มาเสนอไอเดียอีกรอบค่ะ

เห็นภาพวาดฝีมืออาจารย์แล้วก็คิดไปถึงปกหนังสือเลยค่ะ ถ้าใช้พื้นปกสีขาวหรือสีครีม เลือก Font ตัวหนังสือลายเส้นกนกสวย ๆ หรือ อาจารย์เขียนตัวหนังสือด้วยภู่กันสวย ๆ ด้วยสีโทนดำ น้ำตาล หรือน้ำเงิน (โทนสีที่เลือกขึ้นอยู่กับภาพที่เลือกมาทำปก) แล้วสแกนมาก็ได้ค่ะ แล้วก็เลือก size หนังสือที่ไม่ใช่ A4 หรือ ครึ่งหนึ่งของ A4 แต่ค่อนไปทางสี่เหลี่ยมจตุรัส น่าจะสวยดี

แหะ ๆ ยังไม่พูดถึงเรื่องเนื้อหาเลย ก็ไปถึงปกหนังสือนู่นเสียแล้ว.. แต่ใบไม้รู้อยู่แล้วว่า อ.วิรัตน์ มีเนื้อหาที่จะเขียนได้อย่างลุ่มลึกจากประสบการณ์การทำงานที่ยาวนาน และเข้าใจหัวใจของการทำนาบัว

ถ้า อ.วิรัตน์ ต้องการภาพถ่ายนาบัว ใบไม้เคยไปสัมภาษณ์ผู้ใหญ่อาภรณ์ตอนเก็บบัว และได้ให้ช่างภาพถ่ายรูปชาวบ้านเก็บบัว และกองดอกบัวสวย ๆ ไว้ด้วยค่ะ ใบไม้ดึงกล้องจากเพื่อนช่างภาพมาถ่ายเองบางรูป เพราะเห็นแล้วอดใจไม่อยู่

อะแฮ่ม..ถ้า อ.วิรัตน์ ต้องการภาพ จะลองไปอ้อนเพื่อนช่างภาพขอภาพชุดนั้นมา คิดว่าเขาน่าจะยังเก็บไว้ค่ะ

ถ้ามีงบประมาณก็ทำเป็นหนังสือสวย ๆ เนื้อหาดี ๆ ให้เก็บไว้อ่านได้อย่างภาคภูมิใจ  รื่มรมย์กับภาพวิถีชีวิตนาบัว และเส้นสายลายศิลป์จากภาพวาดของอาจารย์ จัดอาร์ตเวิร์คเว้นช่องไฟ ใช้ space ของช่องว่างสร้างความรู้สึกสงบงาม เข้าถึงสุนทรีย์ของชีวิตชุมชนที่เรียบง่ายทว่าลุ่มลึก

หรือจะทำเป็น 2 เวอร์ชั่นก็ได้ค่ะ เป็น Photo Essay 1 เล่ม และเป็นหนังสือสารคดี "จากโคลนตมถึงหิ้งพระ" อีก 1 เล่ม

ใบไม้ฟุ้งไปใหญ่เลยค่ะ แค่คิดก็มีความสุขแล้ว (พวกชอบอยู่กับอนาคตก็เป็นเช่นนี้แล)  เมื่อถึงเวลาอันเหมาะแก่กาล คงได้เห็นหนังสือนั้น

คิดออกจึงรีบบอกก่อนจะลืม ส่วนจะเห็นด้วยไหมในสิ่งที่เสนอ ไม่เป็นปัญหาเลยค่ะ ทำตามที่อาจารย์เห็นควรเถิดค่ะ

ขอบคุณค่ะที่แวะไปเยี่ยมเยือนบันทึกของใบไม้.. ..^__^..

ถึงเวลากลับไปสู่การงานแห่งปัจจุบันแล้ว.. หลังจากเที่ยวเล่นไปในความคิดแห่งอนาคต..