สวัสดีครับ นายรักษ์สุข (คุณปภังกร)
1) ที่บอกว่า งงนั้น โปรดอย่าได้งงเลยครับ นายบอนมองนายรักษ์สุขจากมุมที่คุ้นเคยเมื่อตอนเดือน ก.ค.-ส.ค.2549 ที่นายบอนมักจะแลกเปลี่ยน แสดงข้อคิดเห็นด้วยบ่อยๆ ถ้ามองจาก ณ เวลานั้น ก็จะดูกลับตาลปัตรน้อยไปหน่อย แต่เมื่อมอง ณ พ.ย.2549 ก็จะกลับตาลปัตรอย่างที่ว่านั่นแหละครับ

2) ความจริงที่นายรักษ์สุขพยายามสื่อ..และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้บางครั้งเป็นผลสะท้อนกลับที่ไม่ค่อยดี ประเด็นนี้ นายรักษ์สุขก็เคยกล่าวมาแล้วเมื่อช่วง 3 เดือนก่อน

3) ที่ว่านักวิชาการโลโซ หรือไฮโซนั้น นายบอนมองเฉพาะตัวของนายรักษ์สุขเองนะครับ และมองเปรียบเทียบกับเพื่อนและน้องที่ี่เป็นเป็นอาจารย์ราชภัฏ , เป็นครูที่สอนโรงเรียนวัด เลยเกิดความรู้สึกว่า ถ้านายรักษ์สุขเปรียบตัวเองเป็นนักวิชาการโลโซ แล้วเพื่อนๆ + น้องของผมจะไม่ต้อยต่ำติดดินหรือครับ โดยเฉพาะครูที่สอนโรงเรียนวัด ที่ยิ่งกว่านายรักษ์สุขอีกนะครับ เพราะเพื่อนร่วมอาชีพไม่มีใครยอมรับเลย แต่เขายังคงยืนหยัดในหลักการของเขาต่อไป

นายบอนมองว่า เขาคนนั้น ซึ่งย่ำแย่กว่านายรักษสุข ยังให้กำลังใจตัวเองนะครับ เขาไม่มีใครมาคอยให้กำลังใจในบล็อก ไม่มีโอกาสเขียนบล็อก แต่เขาได้อ่านบันทึกของนายรักษ์สุขและเห็นว่า คุณคือนักวิชาการผู้ยิ่งใหญ่ (ในความคิดของเขา)

บันทึกเสวนาส้มตำนี้ นายบอนสะท้อนความรู้สึกของครูสอนโรงเรียนวัดกับตัวนายรักษ์สุขเท่านั้นครับ หากมองในภาพรวม เปรียบเทียบกับบุคคลทั่วไป ความหมาบย่อมผิดเพี้ยนไปหมดแน่นอน

เมื่อนึกถึงเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว นายบอนเขียนข้อความในเชิงให้กำลังใจ ซึ่งทำให้นายรักษ์สุขเกิดพลังใจ และเขียนบันทึกแสดงความรู้สึกออกมามากมาย

ซึ่งในการหยิบประเด็นมาเขียนบันทึกนี้ นายบอนได้กลับไปเปิดดูบันทึกนั้น ดูความรู้สึกที่ถ่ายทอดทางเนื้อหาในวันนั้น เทียบกับวันนี้ เห็นความแตกต่าง จึงเขียนออกมาครับ

สิ่งที่นายบอนพยายามชำแหละ หรือ สะท้อนออกมา เพราะเห็นบางอย่างของนายรักษ์สุข drop ไปนิดหน่อย ส่วนประัเด็นอื่นๆที่ว่าไปนั้น เป็นลูกติดพันครับ