กราบเรียน ศ.ดร. จีระ และ สวัสดีผู้อ่านทุกท่านวันนี้ดิฉันได้อ่านบทความ “บทเรียนจากความจริง กับ ศ.ดร.จีระ” ทาง Internet ซึ่งสัปดาห์นี้อาจารย์ใช้ชื่อเรื่อง นิตยสาร Time : ยกย่องกษัตริย์ไทย อาจารย์ได้กล่าวถึงเรื่องต่างๆ + ความคิดเห็นของดิฉันเพิ่มเติมดังนี้ค่ะ
- หนังสือพิมพ์ Time ฉบับ Asia Edition เล่มล่าสุด ยังสดุดียกย่องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอันเป็นที่รักของเราว่า เป็นวีรบุรุษของเอเชียTime ยังพูดถึงโครงการพัฒนาต่าง ๆ กว่า 3,000 โครงการ ทรงพระราชดำริขึ้นเพื่อประชาชน เพื่อช่วยให้ประชาชนคนไทยอยู่รอดจาก ความผันผวนทางเศรษฐกิจ และโลกาภิวัตน์ อันเป็นที่มาของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ยิ่งไปกว่านั้น Time ยังได้พูดถึงปัญหาการเมืองที่เป็นวิกฤติใหญ่ 3 ครั้งที่ผ่านมา คือ - ช่วง 14 ตุลาคม 2516
- ช่วง พฤษภาทมิฬ 2535
- ช่วงปฏิรูปการปกครอง ในปีนี้ พระองค์ท่านได้ทรงบริหารและฝ่าวิกฤติทางการเมือง ได้เหมาะสมกับวัฒนธรรมของคนไทยและสังคมไทย นำพาประเทศรอดพ้นมาได้อย่างประสบความสำเร็จ
*ดิฉันขออนุญาตอาจารย์เผยแร่ความรู้ในเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง ดังนี้ค่ะ เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญา ( philosophy ) ของพระบาทสมเด็จประเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมานานกว่า 25 ปี ตั้งแต่ก่อนวิกฤติการทางเศรษฐกิจ และเมื่อภายหลังได้ทรงเน้นย้ำแนวทางการแก้ไขเพื่อให้รอดพ้น และสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์และความเปลี่ยนแปลงต่างๆ เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชนจนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปใน ทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผลรวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควรต่อการมีผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนี้จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่ง ในการนำวิชาการต่าง ๆ มาใช้ในการวางแผนและการดำเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎีและนักธุรกิจในทุกระดับให้มีสำนึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติ ปัญญา และความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวางทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี
” เศรษฐกิจพอเพียง แปลว่า Sufficiency Economy… คำว่า Sufficiency Economy นี้ไม่มีในตำราเศรษฐกิจ.จะมีได้อย่างไร เพราะว่าเป็นทฤษฎีใหม่…
Sufficiency Economy นั้น ไม่มีในตำราเพราะหมายความว่าเรามีความคิดใหม่ …และโดยที่ท่านผู้เชี่ยวชาญสนใจ ก็หมายความว่าเราก็สามารถที่จะไปปรับปรุง หรือไปใช้หลักการ
เพื่อที่จะให้เศรษฐกิจของประเทศและของโลกพัฒนาดีขึ้น.
