เสรีภาพทางวิชาการ และความคิดเห็นที่แตกต่าง 2คำนี้มันหมิ่นเหม่ต่อการสร้างความแตกแยกในสังคมมาก ผมขอเสนอว่า เสรีภาพทางวิชาการไม่ควรหมายถึงการออกมาพล่อยชี้นำสังคมอย่างที่เห็นกัน ควรเป็นเสรีภาพในประดิษฐคิดค้น การศึกษาหาคำตอบต่างอย่างมีระบบ แล้วนำมาเสนอและบอกสังคมว่างานนี้ไม่มีความสมบูรณ์นะเพราะเหตุผลอะไรต้องบอกด้วย ไม่ใช่ออกมาต้องอย่างนั้นอย่างนี้ โดยที่ตัวเองใช้เครืองมือในการรวบรวมข้อมูลมีคุณภาพเชื่อถือได้แค่ใหน การสรุปและลงความเห็นข้อมูลใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์เชื่อถือได้อย่างไร มีผลข้างเคียงอย่างไรบ้าง ดังนั้นเสรีภาพทางวิชาการควรเน้นที่การศึกษามากกว่าการออกมาพล่อย การจัดอบรมสัมนาถือเป็นการระดมความคิดเท่านั้นและถือได้ว่าเป็นเสรีภาพที่ขอสนับสนุน แต่การนำผลการสัมนาออกเผยแพร่ถือว่ายังไม่ถูกต้อง เพราะมันยังเป็นแค่ภาพที่ยังไม่จัดระบบ แม้แต่การศึกษายังไม่เริ่มต้นเลยเพียงแต่อยู่ในขั้นต้อนการมองภาพของปัญหาเท่านั้น แต่ปัญหาแท้จริงยังไม่รู้แน่ๆจากการสัมนา แต่เพียงได้เค้ารางเท่านั้น การนำความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมสัมนามาเผยแพร่ของหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชน นักวิชาการต้องออกมาชี้แจงเสมอว่านี้ไม่ใช่ปัญหาแท้จริงเพียงแต่เป็นการมองปัญหาของแต่ละบุคคลเท่านั้น แล้วมหาลัยต้องรีบดำเนินการจัดให้มีการศึกษาปัญหาอย่างหลากหลาย อย่างนี้จึงน่าจะเรียกว่าเสรีภาพทางวิชาการ ส่วนความคิดที่แตกต่างก็เช่นกัน คิดได้แต่ต้องไม่เอาออกมาโจมตีกัน มาจัดกลุ่มจัดพวกอันนี้ไม่น่าจะเป็นความคิดที่แตกต่างแต่มันเป็นความแตกแยกของสังคมนักวิชาการต้องตระหนักหน่อยนะ ถ้าความคิดเห็นที่แตกต่างควรมีในวงสัมนาเท่านั้น และในนั้นก็ต้องมีข้อสรุปแต่ไม่ใช่การตัดสินผิดถูกในการตัดสินความคิดเห็นที่แตกต่าง ต้องมีการระบุข้อดี และข้อด้อยของแต่ละความคิดตามเหตุผลของการเสนอความคิด ผมอยากให้มหาลัย พยายามศึกษา เรื่องเสรีภาพทางวิชาการ กับ ความโง่เขลาทางวิชาการ และ ความคิดแตกต่าง กับความคิดเห็นที่แตกแยก ให้ดีด้วยนะครับ มหาวิทยาลัยจะได้อยู่แนวหน้าในระดับโลกกับเขาบ้าง และสังคมจะดีขึ้นกว่านี้ถ้าอาจารย์ของมหาลัยไม่ออกมาเดินขบวนประท้วงเพราะเป็นการแสดงออกของความด้อยความคิดครับ