ประเมินความสำเร็จ(Calcro,1979) มีดังนี้
1.    มีความคืบหน้าหรือความก้าวหน้าเพิ่มมากขึ้น
2.    รู้สึกว่าตนเองไม่ได้เสียประโยชน์
3.    มีความรู้สึกที่ดีต่อกัน
4.    ได้ตอบสนองความต้องการของอีกฝ่ายหนึ่ง
5.    บรรลุวัตถุประสงค์หลักของทั้ง 2 ฝ่าย
6.    มีความเต็มใจที่จะเจรจาร่วมกันอีก
การเจรจาต่อรองร่วม
เป็นรูปแบบหนึ่งของการการเจรจา เกิดจากการรวมตัวกันเป็นกลุ่มของลูกจ้างหรือผู้ปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มอำนาจหรืออิทธิพลต่อนายจ้าง ในการที่จะเรียกร้องเกี่ยวกับเงื่อนไขในการทำงาน โดยผลของการเจรจามีจุดประสงค์ให้ได้ข้อตกลงที่ทั้ง 2 ฝ่ายพอใจ
Integrative  solution  :
                ความขัดแย้งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเสมอในการอยู่ร่วมกันของมนุษย์  ความขัดแย้งนี้อาจเป็นความขัดแย้งระหว่างบุคคล  หรือระหว่างบุคคลกับองค์การ  หรือระหว่างกลุ่มบุคคลกับองค์การ  ความขัดแย้งนั้นเกิดขึ้นเมื่อผลของการกระทำใด ๆ ก็ตามของฝ่ายหนึ่งมีผลไปกระทบกับฝ่ายตรงข้ามกัน  ดังนั้น  ความขัดแย้งจึงมีมุมมอง  2  ด้าน  คือ  ด้านบวก  และด้านลบ  อย่างไรก็ตามในความเห็นของคนทั่วไปมักมองความขัดแย้งไปในด้านลบ  นั่นคือมองว่าเป็นการเห็นความขัดแย้งกัน  หรือมีมุมมองที่ตรงกันข้าม  การมองเช่นนี้เนื่องมาจากมักมองว่าความขัดแย้งเนื่องจากการขาดแคลนอำนาจ  ทรัพยากร  ตำแหน่งทางสังคม  และค่านิยมที่แตกต่างกัน  ความขัดแย้งในด้านบวก  คือ  การเกิดความขัดแย้งทำให้เกิดการท้าทาย  เป็นการกระตุ้นให้เกิดความคิดแก้ไขปัญหา  หาทางออกในการจัดการ  การมองในลักษณะนี้เป็นการมองว่าความขัดแย้งก่อให้เกิดความคิดในการจัดการใหม่  ๆ  ดังนั้น  การเจรจาต่อรองเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่สามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งได้  โดยการเจรจาต่อรองส่วนมากจะไม่ใช่การแข่งขันแย่งผลประโยชน์กัน  แต่จะมีความเป็นไปได้ที่จะได้ผลประโยชน์ร่วมกัน
Implication :
                การปฏิบัติการพยาบาลขั้นสูง  (APN)  นั้นมีทั้งบทบาทของผู้บริหารและบทบาทของผู้ปฏิบัติงาน  ซึ่งทั้ง 2 บทบาทต่างก็ไม่มีใครต้องการที่จะทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้น  และไม่มีหน่วยงานใดจะสามารถหลีกเลี่ยงหรือหนีปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ ได้เป็นอันขาด  แต่เมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้นแล้วก็ควรที่จะมีกลวิธีการบริหารความขัดแย้งเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์การ  ซึ่งในการบริหารความขัดแย้งนั้นการเจรจาต่อรองเป็นวิธีทำให้ทั้ง  2  ฝ่ายไม่รู้สึกเสียเปรียบหรือได้เปรียบ  เนื่องจากการเจราจาต่อรองจะคำนึงถึงคนและงานเท่า ๆ กัน  การใช้วิธีการเจรจาต่อรองจะตั้งอยู่บนพื้นฐานว่าไม่มีใครจะได้รับทุก ๆ สิ่งที่ต้องการ  แต่ละฝ่ายจะต้องยอมยกเลิกบางสิ่งบางอย่างที่ต้องการ  และจะเน้นที่การปรองดองความแตกต่างของทั้ง  2  ฝ่ายจะต้องพยายามทำให้ทั้ง  2  ฝ่าย  เกิดความรู้สึกเต็มใจที่จะยกเลิกบางสิ่งบางอย่างที่มีคุณค่าเท่า ๆ กัน  การเจรจาต่อรองจะเป็นไปด้วยดีมีประสิทธิภาพ  ควรจะต้องอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่บุคคลมีอำนาจในการต่อรองใกล้เคียงกัน  ทำให้ทุกฝ่ายสามารถได้ในสิ่งสำคัญที่ต้องการมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้  คือ  มีทั้งการให้และการรับที่เหมาะสม  ซึ่งวิธีการนี้เป็นวิธีการแก้ไขความขัดแย้งที่ผู้บริหารการพยาบาลนิยมใช้มากวิธีหนึ่ง  ทั้งนี้เพราะว่าจะสามารถทำให้เกิดดุลยภาพของอำนาจระหว่างผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดี