iopromide),Omnipaque(iohexol) โดยสารทึบรังสีพวกนี้จะเป็นสารประกอบที่เป็นชนิด Non Ionic จะฉีดในผู้ป่วยที่มีอาการแพ้อาหารทะเล ส่วนผู้ป่วยที่ไม่แพ้จะใช้ชนิด Ionic คือ Telebrix,Hexabrix อัตราในการใช้คือ 300I/1kg แล้วแต่น้ำหนักตัวผู้ป่วย โดยสามารถ Assume ได้ว่า 1ml/1kg แต่ส่วนใหญที่ใช้จะให้ 50 ml เลยเพราะขวดหนึ่งจะมี 50 ml จะได้ไม่เหลือและไม่ต้องตวง - การฉีดสารทึบรังสีอาจทำให้มีภาวะแทรกซ้อนได้(Complication of contrast media) ส่วนมากภาวะแทรกซ้อนจากสารทึบรังสีนี้เกิดขึ้นจากการแพ้สารทึบรังสีจำพวกไอโอดีน การแพ้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล เช่น ผู้ป่วยที่มีประวัติแพ้ยา,อาหารทะเล จะมีโอกาสแพ้สารทึบรังสีได้มากกว่าคนที่ไม่เคยมีประวัติแพ้ นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของผู้ป่วยด้วย ซึ่งสามารถแบ่งตามอาการแพ้สารทึบรังสีได้ 3 ขั้น ดังนี้ 1. Common adverse effect ผู้ป่วยจะรูสึกร้อน,แดงที่หน้า(Flushing),Metalic sensation เกิดขึ้นในคอหรือในปาก คลื่นไส้ อาเจียน อาการเหล่านี้มักพบบ่อยและสามารถหายได้เอง 2. Mild reaction ไอ จาม ลมพิษ คันแบบรุนแรง น้ำหูน้ำตาไหล อาการเหล่านี้ไม่ต้องตกใจแพทย์อาจสังเกตุการและให้ยาต้านฮีสตามีน 3. Severe adverse reaction ความดันเลือดต่ำ กล่องเสียงบวม หลอดลมเกร็งตัวอย่างรุนแรง ปอดบวมน้ำ และหัวใจหยุดเต้น อาการเหล่านี้เป็นอันตรายต่อชีวิตการรักษษโดยฉุกเฉินเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นควรมียาและเครื่องมือฉุกเฉินให้พร้อมในห้องตรวจและที่สำคัญการตรวจชนิดนี้จะต้องมีการเซ็นใบยอนยอมการตรวจด้วย - ฉีดเข้าเส้นเลือด Medial cubital Vein หรือ Radial Vein หรือ ฉีดเข้าบริเวณหลังมือ

Q:นอนคว่ำเพื่อดู Ureter ชัด เพราะอะไรคะ บางแห่งอาจนอนหงายและใช้ Compression Band กดก็ได้ กดทำไมคะ

A:เนื่องจากกายวิภาคศาสตร์ของไตมีลักษณะโค้งเว้าไปทางด้านหน้าเหมือนท้องช้าง เมื่อให้ผู้ป่วยนอนคว่ำสารทึบรังสีที่ไหลจากไตจะไหลลงข้างล่างได้พอจะขึ้นก็จะขึ้นไม่ได้จึงทำให้เห็นพยาธิสภาพของ Uretopelvis ได้ชัดเจน หรือถ้าให้ผู้ป่ววยนอนหงายก็ใช้ Compression Band กดประมาณบริเวณ ASIS ซึ่ง Ureter จะโดนกดจึงทำให้สารทึบรังสีไหลลงมาได้ทำให้เห็นUretopelvis ได้ชัด จุดประสงค์ในที่นี้เพื่อดู Upper Ureter

Q:IVU ชื่อป้ายนี้ คืออะไรคะ?

A:ย่อมาจาก Intra-venous Urography