ความเห็น 945

เหมือนลิ้นงูอยู่ในปากงู

ประพนธ์
IP: xxx.151.216.4
เขียนเมื่อ 
          สำหรับข้อเขียนของผม ขออยู่ตรงกลางระหว่างระหว่าง อ. วัลลา (ที่ออกตัวว่าอ่อนเรื่องธรรมะ) กับ อ. กรกฎ (ที่สามารถให้ข้อคิดเกี่ยวกับธรรมะได้อย่างลึกซึ้ง ... จนผมถึงกับ “อึ้ง” ไปชั่วขณะ) ผมอยากจะเริ่มตรงที่ว่าโดยส่วนตัวแล้วมีความสนใจในบทธรรมของท่านอาจารย์พุทธทาส ตรงที่ท่านสอนให้เราปฏิบัติธรรมได้ในสถานะของฆราวาส ทำให้เรื่องการปฏิบัติธรรมกลมกลืนและไหลลื่นไปกับการทำงานและการดำรงชีวิต ดังที่ท่านย้ำอยู่เสมอว่า “การทำงาน (อย่างมีสติ) คือ การปฏิบัติธรรม” วันก่อนผมได้มีโอกาสพาครอบครัวไปทานข้าวกับครอบครัวของคุณบัญชา เฉลิมชัยกิจ แห่งสำนักพิมพ์สุขภาพใจ ท่านได้พูดถึงคำสอนของท่านอาจารย์พุทธทาสที่ท่านใช้สอนลูกของท่านอยู่เสมอ ...และเรื่องนั้นก็คือ เรื่องการทำตัวให้เป็น “เหมือนลิ้นงูที่อยู่ในปากงู” ที่อาจารย์หยิบยกมาเป็นประเด็น ผมว่าเป็นคำสอนที่สำคัญและเหมาะกับสถานการณ์ในโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยพิษ (เขี้ยว) งูอย่างยิ่งครับ
                สำหรับเรื่องกรณีศึกษาทั้ง 3 กรณี ที่อาจารย์กล่าวถึง เมื่อมองผ่านเลนส์ KM แล้ว ผมก็เห็นว่าส่วนที่เหมือนกันก็คือการหยิบเอา “ภาพที่พึงปรารถนา” เป็นตัวตั้ง เช่น
-  กรณีโรงเรียนชาวนาก็คือ ภาพของการทำนาที่ชาวนามีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี
-  กรณีครูบาสุทธินันท์ก็เห็นภาพของความสุข สนุกสนานรื่นเริงของชาวบ้าน
-  กรณีรพ. บ้านตาก เห็นภาพรพ.คุณภาพที่เจ้าหน้าที่ต่างก็มีหน้าตายิ้มแย้มมีความสุข
เรียกได้ว่าทั้ง 3 กรณี มีการหยิบเอาสภาวะที่พึงปรารถนามาเป็นตัวตั้งทั้งสิ้น ซึ่งในอริยสัจสี่สิ่งนี้ก็คงจะตรงกับสภาวะที่เรียกว่า “นิโรธ” และการจะถึงซึ่งนิโรธก็จำเป็นต้องอาศัยเส้นทางเดินหรือ “มรรค ซึ่งก็เปรียบได้กับกระบวนการ KM นั่นเอง ในเรื่องนี้มีคนถามอยู่เสมอว่า ถ้ากระบวนการ KM เริ่มต้นจากสิ่งที่เป็นบวก สิ่งที่ทำได้ดี สิ่งที่เป็นความภูมิใจ แล้วทำไมในอริยสัจสี่ จึงเริ่มจาก “ทุกข์” เริ่มจากปัญหา ผม “คิด” ว่าในอริยสัจสี่นี้มีกระบวนการ KM อยู่ 2 คู่ ครับ คู่แรก คือ นิโรธ กับ มรรค ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว ส่วนคู่ที่สอง คือ ทุกข์ กับ สมุทัย (สาเหตุแห่งทุกข์) ตามความคิดของผม “ผมคิดว่า” เรื่องที่ไม่สลับซับซ้อน เราสามารถเรียนรู้ได้จากปัญหา เป็นการเรียนรู้ที่ตรงไปตรงมา รู้ว่าปัญหาคืออะไร เกิดจากอะไร และก็ตรงเข้าไปแก้ปัญหาที่สาเหตุได้เลย ถ้าถือว่าเป็นการทำ KM ก็เป็น KM ที่เน้นการศึกษาที่เรียนรู้จากปํญหา เป็นการสรุปบทเรียนหรือ “Lesson  Learned” เอาไว้ใช้ต่อไปในอนาคต
แต่ในกรณีที่ปัญหามีประเด็นที่สลับซับซ้อน เช่น ประเด็นเรื่องชีวิต เรื่องชุมชน มีหลายองค์ประกอบทับซ้อนกันอยู่หลายมิติ สลับซับซ้อน (Complex) ไม่ตรงไปตรงมา (Straight forward) ผมคิดว่าคงไม่มีทางอื่น นอกจากต้องเริ่มต้นด้วยนิโรธ (ภาพที่พึ่งปรารถนา - KV) และเดินต่อไปด้วยมรรค (KS และ KA) ครับ ... จะผิดถูกประการใด ต้องกราบขออภัยไว้ด้วยครับ ... เพราะเป็นการ “ตีความ” โดยนำอริยสัจสี่มาใช้อธิบายในบริบทของ KM ครับ