“
พระราชดำรัสเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 23 ธันวาคม 2542
หลักแนวคิดของเศรษฐกิจพอเพียง การพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง คือ การพัฒนาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของทางสายกลางและความไม่ประมาท โดยคำนึงถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ตลอดจนใช้ความรู้ความรอบคอบ และคุณธรรม ประกอบการวางแผน การตัดสินใจและการกระทำ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีหลักพิจารณาอยู่ 5 ส่วน ดังนี้ • กรอบแนวคิด เป็นปรัชญาที่ชี้แนะแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนในทางที่ ควรจะเป็น โดยมีพื้นฐานมาจากวิถีชีวิตดั้งเดิมของสังคมไทย สมารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ตลอดเวลา และเป็นการมองโลกเชิงระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มุ่งเน้นการรอดพ้นจากภัย และวิกฤต เพื่อ ความมั่นคง และ ความยั่งยืน ของการพัฒนา • คุณลักษณะ เศรษฐกิจพอเพียงสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติตนได้ในทุกระดับ โดยเน้นการปฏิบัติบนทางสายกลาง และการพัฒนาอย่างเป็นขั้นตอน • คำนิยาม ความพอเพียงจะต้องประกอบด้วย 3 คุณลักษณะ พร้อม ๆ กัน ดังนี้ • ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไปโดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่นการผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ • ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผลโดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น ๆ อย่างรอบคอบ • การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ ต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล • เงื่อนไข การตัดสินใจและการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียงนั้น ต้องอาศัยทั้งความรู้ และคุณธรรมเป็นพื้นฐาน กล่าวคือ • เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผน และความระมัดระวังในขั้นปฏิบัติ • เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้างประกอบด้วย มีความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต • แนวทางปฏิบัติ/ผลที่คาดว่าจะได้รับ จากการนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ คือ การพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ความรู้และเทคโนโลยี
” ถ้าไม่มี เศรษฐกิจพอเพียง เวลาไฟดับ … จะพังหมด จะทำอย่างไร. ที่ที่ต้องใช้ไฟฟ้าก็ต้องแย่ไป. … หากมี เศรษฐกิจพอเพียง แบบไม่เต็มที่ ถ้าเรามีเครื่องปั่นไฟ ก็ให้ปั่นไฟ หรือถ้าขั้นโบราณกว่า มืดก็จุดเทียน คือมีทางที่จะแก้ปัญหาเสมอ. … ฉะนั้น เศรษฐกิจพอเพียง นี้ ก็มีเป็นขั้น ๆ แต่จะบอกว่า เศรษฐกิจพอเพียง นี้ ให้พอเพียงเฉพาะตัวเองร้อยเปอร์เซ็นต์ นี่เป็นสิ่งที่ทำไม่ได้. จะต้องมีการแลกเปลี่ยน ต้องมีการช่วยกัน. …… พอเพียงในทฤษฎีหลวงนี้ คือให้สามารถที่จะดำเนินงานได้. “ พระราชดำรัสเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนพรรษา 23 ธันวาคม 2542
ที่มา : ข้อมูลจาก คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสามารถติดตาม รายการ“เศรษฐกิจพอเพียง กับ โลกาภิวัตน์ ทุกวันเวลา 22.40 น. – 22.45 น. ของ ศ.ดร.จีระ ฯ ค่ะ
-
