สวัสดีค่ะ
ตามมาเชียร์เหมือนอาจารย์ขจิต
วิธีแบ่งงานของ มวล.น่าสนใจค่ะ ที่คณะเศรษฐฯ มธ. งานเหล่านี้จะกระจายอยู่ในหลายฝ่าย จากจุดที่ว่า งานบริการวิชาการของมหาวิทยาลัยประกอบด้วย การเรียนการสอน การสัมมนาเผยแพร่ความรู้ การอบรม การวิจัย การแบ่งโครงสร้างการทำงานจึงเอากิจกรรมเหล่านี้เป็นตัวตั้ง
- การเรียนการสอน ที่ภายนอกขอมา ก็จะอยู่ที่ฝ่ายวิชาการ
- การสัมมนา อยู่ที่ฝ่ายสัมมนา
- เผยแพร่ความรู้ ทางสื่อ หนังสือ สิ่งพิมพ์ อีกฝ่ายหนึ่ง
- การอบรม การวิจัย แบบหารายได้
- การอบรม การวิจัย แบบไม่หารายได้
จึงมีตั้ง 5 หน่วยที่ดูแล ประเภทเอาให้ทะลุกันเป็นเรื่องๆไปเลย
แถมยังมีการแบ่งระหว่างหน่วยวิจัย อบรม แบบโครงการหารายได้ กับหน่วยวิจัย อบรมที่เป็นบริการจริงๆไม่หารายได้ เพราะคิดแบบเศรษฐศาสตร์ว่า เป้าหมายต่างกัน รูปแบบกิจกรรมและการบริหารจัดการก็ต้องต่างกัน
แต่หน่วยที่หารายได้จะเป็นแหล่งงบประมาณสำคัญของหน่วยที่ไม่หารายได้ค่ะ (เพราะคณะฯพึ่งงบคลังน้อยกว่าครึ่งของงบทั้งหมด)
โมเดลวลัยลักษณ์น่าสนใจตรงที่จะมีการใช้ทรัพยากรร่วมกันของสำนักต่างๆ และมีการให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่าย และการพัฒนาระบบฐานข้อมูลสนับสนุน
ของที่คณะฯก็คล้ายกับว่าหน่วยต่างๆข้างบนต่างหน่วยต่างสร้างเครือข่าย (โดยไม่ตั้งใจ คือไม่ได้ตั้งเป็นเป้าหมายชัดเจน และมักเป็นเครือข่ายในประเทศ) แม้จะมีหน่วยวิเทศอีกหน่วยหนึ่งที่ประสานงานการสร้างเครือข่ายตรงกลาง แต่หน่วยวิเทศมักจะให้ความสำคัญกับเครือข่ายต่างประเทศเสียมากกว่า
งานที่ยากคือ การบูรณาการการวิจัยกับการเรียนการสอน ปัจจุบันใช้วิธีบูรณาการโดยตัวผู้สอนเองที่ทำงานวิจัยด้วย การทำงานของหน่วยสนับสนุนคือ การเปิดพื้นที่ให้ผู้สอนได้มีโอกาสทำงานวิจัย แต่สิ่งที่คณะฯคาดหวังคือ การบูรณาการอย่างเป็นระบบที่ปรากฏความรู้แบบบูรณาการออกมาในตัวหลักสูตรและตำรา ตรงนั้นไม่ง่ายเท่าไหร่ค่ะ
สถานการณ์น้ำที่นครฯเป็นไงบ้างคะ จะโทรไปถามข่าวพี่เรืองว่า "น้ำท่วมทุ่ง (นา)" หรือไม่ หวังว่าคงเกี่ยวข้าวหมดแล้วและบ้านดินยังอยู่ดี ฝากไปเยี่ยมพี่เรือง น้าฝาก ฝากนมัสการพระอาจารย์สุวรรณ และสวัสดีครูนงด้วยค่ะ
หวังว่าอีกไม่นานคงได้เริ่มงานวิจัยกับอาจารย์ไพโรจน์ค่ะ
ปัทมาวดี