การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์

ตามแนวคิดทฤษฏีคอนสตรัคติวิสต์ เรื่องการแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบจำนวนนับที่มีผลลัพธ์และตัวตั้งไม่เกิน 100ชั้นประถมศึกษาที่ 1

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

1. เพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ตามแนวคิดทฤษฏีคอนสตรัคติวิสต์ เรื่อง การแก้โจทย์ปัญหาการบวก และการลบจำนวนนับที่มีผลลัพธ์และตัวตั้งไม่เกิน 100 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1

2. เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยร้อยละ 70 และผู้เรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ตี้งแต่ร้อยละ 70 ขึ้นไป

3. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดทฤษฏีคอนสตรัคติวิสต์ เรื่อง การแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบจำนวนนับที่มีผลลัพธ์และตัวตั้งไม่เกิน 100 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1

จัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดทฤษฏีคอนสตัรัคติวิสต์ ซึ่งมีลำดับขั้นการสอน 4 ขั้น ดังนี้

ขั้นนำเข้าสู้บทเรียน เป็นขั้นเตรียมความพร้อมของนักเรียนโดยการแจ้งจุดประสงคต์การเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ ทบทวนความรู้เดิมโดยการใช้เกม เพลง นิทาน บทบาทสมมติ สนทนา ถามตอบ

ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เป็นขั้นที่ผู้เรียนจะเกิด มโนมติ จัดกิจกรรมตามขั้นตอน ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (Construct) ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กับกลุ่ม (Interction) ผู้เรียนมีบทบาท ได้สร้างความรู้ด้วยตนเอง (Participation) มีขั้นตอนดังนี้

1)เผชิญสถานการณ์ปัญหาและแก้ปัญหารายบุคคล โดยครูเสนอปัญหาที่สัมพันธ์กับบทเรียน และสอคคล้องกับชีวิตประจำวัน เหมาะสมกับวัย

2)ไตร่ตรองปัญหาในกลุ่มย่อย แบ่งนักเรียนเปฃ้นกลุ่มย่อยตามความเหมาะสม อภิปรายแนวทางแก้ปัญหาแต่ละคน แล้วกลุ่มร่วมกันตรวจสอบแนวทางของแต่ละคน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น แล้วเลือกแนวทางการแก้ปัญหาที่เหมาะสม

3)เสนอแนวทางแก้ปัญหาต่อชั้นเรียน ตัวแทนแต่ละกลุ่มนำเสนอแนวทางแก้ปัญที่กลุ่มตกลงเลือก เสนอต่อหน้าชั้นเรียน อภิปราย ซักถาม ตรวจสอบความถูกต้อง และความสมเหตุสมผล แล้วครูเสนอแนวทางแก้ปัญหาเพิ่มเติม รวบรวมปัญหาที่สมเหตุสมผลแล้วร่วมกันสรุป

ขั้นสรุป ครูและนักเรียนร่วมกันสรุป แนวคิด หลักการ ความคิดรวบยอด และหลักการที่ถูกต้อง

ขั้นฝึกทักษะ เป็นขั้นที่ให้ผู้เรียนนำความรู้ความเข้าใจไปประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างชำนาญ โดยให้นักเรียนทำแบบฝึกทักษะที่ครูและนักเรียนที่ร่วมกันสร้างสถานการณ์การเรียนรู้ร่วมกัน