เรียน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ขอแสดงความคิดเห็นวิเคราะห์เปรียบเทียบผู้นำ 3 คู่ ดังนี้ค่ะ
• อภิสิทธิ์ / อภิรักษ์
อภิสิทธิ์ เป็นผู้นำแบบ Ethical Capital มีคุณธรรม จริยธรรม เนื่องจากคุณอภิสิทธิ์เกิดขึ้นมาจากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคที่มีท่านอดีตนายกฯ ชวน หลีกภัย เป็นผู้นำที่มีสัญลักษณ์แห่ง Trust นอกจากนี้การที่คุณอภิสิทธิ์ซึ่งมีอาวุโสน้อยแต่สามารถก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคได้ เพราะมีลักษณะของคนหนุ่มรุ่นใหม่ที่มีความเป็นผู้นำแบบ Intellectual Capital ดังจะเห็นได้จากการได้รับเกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากมหาวิทยาลัย Oxford ก่อนเล่นการเมืองเป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นความเป็นนักวิชาการ เป็นที่ยอมรับในความสามารถจึงก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งได้อย่างสมเกียรติ นอกจากนี้พบว่ามีการงัดกลยุทธ์มาสู้ศึกการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยพยายามเน้นนโยบายให้เป็นในรูปแบบความยั่งยืนเพื่อสู้กับพรรคคู่แข่ง จึงถือว่ามีลักษณะผู้นำแบบ Creativity Capital รู้จักปรับกลยุทธ์นโยบายการหาเสียงโดยใช้ทุนทางความรู้ ทักษะที่สั่งสมมาในทางการเมืองและสนามการแข่งขัน บวกกับทัศนคติในการมองที่ความยั่งยืนเป็นหลัก ถือว่าประสบความสำเร็จจากคะแนนเสียงที่ได้เพิ่มขึ้น
อภิรักษ์ เป็นผู้นำแบบมี Charismatic มีเสน่ห์ในตนเอง บุคลิกภาพลักษณ์ดูดี มาดนิ่มเป็นมิตร ก่อนเข้ามาเล่นการเมืองประสบความสำเร็จการการเป็นนักการตลาด ถือว่ามี Social Cost มี Networking และเมื่อได้ดูการ Debate จากการสมัครผู้ว่าฯ กทม.รอบ 2 จะเห็นได้ว่ามีการควบคุมอารมณ์ได้ดีจากการยั่วยุของผู้สมัครท่านหนึ่ง จึงถือว่ามี Emotional Capital
• Gordon Brown / Tony Blair
Gordon Brown เป็นผู้นำที่มีลักษณะ Intellectual Capital เพราะจากประวัติได้บอกว่าเป็นคนที่เรียนเก่งมาก อายุ 16 ปี ก็สามารถเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยได้แล้ว และสามารถจบการศึกษาในระดับปริญญาเอก นอกจากนี้ยังพบว่ามี Creativity Capital เพราะมีส่วนช่วยผลักดันให้พรรคแรงงานกลับมาผงาดทางการเมือง เมื่อครั้งGordon Brown ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีคลัง เขาได้เครดิตทั้งจากมิตร และศัตรูทางการเมืองในฐานะกุนซือ ผู้ทำให้เศรษฐกิจของประเทศมีเสถียรภาพ จึงถือ
ว่ามี Social Cost
Tony Blair เป็นผู้นำที่มีลักษณะ Charismatic มีเสน่ห์ในตนเอง บุคลิกภาพลักษณ์ดูดี นอกจากนี้ยังพบว่ามี Creativity Capital เพราะมีส่วนช่วยผลักดันให้พรรคแรงงานกลับมาผงาดทางการเมือง เขาได้สืบทอดตำแหน่งหัวหน้าพรรคแรงงานหลังจากการเสียชีวิตของหัวหน้าพรรคคนก่อนคือ นายจอห์น สมิท และเอาชนะนายจอห์น เมเจอร์ พรรคอนุรักษ์นิยมและเป็นหัวหน้าพรรคแรงงานคนเดียวที่สามารถชนะการเลือกตั้งได้ 3 สมัยติดต่อกัน
• Obama / McCain
