|
เตือนเสี่ยงโรคจากน้ำเป็นสื่อใช้ขวดพลาสติกซ้ำ Krungthep turakij 3 พฤศจิกายน 2549 09:10 น. อธิบดีกรมอนามัยเตือนประชาชนเสี่ยงนำขวดน้ำพลาสติกมาใช้ซ้ำ หวั่นการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรีย แต่หากจำเป็นต้องใช้ควรมีการทำความสะอาดที่ถูกวิธี นพ.สมยศเจริญศักดิ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ประชาชนที่จำเป็นต้องนำขวดเปล่าที่ใช้แล้วมากักตุนน้ำไว้สำหรับดื่มและใช้ในช่วงน้ำท่วม บางครั้งไม่ได้มีการทำความสะอาดอย่างถูกวิธี โดยเฉพาะบริเวณปากขวดและฝาขวด ซึ่งเกิดจากการใช้ที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ทำให้ขวดน้ำกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรียที่มักพบมากในน้ำบรรจุขวดพลาสติกที่มีการเติมน้ำซ้ำ ๆ หลายครั้ง ทั้งนี้ จากการเก็บน้ำดื่มเพื่อตรวจจำนวน 92 ตัวอย่างพบว่ามีการปนเปื้อนเชื้อโคลิฟอร์มแบคทีเรีย 59 ตัวอย่างคิดเป็นร้อยละ 94.13 การนำขวดพลาสติกมาใช้ซ้ำสิ่งที่ต้องคำนึงถึง คือ สารเคมีที่เป็นอันตรายจากพลาสติก เพราะการขัดถูเพื่อล้างทำความสะอาดขวดน้ำ อาจทำให้เกิดรอยขูดขีดหรือการบุบชำรุดของขวดที่เกิดจากการนำมาใช้ซ้ำ หรือหากขวดน้ำตั้งอยู่ในบริเวณที่มีความร้อนหรือได้รับแสงแดด อาจทำให้สารเคมีจากพลาสติกปนเปื้อนลงในน้ำที่อยู่ในขวดได้ ดังนั้น ในกรณีที่จำเป็นต้องนำมาใช้ก็ควรทำความสะอาดให้ทั่วถึง และต้องสังเกตลักษณะของขวด หากมีรอยชำรุด รั่ว แตกร้าว บุบ ก็ไม่ควรนำมาใช้ หรือหากเป็นขวดที่มีการปนเปื้อนดิน หรือโดนน้ำท่วมขัง ก็ควรหลีกเลี่ยงในการนำมาใช้ซ้ำ "นอกจากนี้ในพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง ประชาชนต้องดื่มน้ำสะอาด โดยต้มให้เดือดอย่างน้อย 5 นาทีเก็บในภาชนะสะอาด มีฝาปิด หากประชาชนนำน้ำจากแม่น้ำ ลำคลอง และแหล่งน้ำผิวดินแหล่งอื่น ๆ มาใช้โดยตรง ควรปรับปรุงคุณภาพน้ำและฆ่าเชื้อโรคก่อน โดยการแกว่งสารส้มชนิดก้อนในน้ำ สังเกตตะกอนในน้ำ หากเริ่มจับตัวให้นำสารส้มออก ตั้งทิ้งไว้จนตกตะกอน แล้วฆ่าเชื้อโรคโดยใช้หยดทิพย์ ว 101 กรมอนามัยซึ่งเป็นสารละลายคลอรีนชนิดเจือจางร้อยละ 2 โดยหยด1 หยดต่อน้ำ 1 ลิตรหรือเติมผงปูนคลอรีนตามปริมาณที่กำหนด จากนั้นปล่อยให้มีระยะเวลาฆ่าเชื้อโรคอย่างน้อย 30 นาทีก่อนนำไปใช้" อธิบดีกรมอนามัยกล่าว นพ.สมยศกล่าวด้วยว่า สำหรับรถบรรทุกน้ำที่ออกแจกจ่ายน้ำให้กับประชาชน ต้องมีการป้องกันการปนเปื้อนเชื้อโรคและสิ่งสกปรกอื่น ๆ ทั้งขณะเตรียมขนถ่ายและจ่ายน้ำ ควรเติมคลอรีนก่อนจ่ายน้ำให้ประชาชนโดยตรง และให้มีคลอรีนอิสระคงเหลือในน้ำ 2 มิลลิกรัม/ลิตร(พีพีเอ็ม) ส่วนการนำน้ำไปเก็บในภาชนะเก็บน้ำของชุมชนเช่น ถังเก็บน้ำ ควรตรวจสอบให้มีคลอรีนอิสระคงเหลือในน้ำอยู่ระหว่าง 0.2-0.5 มิลลิกรัม/ลิตร(พีพีเอ็ม) อันจะช่วยป้องกันเชื้อโรคที่ปนเปื้อนในน้ำไม่ก่อให้เกิดโรคที่เกิดจากน้ำเป็นสื่อตามมาได้. |