คุณน้องเมตตา
  • ผมไม่ได้มีประสบการณ์อะไรมากมายหรอกครับ ปัจจุบันก็ไม่มีเขี้ยวเล็บแล้ว เอามือจับบนหัวก็ไม่มีหัวงู แต่เอะ อะไรแข็งๆ หรือจะเป็นเขาเพิ่งงอกใหม่หรือปล่าวหนอ.....อ๋อ! ไม่ใช่ เป็นเม็ดกระดุมที่ติดบนหมวกนี่เอง
  • ชีวิตที่ล่องลอยไปเป็นพ่อพวงมาลัยนั้นสนุกครับ แต่ไม่สุขใจ.....จนกระทั่งวันหนึ่งมีเจ้าของ.....ก็จะรู้ว่าสุขใจครับ...แล้วก็สนุก
  • คุณน้องเมตตาก็เอาแต่ทำงาน หัวฟูทุกวัน ก็เลยไม่เคยเห็นคนตายเพราะความรัก ....วางปากกาลงครับ เก็บเอกสารเข้าแฟ้มครับ แล้วเดินไปเปิดเพลงเบาๆฟัง.... จากนั้นกลับมานั่งที่โต๊ะครับ ผมจะเล่าให้ฟัง
.............
.............
ชีวิตของพ่อดอกมะลิ กับฮิเดโกะ ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งของความรัก ที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งทางเชื้อชาติระหว่างสาวไทยกับหนุ่มญี่ปุ่น แม้ฝ่ายหญิงจะปฏิเสธใจเธอเองมาโดยตลอด ว่าไม่ได้รัก ไม่ได้ชอบ และรังเกียจชายหนุ่มผู้ที่เธอยอมแต่งงานด้วยเพียงเพื่อความสมานฉันท์ระหว่างประเทศ เธอเข้าใจว่าเธอกำลังรอหนุ่มไทยอีกคน ที่เธอสัญญาว่าจะให้คำตอบแก่เขาเมื่อเขากลับมา เธอตอบตัวเองเช่นนั้นตลอดมา
...........
...........
ในขณะที่หนุ่มญี่ปุ่นมาดเข้ม ชายชาติเชื้อทหาร หลงรักสาวไทยตั้งแต่แรกเห็นเมื่อคราวเธอดำผุดดำว่ายอยู่กลางคลอง.....หนุ่มญี่ปุ่นรู้ใจตัวเองมาโดยตลอด และทำทุกอย่างที่ใจต้องการ แม้ว่าสาวเจ้าจะแสดงความรังเกียจ เดียจฉันเพียงใดก็ตาม  การแต่งงานแม้จะเป็นเหตุผลทางการเมือง.....แต่ก็เป็นสิ่งที่ชายหนุ่มต้องการ....เพียงเพื่อได้อยู่ใกล้หญิงสาวที่ตัวเองหมายปอง.....
......
.......
แล้ววันหนึ่งหนุ่มไทยคนนั้นก็กลับมาทวงคำตอบจากเธอ....เหตุการณ์วันนั้นทำให้ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกของหนุ่มญี่ปุ่นมากขึ้น เธอ...มีใครคนนั้นในใจเธอแล้วนี่เอง....เธอถึงรังเกียจผู้ชายคนหนึ่งที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีของเธอมากถึงเพียงนี้.....ณ วันนั้นเอง หนุ่มญี่ปุ่นก็มีคำตอบให้กับชีวิตของตัวเองในอนาคต......
.........
........
เหตุการณ์ที่สถานีรถไฟบางกอกน้อย......เป็นเพียงจุดจบชีวิตคนๆหนึ่ง เพียงเพื่อเป็นคำตอบให้กับใจของหญิงคนหนึ่ง ที่ปฏิเสธใจเธอเอง โกหกใจตัวเอง มาโดยตลอด ......เธอได้รู้ใจของเธอเองแล้ว....เธอรู้ว่าใจเธอคิดอย่างไรแล้ว.....แต่นั่น...ก็แลกมาด้วยชีวิตของคนที่เธอเองไม่เคยคิดจะรัก......
....
ฮิเดโกะ....เขาปิดไฟแล้วเหรอ....ทำไมมืดอย่างนี้.....
.....
......