เห็นด้วยแต่ไม่ทั้งหมดครับ
หากจะมอง Party ที่เกี่ยวข้อง เป็น ชุมชนผู้พัฒนา, ธุรกิจที่นำไปใช้ประโยชน์, และภาครัฐ

Opensource จะไม่เกิดการบอกต่อออกไปในวงกว้าง หากไม่มีคนนำไปใช้ หากไม่มีคน abuse มัน
แก่นหลักของ Opensource น่าจะเป็นการแบ่งปัน การพัฒนาต่อยอด
ผมคิดว่าชุมชนผู้พัฒนาควรจะสนุกกับสิ่งที่ทำ (ในขอบเขตที่รับได้) แต่ไม่ควรคาดหวังให้คนอื่นเป็นอย่างไร

เพราะธุรกิจที่นำ Opensource ไปใช้ประโยชน์ สิ่งที่เค้ามองคือจะนำซอฟต์แวร์ไปใช้ได้อย่างไร ให้ค่าใช้จ่ายต่ำที่สุด
คงมีน้อยรายนักที่จะมองระยะไกลว่าการ abuse ชุมชนของเค้าจะทำให้ซอฟต์แวร์นั้นๆ ไม่สามารถอยู่รอดได้

ถามว่าผึ้งมากินน้ำหวานดอกไม้ ดอกไม้ต้องการปุ๋ย น้ำ หรือแสงแดดจากผึ้งไหม?
คำตอบคือ คิดว่าไม่ครับ มันเป็นธรรมชาติ
แต่สิ่งที่ผึ้งมอบให้ดอกไม้คือการกระจายละออกเกสรนั้นไปยังที่ต่างๆ

ธุรกิจอยากได้ผลประโยชน์จาก Opensource ถ้าไม่ได้จากตัวหนึ่ง เขาก็จะย้ายไปอีกตัวหนึ่ง
เราอยากให้ซอฟต์แวร์ที่ตั้งใจทำมีคนใช้ หรือไม่มีคนใช้หละครับ
สามัญสำนึกไม่ได้สร้างจากการโอดครวญ, การด่าทอ, หรือการประชดประชันจากฝั่งชุมชน

หากมองในมุมมองภาครัฐ เราอยากให้ภาคเอกชนใช้ซอฟต์แวร์เถื่อนหาผลประโยชน์ หรืออยากให้เขาใช้ Opensource แบบไม่สนับสนุนดีครับ?
(แต่อย่าไปหวังให้ภาครัฐช่วยเลย โดยเฉพาะรัฐบาลไทย ยากกกก มีแต่พวกพูดดี)

แล้วทางออกของวงจรอุบาทว์นี้อยู่ที่ไหน

ผมอยากจะยกตัวอย่าง Google ซึ่งไม่ใช่ Opensource แต่เค้ามีบริการให้คนใช้ได้ฟรีได้
เพราะเค้าสามารถหาเลี้ยงตัวเองจากการให้บริการฟรีนั้นด้วย Adwords หรือที่เรียกว่า เขามี Business model ที่ดีนั่นเอง

ความฝันอันหนึ่งของมนุษย์ทำงานคือ มีงานที่สนุก มีความสุขที่ได้ทำ
แต่โลกของความเป็นจริงคือคนต้องกิน ต้องอยู่ ต้องใช้เงิน
ถ้างานที่ทำสร้างเงินได้ก็ดีไป แต่ถ้าทำแล้วมุ่งแต่อยากจะได้เงินมันจะกลายเป็นความทุกข์ใจ
สุดท้ายต้องเลือกเอาครับ อยากทำซอฟต์แวร์เอามันส์ หรือทำแล้วได้เงิน