เรียน อ.สมบัติ ที่เคารพรักยิ่ง

ขวัญเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ทั้งสองท่าน ทั้ง ท่านอ.สมบัติ และ อ.พรรณยุพา

และได้เป็นลูกศิษย์ มศว.พิษณุโลก นิสิตทุนมูลนิธิศาสตราจารย์พนัส หันนาคินทร์ ซึ่ง

จะมีพิธีมอบทุนการศึกษา ในวันเกิดของท่าน ที่บ้านพักติดกับพิพิธภัณฑ์จ่าทวี ได้พบกับ

ท่าน ศ.ดร.พนัส หันนาคินทร์ หลังจากที่ท่านเกษียณอายุราชการแล้ว ทำให้ได้มี

โอกาสเป็นลูกศิษย์ของท่าน และจำคำสอนสั่งของท่าน ที่ให้ไว้ในวันรับทุน ว่า "ความจน

เป็นพรสวรรค์ นะลูก" คำสอนของท่านทำให้เราขยันขันแข็ง ขวนขวายในการใช้ชีวิต

และเล่าเรื่องราวสมัยเด็กๆ ของท่าน ว่าเรียนอย่างลำบาก เพราะครอบครัวยากจน ต้องขี่

จักรยานตามคันนาไปโรงเรียน แล้วพากเพียรสอบชิงทุนไปเรียนต่อต่างประเทศได้ ซึ่ง

เป็นความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งในชีวิต เมื่อเรียนสำเร็จในระดับปริญญาตรี และไปสอบ

บรรจุทำงานในสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ก็ทำให้ดิฉันเข้าใจชีวิตใน

หลายๆ ด้าน รวมถึงคำสอนที่ อ.พนัสท่านให้ไว้ในใจเสมอ เมื่อมีโอกาสได้กลับมาทำงาน

ที่มหาวิทยาลัยนเรศวร ก็ได้พบท่านอยู่เนืองๆ เคยพบท่านมาติดต่องานไปรษณีย์ ขอ

อาสาถือสิ่งของให้ ท่านก็บอกว่า ถือเองได้ ยังไม่แก่สักหน่อย ก็ได้แต่เดินตามท่าน ได้

พูดคุยกับท่านบ้าง ซึ่งท่านก็จะมีความห่วงใย เมตตาให้อย่างสม่ำ เสมอ รวมทั้งได้รู้จัก

คลุกคลีกับลูกปลา (ลูกสาวคนเล็กของท่าน) ก็ได้เห็นความรัก ความเอาใจใส่ในครอบ

ครัวผ่านจากตัวลูกปลาด้วย ในวันที่ท่านเข้ารับศาสตราจารย์เกียรติคุณ ก็มีส่วนร่วมแสดง

ความยินดีเล็กๆ กับท่าน (ท่านมาแต่งตัวที่ห้องทำงาน ศูนย์แนะแนวและให้คำปรึกษา ที่

ใช้เป็นห้องรับรองกรรรมการสภามหาวิทยาลัย ดุษฎีบัณฑิต)จนกระทั่งท่านจากพวกเรา

ไป ก็ยังอุทิศร่างกายเป็นอาจารย์ใหญ่ ให้นิสิตแพทย์ได้ร่ำเรียน ถึงงานพระราชทาน

เพลิง ศาสตราจารย์ ดร.พนัส หันนาคินทร์ นั้น ทุกคนที่หลั่งไหลไปร่วมงานล้วนเป็น

บุคคลที่เคารพรักในความเป็นครูที่ยิ่งใหญ่ของท่านด้วยกันทั้งสิ้น ท่านเป็นบุคคลสำคัญที่

สุดของมหาวิทยาลัยที่เคยเล็ก แต่ยิ่งใหญ่ ในน้ำใจของเราเสมอมา และหวังเล็กๆว่า

อธิการบดีคนใหม่ของมหาวิทยาลัยนเรศวร จะเป็นลูกศิษย์ของท่าน คือ ท่าน อ.สมบัติ

ก็คิดว่า มหาวิทยาลัยของเราจะต้องเติบโตในหลักธรรมาภิบาลอย่างแน่นอน

ด้วยใจเคารพรักทั้งสองท่าน อ.พนัส อ.สมบัติ

ลูกศิษย์และบุคลากรมหาวิทยาลัยนเรศวร

ขวัญทิวา โฉมแดง