เรื่องราวดีดี…ต่อยอดจากการชื่นชมKM ศูนย์อนามัยที่1(ตอน1)

 

พี่จิ๋ว(เพ็ชรรัตน์ fa-หนึ่งในเลขาฯKM ศูนย์ฯ1) เล่าถึงการทำ cop ในกลุ่มนักวิชาการที่ถึงแม้จะบอกว่า เพิ่งทำเพียงครั้งเดียวก็ตาม แต่สรุปบทเรียน…น่าสนใจมาก เลยหยิบมาเล่าต่อกันฟัง…พี่จิ๋วบอกว่า มีการถกเถียงกันในเชิงวิชาการ แต่ไม่ได้ทะเลาะกัน..คำถามสุด classic คือ ทำไมต้องทำKM  /ทำไปเพื่ออะไร /ใครได้อะไรจากการทำ /ไม่ทำได้มั๊ย /แล้วค่อยมาถึงส่วนสุดท้าย…ทำอย่างไร  ต่อจากนั้นก็เริ่มค้นหาคำตอบ อ่านเอกสาร ถกเถียงกันเพื่อให้การทำKM มีกระบวนการ(ขั้นตอน) ที่ดีที่สุด แต่แล้วก็ให้บทสรุปกับตัวเองว่า

 

•         ทฤษฎีมีไว้อ้างอิง การเรียนรู้ที่แท้จริงต้องปฏิบัติ
•         การ ลปรร.ในแนวคิดของกระบวนการ KM ไม่จำเป็นต้องหาข้อยุติ  ต้องเรียนไปรู้ไป เพราะตำตอบจะได้ในช่วงท้ายของบทสรุป ไม่ใช่ที่จุดเริ่มต้น
•         KM ต้องเริ่มง่าย ถึงจะจูงใจให้คนหันมาสนใจ แต่ในขณะเดียวกันต้องอิงหลักการ
•         ต้องเชื่อมั่นในกระบวนการ KM ว่ามีประโยชน์จริง ไม่ใช่ทำเพราะภาคบังคับ
•         เมื่อคุณเอื้อของกลุ่มต้องอยู่ในบทบาทของผู้ร่วม ลปรร.   บทบาทต้องชัดเจน
•         Fa ในกลุ่มนักวิชาการที่จัดเจน ต้องเป็น Fa ที่เจนจัด
•         คุณลิขิตต้องเก่งต้องได้รับการพัฒนาทักษะ เพราะต้องทำความรู้ที่กระจัดกระจาย เป็นหมวดหมู่ให้ได้
•         สภากาแฟ สนุก น่าสนใน แต่ไม่เกิดประโยชน์ระยะยาวถ้าไม่มีการบันทึก

 

          มาถึงแค่นี้ ศรีวิภา …ชื่นชมกับวิธีหาคำตอบ…บวกกับการสรุปบทเรียนของพี่จิ๋วและทีมงานมาก เพราะในประสบการณ์ตนเอง ค้นหาคำว่า KM จากหลากหลายตำรา ตะลุยอ่านทั้งไทยและอังกฤษ(แบบงูๆปลา) แล้วก็…หยุดเป็นระยะๆ บอกกับตัวเองว่าปิด..ปิดตำรา…ลงมือทำ…ผ่านมาแล้ว10 กว่าเวที ทั้งที่มีกุนซือ(คุณหมอนันทา คุณหมอสมศักดิ์ อาจารย์หมอวิจารณ์)และไม่มีกุนซือ เรา(ศรีวิภา/พี่สร้อยทอง) ไม่ค่อยเจอคำตอบเดียวใน KM ค่ะ ทุกเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ …มีคำถามและคำตอบ…ท้าทายเราเพื่อการเรียนรู้ ในคนละมุมและหลากหลายในแต่ละสถานการณ์

 

       ลุย ลุย ลุย ไปเลย…อย่างที่พี่จิ๋วบอกเราในเวทีนี้ แล้วมาคุยกันต่อในตอน2 นะค่ะ

 

                               ศรีวิภา