Obama มีลักษณะ Sustainability Capital เพราะมีลักษณะการประนีประนอม สมานฉันท์สร้างมิตรกับนานาประเทศ นอกจากนี้ยังมีลักษณะ Culture Capital โดยสังเกตจากการที่เขาได้เขียนหนังสือชื่อ “The Audacity of Hope” ได้บอกว่าหัวใจของหนังสือเล่มนี้คือ “เรา(ชาวอเมริกัน)จะเริ่มกระบวนการเปลี่ยนแปลงการเมืองและวิถีชีวิตอย่างไร” เขาบอกว่าเขาไม่ได้ทำตัวเป็นผู้รู้แต่พยายามแสดงมุมมองที่เขาหล่อหลอมขึ้นจนเป็นนักการเมือง
McCain มีลักษณะ Ethical Capital ซึ่งสะท้อนจากหนังสือที่เขาได้เขียน ชื่อ “Why Courage Matters” เขาต้องการยกให้ผู้อ่านเห็นถึงการต่อสู้ด้วยความกล้าหาญบนหลักแห่งความสงบ ซึ่งเขาบอกว่าเป็นระดับความกล้าหาญที่สูงส่งกว่าการสู้ด้วยความรุนแรง นอกจากนี้เขายังเน้นถึงความกล้าที่จะทำดีเพื่อความดี เนื่องจากสิ่งเหล่านี้ถูกละเลยทำให้สังคมอเมริกันเสื่อมลง ซึ่งถือเป็นผู้นำที่มี Culture Capital ได้เช่นกัน
จากการวิเคราะห์ผู้นำ ทั้ง 3 คู่ พบว่า ผู้นำจะมีคุณสมบัติลักษณะที่คล้ายๆ กัน เหมือนเป็นสูตรสำเร็จที่ผู้นำที่ดีควรจะมี แต่คุณสมบัติโดยพื้นฐานจริงๆ ที่ทุกคนควรมีและควรแสวงหา รวมทั้งตัวดิฉันด้วย ก็คือ Intellectual Capital, Creativity Capital ซึ่งส่วนนี้สำคัญมาก ดังจะเห็นได้จากคำกล่าวของไอน์สไตน์ ที่ว่า “จินตนาการสำคัญกว่าความรู้” เพราะจินตนาการก่อเกิดการสร้างสรรค์ และการสร้างสรรค์จะไปด้วยกันกับ Knowledge Capital และ Innovation Capital แต่ทุนที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ต้องถูกควบคุมด้วย Ethical Capital เพื่อนำไปสู่ Sustainability Capital ต่อไป ส่วนทุนด้านอื่นๆ ถือว่ามีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เพราะเป็นเหมือนทุนสนับสนุนให้คุณสมบัติของความเป็นผู้นำมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ดังนั้นผู้นำที่ดีควรทำตัวเหมือนแก้วที่สามารถเติมน้ำได้ตลอดเวลา หรือไม่ก็ฟองน้ำที่มีคุณสมบัติในการดูดซับสิ่งที่อยู่รอบๆ (สิ่งดีๆ) ได้ดี
สำหรับการสร้างผู้นำในสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร แนวคิดของ Ram Charan สามารถช่วยได้ ดังนี้
1) Identify ผู้นำตั้งแต่อายุน้อย
การเปิดโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่ได้พัฒนาและดึงศักยภาพของตนเองออกมา ดังจะเห็นได้จากการสนับสนุนให้มีโครงการหลักสูตร “พัฒนาทุนทางความรู้ ทักษะและทัศนคติสำหรับบุคลากรของสศก.”
2) ศึกษาว่าแต่ละคนเก่งเรื่องอะไร
การแบ่ง Function ของงานในการรับผิดชอบที่ชัดเจน ย่อมสร้างทักษะ ความชำนาญและความเป็นมืออาชีพใน Function นั้นๆ
3) พัฒนาเขาเหล่านั้นอย่างต่อเนื่อง
มีการสนับสนุน/ส่งเสริมให้ข้าราชการได้รับการอบรมเพิ่มทักษะความรู้ใน Function ที่ตนเองรับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง
4) ดูแลไม่ให้เขาตกราง
สนับสนุน/ส่งเสริมผู้มีความรู้ความสามารถให้ได้แสดงศักยภาพตามโอกาสอันควรไม่ว่าจะเป็นเวทีในระดับสำนักงาน ต่างหน่วยงาน หรือต่างประเทศ