ผมเป็นเหลนคนหนึ่งของหลวงตาหลวงตาสมัยก่อนหรือคนแถวๆๆบ้านเรียกกันว่าหลวงตาแล้มหรือแฉล้ม ผมขอเรียกว่าหลวงตาเพราะว่าหลวงตาเป็นลูกของตาจาย มีแม่เลี้ยงชื่อยายผิง และยายผมเป็นลูกเลี้ยงของพ่อแก่ขัน สมัยนั้นพ่อแก่ขันมีลูกเลี้ยง คือหลวงตา และยายสายหยด กุลสุ หลวงตาแล่มเป็นคนเลี้ยงยายผมมาตั้งแต่ตอนเด็กๆ จากที่ยายและตาเล่าให้ฟังผมจึงรักและได้รู้จักจากคำพูดของยายผม ผมได้รู้จักเป็นอย่างดีสมัยก่อนเมื่อปี2539เห็นจะได้ผมได้มาหาหลวงตาที่วัดกู่คำเพราะท่านโทรศัพท์ไปบอกที่บ้านผมว่าศาลาที่วัดเลอะมากมาช่วยทำความสะอาดหน่อยแต่ที่ท่านให้มานั้นไม่ใช่ว่าให้มาทำความสะอาดอย่างเดียวท่านจะชวนมาเที่ยวดูแข่งเรือ ผมมากันตอนนั้น ประมาณ 5-6 คน มากันได้ 2 วัน ก็กลับกัน ช่วงนั้นไปกัน ปี ละ 2 - 3 ครั้งไปถูศาลายังมีโอกาศได้ฟังท่านเทศเลยเพราะว่าไม่ฟังไม่ได้เพราะท่านเอาวิทยุมาให้ฟังไม่ฟังก็ไม่ได้ท่านจะกลับมาถามว่าท่านเทศน์ถึงเรื่องอะไร ก็ฟังจนจบท่านกลับมาท่านก็มาเล่าประวัติท่านให้ฟังว่าเมื่อสมัยก่อนที่ท่านจะมาบวชท่านได้ไปทั่วเลยท่านบอกว่าท่านก็เป็นเสรีไทย ในสมัยสงครามโลกมาแล้ว พอบ้านเมืองสงบท่านก็มาบวชอยู่ที่นี่ เมื่อก่อนท่านชอบพาพวกหลานๆเหลนๆไปเที่ยวทะเล บางที่ที่พวกผมมาที่จังหวัดน่านท่านยังขับรถ มาสด้าแฟมมิลี่สีขาวไปส่งผมที่กำแพงเพชรหลายครั้งเหมือนกันแต่มีครั้งหนึ่งหลวงตาประสบอุบัติเหตุรถมาสด้าแฟมิเลียคันนั้นได้ตกเขาลงไปลึกมากแต่ท่านไม่เป็นอะไรมาก ตอนเช้ามืดท่านได้เดินมาขอความช่วยเหลือจากระแวกนั้นแต่ไม่มีใครช่วยหาว่าท่านเป็นพระปลอมกลัวโดนปล้นเลยไม่มีใครช่วยท่านเลยเดินมาที่ด่านห้วยน้ำอุ่นตำรวจ และ ทหารที่นั่นจำได้เลยมาช่วยท่านเพราะเมื่อก่อนท่านเคยเอาพวกถังสังทานไปแจกพวกเขาเลยจำท่านได้ ว่าเป็นท่านใหญ่ จึงมาช่วยกัน และครั้งล่าสุดที่ผมไปที่น่าน เพราะตอนนั้นเส้นเลือดในสมองท่านแตก ผมจึงชวนแม่และน้าไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลแต่ผมอยู่ได้ไม่นานก็เดินทางกลับกะว่าจะไปเที่ยวหาท่านอีกก็ไม่ได้ไป จนได้ทราบข่าวจากคนที่หลวงตาสนิทที่เคยมาที่บ้านผมวันนั้นวันที่ 23 สิงหาแล้วมั้ง มากับตำรวจว่าหลวงตาแล้มมรณภาพแล้ว ลื่นล้มหน้ากุฏิแม่ผมจึงรีบแจ้งผมกับน้าบอกว่าจะเอาไว้ 15 วันแล้วจะบรรจุ ผมเลยไปวันที่บรรจุไปกราบศพท่าน ผมเสียใจเป็นอย่างมาก ในวันที่ 20 ธันวาคมไม่รู้จะไปได้รึป่าว ข้าพเจ้าและครอบครัว ขอให้หลวงแล้มไปสู่สุขติ สู่สรวงสวรรค์ หลวงตาแล้มจะอยู่ในใจลูกหลานชาวกำแพงเพชรตลอดไป