อ่านเล่มนี้ไม่ละเอียดค่ะ ทั้งที่มีอยู่ให้เห็นในบ้าน..(เสียของ..อีกแล้ว)แต่เคยพูดคุยกับลูก(ในฐานะ-เพื่อนซี้)  ชี้ให้เขาเห็นว่า  รายได้ ไม่ได้เป็นตัววัดว่าใครรุ่มรวย โดยแท้จริง...ที่คุยเพราะเขามาถามเราก่อนสิคะ  ว่า

1.เรา จัดเป็นคนที่อยู่ในชนชั้น..ต่ำ,กลาง,หรือสูง
บ้านเราเล็กจังนะแม่  น้องว่าน่าจะ...ชนชั้นต่ำ..เอาเข้าน่าน...

2.แม่ใช้จ่ายน้อยกว่าแม่ของ...

3.เงินเดือนแม่น้อยกว่าพ่อ น้อยกว่า Bill Gates น้อยกว่า...

4.อาชีพอะไรที่มีรายได้มากสุด???

5.ทำไมแม่ไม่ไปทำงานในประเทศที่ค่าเงินเขา..แพงกว่าไทย

....เขาถามตั้งแต่เจ็ด-แปดขวบ แก่แดดแก่ลม จัง? ลูกใครก็ไม่รู้

จึงคุยประสาแม่-ลูก  แม่ก็งัดเอาความรู้ง่าย ๆ จากยาย(อาม่า)ว่า

ถ้าเราได้น้อยใช้น้อย..เหลือเงิน..เก็บ..อีกหน่อยเงินเก็บก็มากขึ้น
ถ้าได้มากใช้หมด อาจไม่มีเก็บเลย..

จนบัดนี้เขาเริ่มเข้าใจขึ้นมาบ้าง  ตัวอย่างเรื่องหุ้นที่ร่วงเอา ๆ ของญาต(คนใหญ่ไม่ใช่-อนุ-ญาต)เป็นตัวอย่างที่ดีค่ะ

ที่จริงก็บอกเขา(ตามความเข้าใจแบบเรา)ว่า  มันก็ผันผวนไปมาได้อีกหลายแบบหลายรอบ มีปัจจัยอื่นอีกที่มันเคลื่อนไหวไปเรื่อย ๆ

จึงสรุป(แบบคนเป็นแม่ที่บางทีก็ตัดบท..เพราะอธิบายยังไม่ออก โธ่ตัวเองยังไม่เข้าใจถ่องแท้เลยสิคะ) ว่า เอาน่า เรียนวิชาหลัก ๆ ให้เข้าใจ โตอีกหน่อยค่อยมานั่งคิดเรื่องอาชีพ

เอ เกี่ยวไม่เกี่ยวกับบันทึกนี้ หนอ

โพสต์นะคะ...แล้วรออาจารย์อธิบายเพิ่มอีกที ขอบคุณค่ะ;P