แสงประหลาด

เมื่อต้นปี ๒๕๔๒ ผมตั้งใจจะบวชเพื่อถวายพระเจ้าอยู่หัวฯ ระยะเวลาประมาณ ๒๐ วัน โดยผมจะไปบวชกับหลวงพ่อลำใย จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งบริษัท การบินไทย จำกัด จัดขึ้นทุกปี ต่อมากลางปีทางวัดอ้อน้อยก็มีโครงการบวชเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เป็นระยะเวลา ๗๓ วัน เมื่อผมได้พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่ติดภาระทางครอบครัวและงานที่บริษัท ผมจึงได้ตัดสินใจสมัครเข้าบวชในครั้งนี้

ก่อนบวชนั้นคิดว่าถ้าบวชเป็นพระแล้ว คงจะไม่ลำบากมากนัก เพราะได้เคยฝึกการนั่งวิปัสสนาและการเดินจงกรมมาเกือบ ๑ ปีแล้ว แต่เมื่อได้บวชแล้วได้สัมผัสกับชีวิตประจำวันของพระที่ปฏิบัติดีนั้น มันไม่ง่ายอย่างที่คิด แต่ผมก็ได้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบตลอดเวลาที่บวช สวดมนต์เข้าเย็นทุกวันไม่เคยขาด ถือศีล และไม่ชอบพูดคุยเกินความจำเป็น

ตลอดเวลา ๗๓ วัน ผมได้ปฏิบัติตามที่หลวงปู่สั่งสอนมาตลอด พยายามภาวนาแผ่เมตตา "ขอสัตว์ทั้งปวงจงเป็นสุข" ดังนั้นการบวชในครั้งนี้ ผมจึงอยู่ด้วยความราบรื่น จิตใจเป็นปีติอยู่เสมอ

ตอนบวชอยู่ผมก็ไปกราบไหว้และอธิษฐานที่ใต้ต้นโพธิ์ ที่วัดอ้อน้อย เป็นประจำ เช้าวันหนึ่งหลังจากฉันเช้าแล้ว ผมได้เดินมากราบไหว้และอธิษฐานจิตเกี่ยวกับลูกและครอบครัว ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณ ๘.๐๐ น. ท้องฟ้ามีเมฆขาวปกคลุม อากาศสลัวๆ เมื่อได้กราบไหว้และปิดตาอธิษฐานประมาณ ๑ นาที เมื่อผมลืมตาขึ้น ปรากฏว่าแสงอาทิตย์สว่างจ้าขึ้นทันที! ทำให้ผมมีความปลาบปลื้มจนไม่สามารถจะลืมเหตุการณ์ในเช้าวันนั้นได้เลย


ผมมีโอกาสได้ไปอบรมหลักสูตรมหาสติปัฏฐาน ๔ ที่วัดวังตะกู ในวันที่ ๙-๒๓ มกราคม ๒๕๔๓ ระหว่างการฝึกอบรมนั้น ทุกเช้าหลังจากฉันแล้ว ผมได้ไปเดินจงกรมที่โบสถ์ใหม่ หลังจากนั้นก็เดินสวดมนต์ภาวนา ๓ รอบด้วยคาถาคำกราบพระว่า "เดชะ พุทธานุภาเวนะ-ธัมมา-สังฆา-คุณบิดามารดา-คุณครูบาอาจารย์" และจะภาวนาขอพรตลอดเวลาที่เดินสามรอบ เมื่อเดินเสร็จแล้วจะมายืนและนั่งหลับตาทำสมาธิอยู่หน้าโบสถ์

ปรากฏว่าวันแรกๆ ขณะหลับตาทำสมาธิจะเห็นวงกลมสีดำ คลุมด้วยรัศมีสีเหลืองล้อมรอบอยู่ข้างหน้า วันแรกมีดวงสองดวง วันต่อมามีหลายดวง และเหมือนมีแผ่นพลาสติกคลุมรอบตัว วันต่อมาสามารถมองเห็นสิ่งเหล่านี้โดยไม่ต้องปิดตา ลักษณะเหมือนใยแมงมุม และเป็นม่านสีขาว สีน้ำตาล และสีทอง ลอยอยู่ข้างหน้า เวลาเดินก็จะนำหน้าเราตลอด บางครั้งสามารถบังคับให้โยกได้ตามสายตาเป็นสมาธิ เช้าวันต่อมาเมื่อปิดตาทำสมาธิต่อหน้าดวงอาทิตย์กำลังทอแสงสว่าง ปรากฏเห็นดวงอาทิตย์เป็นสีทองสดใส สีเขียว สีน้ำเงิน สีแดง สดใสมาก จากนั้นได้ลืมตามองย้อนไปที่แสงอาทิตย์ ตอนนั้นเป็นเวลาที่ดวงอาทิตย์สว่างมาก สามารถเห็นเป็นสีคล้ำ ต่อมาเปลี่ยนเป็นสีแดง สีทอง สีน้ำเงิน สีเขียว ในวันต่อๆมาเมื่อผมกลับมาทำสมาธิหน้าโบสถ์ต่อ ก็ได้เห็นเป็นสีต่างๆอีก และเห็นสีทองอยู่เหนือศีรษะตลอดเวลา เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ผมมีความปีติอย่างมาก เพราะเหตุการณ์เปลี่ยนไปทุกเช้า

ณ ป่าน้ำตกลำอีซู บางคืนได้ยินเสียงพระสวดมนต์เป็นกลุ่มไพเราะมาก คืนสุดท้ายก่อนกลับจากธุดงคสถาน เมื่อผมสวดมนต์ ถึงบทกล่าวถึงพระคุณของบิดามารดา ปรากฏว่าน้ำตาไหลออกมาอย่างมากมาย ผมจึงปล่อยโฮออกมาในคืนนั้น!

เมื่อสึกแล้ว ผมได้เห็นรูปถ่ายเมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๒ เวลาประมาณ ๑๖.๐๐ น. ณ บริเวณที่ปักกลดอยู่ ซึ่งพี่เขยผมเป็นผู้ถ่าย ในภาพนั้นมีแสงสีขาวกลมแผ่รัศมีมาที่พระ และแผ่ยาวมาที่บริขารของพระ เป็นสิ่งที่อัศจรรย์มาก เหมือนกับในการบวชของผมครั้งนี้ เทพยดาเบื้องบนมาร่วมอนุโมทนาด้วย

ทุกวันนี้ ผมจะสวดมนต์ทำวัตรเช้าและเย็น นั่งสมาธิ เดินจงกรม และอ่านพระไตรปิฎก เพื่อเป็นลูกที่ดีของหลวงปู่ และจะได้เกิดร่วมกับหลวงปู่ทุกชาติไป

ขอกราบแทบเท้า
ขวัญ ผ่องจิตวัฒนา