เหตุการณ์ระดับโลกเรื่องหนึ่งที่อาจารย์ติดตามการเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด คือการเลือกตั้งในสหรัฐ ที่หลายคนพูดว่า ปัญหาในปัจจุบันคือ โลกเปลี่ยนแปลงเร็ว และไม่มีอะไรแน่นอน เราจึงต้องทันเหตุการณ์ ทันโลกตลอดเวลา จึงจะปรับตัวให้อยู่ได้อย่างยั่งยืน และมีภูมิคุ้มกัน ดังเช่นปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เหตุการณ์ของโลกในสัปดาห์นี้ ที่กระทบเราไม่ทางตรง ก็ทางอ้อม คือ การเลือกตั้งระหว่างปีของสหรัฐอเมริกา ถ้าพรรคเดโมแครต ( Democrats Party ) ชนะ สันติภาพในโลก น่าจะดีขึ้น นับตั้งแต่ เหตุการณ์ 9/11 ที่ผู้ก่อการร้ายถล่มตึก The World Trade เป็นที่รู้กันว่า คนอเมริกันสนับสนุนพรรครีพับลิกัน ( Republican party ) อย่างท่วมท้น ซึ่งเป็นพรรคที่พอใจกับการสู้รบกับฝ่ายตรงข้าม ไม่เน้นการประนีประนอม ค่อนข้างจะออกมาทางขวาจัด อนุรักษ์นิยม และยึดศาสนาเป็นใหญ่ (Evangelists) อย่างไรก็ตาม ใน 3 ปีที่ผ่านมา ปัญหาสงครามอิรักก็ยังไม่จบสิ้น ยังคงยืดเยื้อต่อไป มีทหารอเมริกันเสียชีวิตมากขึ้นทุกวัน ทำให้คนอเมริกันส่วนมาก ไม่แน่ใจในความสามารถของประธานาธิบดี Bush และพรรคการเมืองของ Bush สังคมอเมริกาเป็นสังคมที่ใช้ข่าวสารในการตัดสินใจ พื้นฐานประชาชนของเขามีการศึกษาในระดับที่ดี เป็นประชาธิปไตย จึงสามารถเปลี่ยนความนิยมได้อย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ทำให้พรรคเดโมแครต ( Democrats Party ) สามารถครองเสียงในสภาล่างได้ถึง 229 ที่นั่ง จาก 435 ที่นั่ง มากกว่าพรรค Republican ซึ่งได้เพียง 196 ที่นั่ง ซึ่งเป็นการแปรผัน (swing vote) คะแนนถึง 33 ที่นั่ง ยังไม่ประกาศอีก 10 ที่นั่ง ทั้งที่ได้เพิ่มเพียง 15 ที่นั่ง ก็พอที่พรรค Democrats จะมีเสียงข้างมากในสภาล่าง ในขณะที่สภาสูง มีการแปรผัน (swing vote) คะแนนไปสู่พรรค Democrats ถึง 5-6 ที่นั่ง ทำให้โอกาสที่พรรค Democrats จะครองเสียงส่วนมากได้สำเร็จทั้งสองสภา ระหว่างที่อาจารย์เขียนต้นฉบับ รัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐ นาย Donald Rumsfeld ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่ง เพื่อรับผิดชอบต่อความพ่ายแพ้ครั้งนี้
**การแปรผัน (swing vote) ซึ่งเกิดจากความไม่ไม่แน่ใจในความสามารถของประธานาธิบดี Bush ประธานาธิบดี Bush จากพรรครีพับลิกัน ( Republican party ) นั้นมีผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาการเป็นอย่างมากเกี่ยวกับนโยบายทางด้านการค้ากับประเทศต่าง เช่น ข้อสัญญา FTA การทำสงครามของ ประธานาธิบดี Bush นั้นประชาชนไม่เห็นด้วยกับการมีภาวะผู้นำ (Leader ship)ในด้านดังกล่าว เพราะทำให้เกิดการสูญเสียทรัพยากรมนุษย์เป็นอย่างมากอเมริกาไม่ได้อะไรจากการทำสงคราม อย่างไรก็ตามดิฉันมีความคิดเห็นว่าการสร้างความสันติภาพนั้นน่าจะเป็นหน้าที่ของ UN อเมริกาควรพิจารณาถึงบทบาทของตัวเองด้วย ส่วนประชาชน ในสังคมอเมริกาเป็นสังคมที่ใช้ข่าวสารในการตัดสินใจ พื้นฐานประชาชนของเขามีการศึกษาในระดับที่ดี เป็นประชาธิปไตย จึงสามารถเปลี่ยนความนิยมได้อย่างรวดเร็วนั้นควรที่จะทบควรในการตัดสินใจถึงผลกระทบจากนโยบาย(policy)โดยดู จุดแข็ง (Strengths) เป็นความแข็งแกร่ง (ข้อดี) จุดอ่อน (Weaknesses) เป็นปัญหาหรือข้อบกพร่อง ของพรรค Democrats ว่า เป็นภัยหรือไม่โลกจะเป็นทิศทาง(director)ใด