สวัสดีครับคุณบอน
- เมื่อเข้ามาอ่านแล้วต้องบอกตรง ๆ เลยครับว่า "งงมาก" ไม่ได้งงในสิ่งที่คุณบอนเขียนนะครับ แต่ผมชักเริ่มงงในสิ่งที่ผมเขียนออกมาว่าสงสัยจะถ่ายทอดออกมาไม่ดีพอจึงทำให้คุณบอนเข้าใจความหมายกลับตาลปัตรไปหมดเลย
- แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่เขียนออกมานั้น "นั่นคือความจริง" ผมไม่ค่อยชอบเขียนอะไรแบบเลิศหรูเขียนตามหลักวิชาการ ก็คือ หลักวิชาการเขาว่าไว้อย่างไรเวลาเราเขียนหรือพูด ก็พูดไปตามนั้นสังคมถึงจะยอมรับ นี่แหละครับเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้บางครั้งเป็นผลสะท้อนกลับที่ไม่ค่อยดี
- เพราะคนส่วนใหญ่ในสังคม ทฤษฎีว่าไงก็พูดไปตามนั้น อย่างเช่น ทฤษฎี KM ก็เหมือนกัน บางครั้งพอมาเจอสภาพความเป็นจริงในสังคม มาเจอบางบริบทแล้ว หรือเมื่อเกิดปัญหาใดขึ้น การเขียนหรือพูดให้รอดตัวไปก็คือ เขียนหรือพูดไปตามทฤษฎีที่คนส่วนใหญ่เขาพูดกัน ก็คือพูดแบบรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง ความจริงหรือ Facts เป็นสิ่งที่พูดยากในสังคม โดยเฉพาะความจริงที่จะมีผลกระทบต่อส่วนรวม ทำให้บางคนเลือกไม่พูดดีกว่า
- เห็นไหมครับ ถ้าผมเป็นนักวิชาการไฮโซ ทุกอย่างจะถูกหมด แต่ถ้าเป็นนักวิชาการโลโซ พูดไปก็ผิดหมด นี่คือ Fact ของสังคมไทย สำหรับการเป็นไฮโซหรือโลโซ ผมว่าคุณบอนน่าจะคิดได้ว่า ใครบ้างที่พูดแล้วน่าเชื่อถือซึ่งบางครั้งจะพูดไม่ได้เรื่องเลยก็ตาม
- คำพูดที่ออกมาจาก "คุณวุฒิและวัยวุฒิ" ในสังคมไทย น่าเชื่อถือกว่าคำพูดที่เกิดจากความเป็นจริง นี่คือสิ่งที่น่ากลัวมากสำหรับการพัฒนาประเทศ
- คำพูดเดียวกันประโยคเดียวกัน แต่คนละคนพูด ก็คนละเรื่องกัน
- ถ้าอย่างไรคุณบอนลองชำแหละสิ่งที่ผมพูดนี้มาอีกทีก็ดีนะครับ
- ขอขอบพระคุณล่วงหน้าครับ
ป.ล. บันทึกของผมนั้นต้องอ่านรวมตั้งแต่ต้นจนจบ แรกจนถึงสุดท้ายถึงจะเห็นที่มาที่ไป อ่านทีละประโยคหรืออ่านแค่บันทึกเดียวก็จะไม่สามารถเข้าใจได้อย่างลึกซึ้งครับ