เช่นเดียวกับการเลือกผู้นำประเทศและพรรคของประชาชนชาวไทย เราควรที่จะให้การศึกษา พัฒนาคุณภาพ ให้ข้อมูล (data) ให้ข่าวสาร (information) สร้างองค์ความรู้ (knowledge) เพิ่มคุณภาพชีวิต(value add) สร้างความมีปัญญา (wisdom)ให้กับประชาชนเกี่ยวกับประชาธิปไตยโดยบัญญัติ ในรัฐธรรมนูญในหมวดการศึกษา ปลูกฝังกระบวนการคิดและการตัดสินใจ (thinking and decision-making) ให้ประชาชนมีความรู้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงในระบบประชาธิปไตย ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่มีทุนมนุษย์ (human capital)ที่ยั่งยืน และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องค่ะ -
การเผยแพร่เศรษฐกิจพอเพียง ให้เกิด critical mass ให้เกิดพลังที่แท้จริง หรืออาจจะเรียกว่า เกิด Tipping point จุดที่จะประสบความสำเร็จ เพราะถ้ามีการเลือกตั้งใหม่ ภายใน 1 ปี อาจารย์ไม่แน่ใจว่า จะทำการเผยแพร่เศรษฐกิจพอเพียงได้สำเร็จเท่าเวลานี้หรือไม่ เพราะการเมืองแบบเลือกตั้ง คงไม่แคล้วประชานิยม ประชาชนไทย ยังคิดไม่เป็น จึงเน้นวัตถุนิยมอย่างมาก และวันนั้นเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงก็จะไม่สำคัญต่อคนไทยต่อไป
***ดิฉันมีความคิดเห็นว่าการ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงการเผยแพร่เศรษฐกิจพอเพียง ให้เกิด critical mass ให้เกิดพลังที่แท้จริง หรืออาจจะเรียกว่า เกิด Tipping point จุดที่จะประสบความสำเร็จ น่าจะทำได้ภายในหนึ่งปี หากเรามีความเข้าใจอย่างถูกต้องในปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง และ มีการเผยแพร่ความรู้ ในสื่อต่างๆ ให้ประชาชนได้รับทราบดังเช่น รายการ “เศรษฐกิจพอเพียง กับ โลกาภิวัตน์ ทุกวันเวลา 22.40 น. – 22.45 น. ของศ.ดร.จีระ ฯ เป็นรายการที่ดีเป็นที่ 3 คือ Learning Opportunity การสร้างโอกาสในการเรียนรู้ เพื่อพบปะแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน รวมทั้งโอกาสในการได้เรียนรู้และร่วมหารือกับวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ และมีชื่อเสียงในระดับประเทศ ซึ่งจะสามารถสร้างให้เกิดโอกาสในการร่วมสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่กันและกันน่าติดตามเป็นการสร้างองค์ความรู้ (knowledge) สู่ชุมชนเป็น L ที่ 4 คือ Learning Communities การสร้างชุมชนในการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นโดยใช้ห้องเรียนเป็นจุดเริ่มต้น และขยายผลต่อไปในวงกว้าง ชุมชนโดยทั่วไปเป็นชุมชนแบบ Physical Community เมื่อสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ขึ้นจะเกิดชุมชนแบบ Digital สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ตลอดเวลาทางอินเทอร์เน็ต อีเมล์ การโทรศัพท์สื่อสารกัน และการร่วมวิเคราะห์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริง การทำให้ความรู้และ การทำ Workshopสร้างนิสัยตามทฤษฎี “ 7 อุปนิสัย สำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง The 7 Habits of Highly Effective people” ผลงานของ ดร.สตีเฟน โควีย์ บุคคลซึ่งได้รับการคัดเลือกจากนิตยสารไทมส์ ให้เป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลทางความคิดมากที่สุดคนหนึ่งของโลกงานเขียนชิ้นนี้ของเขานับเป็นหนังสือฮาวทูอีกเล่มที่ได้รับความนิยมสูง ตีพิมพ์เผยแพร่ไปแล้วทั่วโลกกว่า 38 ภาษา มียอดขายรวมกว่า 15 ล้านเล่มอุปนิสัยเพื่อการพัฒนาสู่การเป็นผู้มีประสิทธิผลสูง ให้กับประชาชนที่เป็นผู้นำในชุมชนในระดับประเทศ และท้องถิ่น อบจ. อบต. ชุมชนก็น่าจะเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะทำให้การเผยแพร่เศรษฐกิจพอเพียง ให้เกิด critical mass ให้เกิดพลังที่แท้จริง หรืออาจจะเรียกว่า เกิด Tipping point จุดที่จะประสบความสำเร็จ ภายใน 1 ปี โดยการสร้างผู้นำ เผยแพร่เศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวคิดของ Stephen R. Covey ซึ่ง ประกอบด้วย Habit 1 Be Proactive: Principles of Personal Vision อุปนิสัยที่ 1 .. การเป็นฝ่ายเริ่มต้นที่จะเข้าใจในปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ก่อนของผู้นำชุมชน Habit 2 Begin with the End in Mind: Principles of Personal Leadership อุปนิสัยที่ 2 .. การเริ่มต้นด้วยจุดมุ่งหมายภายในใจในการเป็นผู้นำด้านการนำไปใช้และเผยแพร่ Habit 3 Put First Things First: Principles of Personal Management อุปนิสัยที่ 3 .. ทำตามลำดับความสำคัญโดยเริ่มต้นที่ตัวเอง ครอบครัว ชุมชน จนถึงระดับรัฐ ตามลำดับ Habit 4 Think Win/Win: Principles of Interpersonal Leadership อุปนิสัย 4 .. คิดแบบชนะ-ชนะ หรือสานประโยชน์ ให้กับชุมชนและองค์กรต่างๆ Habit 5 Seek First to Understand, Then to be Understood อุปนิสัยที่ 5 .. เข้าใจคนอื่นก่อนที่จะให้คนอื่นเข้าใจเรา เปิดใจให้กว้างกับการเผยแพร่ความเข้าใจกับผู้อื่น สร้างนิสัยการเรียนรู้ต่อเนื่อง ให้กับตนเอง Habit 6 Synergize Principles of Creative Communication อุปนิสัยที่ 6 .. ประสานพลัง รวมข้อดีของอุปนิสัยทั้งหมดมารวมเข้าด้วยกันเพื่อทำงานใหญ่ให้สำเร็จ โดยสร้างเป็นเครือข่ายการเรียนรู้ (network) Habit 7 Sharpen the Saw: Principles of Balanced Self-Renewal อุปนิสัยที่ 7 .. ลับเลื่อยให้คม เสริมสร้างความต่อเนื่อง (follow-through)และสม่ำเสมอ โดยใช้แนวความคิดปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ให้เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนไทยอย่างฉลาดและสมดุลยั่งยืนต่อไป ดังเช่น นักศึกษาม.ราชภัฎสวนสุนัทา ศูนย์การศึกษาดรุณพิทยา ที่เรียนวิชาการคิดและการตัดสินใจ ได้ติดตาม รายการ “เศรษฐกิจพอเพียง กับ โลกาภิวัตน์ ทุกวันเวลา 22.40 น. – 22.45 น. ของศ.ดร.จีระ ฯ ซึ่งวันนี้ในชั่วโมงเรียนนักศึกษา มีความเข้าใจเป็นอย่างดีสังเกตจากรายงานที่นักศึกษาส่งและการมีส่วนร่วม (participative) แนวความคิดที่ share กับอาจารย์ เกิดความใฝ่รู้อยากติดในตอนต่อๆไปเป็นการเกิด Tipping point จุดที่จะประสบความสำเร็จ ในการการเผยแพร่เศรษฐกิจพอเพียงได้ในระดับหนึ่งที่นักศึกษาจะได้พูดคุยกับคนในครอบครัวต่อไป และขยายเป็นวงกว้างน่าจะเป็นการส่งเสริมพลังให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาไปได้อย่างมั่นคงภายใต้กระแสโลกาภิวัฒน์ ตลอดจนสามารถปรับตัวพร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆได้อย่างเท่าทัน และอยู่เย็นเป็นสุข เศรษฐกิจพอเพียงก็จะเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนไทยและสำคัญต่อคนไทยต่อไป ด้วยความเคารพอย่างสูงและสวัสดีค่ะ A’Lotus นักศึกษาปริญญาเอกรัฐประศาสนศาสตร์